วันแรก รับสมัคร ส.ส.ทั่วไป สุดคึกคัก

การเมือง
12:36
จำนวนผู้ชม 786
วันแรก รับสมัคร ส.ส.ทั่วไป สุดคึกคัก
บรรยากาศการเปิดรับสมัคร ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.วันแรก บรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างคึกคัก พื้นที่ภาคเหนือและอีสานเป็นการขับเคี่ยวของพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทยที่มี ส.ส.ย้ายสังกัดจำนวนมาก

วันนี้ (4 ก.พ.2562) วันนี้เป็นวันแรกในการเปิดรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.บรรยากาศทั่วไปเป็นไปอย่างคึกคัก มีกองเชียร์และผู้สมัครทยอยเข้ารับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.กันเป็นจำนวนมาก ขณะที่ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานน่าจับตาเพราะเป็นพื้นที่ฐานเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทย ที่มี ส.ส.ย้ายออกไปสังกัดพรรคอื่นจำนวนมาก

พรรคใหญ่ส่งผู้สมัครเกือบทุกเขตทั่วกรุง

การรับสมัคร ส.ส.เขตกรุงเทพฯทั้ง 30 เขต ที่ศูนย์อาคารกีฬาเวศน์ สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย กองเชียร์ แกนนำพรรค พร้อมด้วยผู้สมัครเดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้าทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคอนาคตใหม่ โดยส่วนใหญ่ส่งผู้สมัครลงแข่งขันแทบทุกเขต และเมื่อได้หมายเลขผู้สมัครก็เดินหน้าหาเสียงทันที เพราะเป็นสนามที่มีการแข่งขันกันอย่างสูง

 

ภาพประกอบข่าว วันแรก รับสมัคร ส.ส.ทั่วไป สุดคึกคัก

 

ภาคใต้เน้นสมานฉันท์-ลดขัดแย้ง

ขณะที่ การสมัคร ส.ส.ในจังหวัดภาคใต้ ก็มีความคึกคักไม่แพ้กัน โดยที่ จ.สุราษฎร์ธานี มีผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคการเมืองต่างๆ ใน 6 เขตเลือกตั้ง เกือบ 100 คน ขณะที่ จ.นครศรีธรรมราช ก็มีผู้สมัครจาก 10 พรรคการเมืองเข้ายื่นใบสมัคร

 

ภาพประกอบข่าว วันแรก รับสมัคร ส.ส.ทั่วไป สุดคึกคัก

 

นอกจากนี้ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนใต้อย่าง จ.ปัตตานี มีตัวแทนพรรคการเมืองเกือบ 10 พรรค เดินทางมาลงสมัคร ตั้งแต่ช่วงเช้า ขณะที่ กกต.เรียกร้องให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ยึดถือแนวทางการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ เพื่อลดความขัดแย้ง และความรุนแรงในช่วงเลือกตั้ง

ขณะที่พรรคการเมืองหลายพรรค ชูนโยบายเดินหน้ากระบวนการพูดคุยสันติสุข เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ภาคอีสาน “เพื่อไทย ชน พลังประชารัฐ”

สำหรับบรรยากาศรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันแรก เป็นไปด้วยความคึกคึกไม่แพ้ที่อื่น โดยเป็นการสู้กันอย่างดุเดือดระหว่างพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะจ.นครราชสีมาที่ จำนวน ส.ส.มากที่สุดในประเทศคือ 14 ที่นั่ง โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสาน พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่นำผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา ทั้ง 14 เขตเลือกตั้ง และผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ จากนั้นได้นำผู้สมัครไปกราบสักการะย่าโมด้วย 

จ.ขอนแก่น มีผู้สมัครทั้งหมดจาก 23 พรรคการเมืองมาลงทะเบียนเลือกตั้ง ส.ส. โดยพรรคใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐ ส่งผู้สมัครลงครบทั้ง10 เขตเลือกตั้ง

 

ภาพประกอบข่าว วันแรก รับสมัคร ส.ส.ทั่วไป สุดคึกคัก

 

ขณะที่บรรยากาศของผู้สนับสนุนและกองเชียร์ก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีเพียงการส่งเสียงเชียร์ แต่ไม่มีการเปิดเครื่องเสียงหรือรถแห่ เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

ขณะที่ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งผู้สมัคร ส.ส.เดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้า และคาดว่าจะเป็นสนามที่ดุเดือดเพราะแต่เดิม จ.ศรีสะเกษ เป็นพื้นที่ ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ทั้ง 8 เขต แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ มีการย้ายสังกัดพรรคของอดีต ส.ส.ทำให้ จ.ศรีสะเกษเป็นอีกพื้นที่ที่มีการแข่งขันดุเดือด

ส.ส.ย้ายพรรคชิงดำ จ.เชียงใหม่

ขณะที่ จ.เชียงใหม่ ที่เป็นฐานเสียงเดิมของพรรคเพื่อไทยเช่นกัน ที่มีการย้ายพรรคไปกันหลายคน ซึ่งต้องลุ้นว่า พรรรคเพื่อไทยจะยังคงรักษาที่นั่ง ส.ส.ทั้ง 9 เขตได้หรือไม่ ขณะที่พรรคอื่นๆ ก็ส่งผู้ลงสมัครครบทั้ง 9 เขตเลือกตั้งทั้งพรรคพลังประชารัฐ, พรรคเพื่อไทย,พรรคประชาธิปัตย์, พรรครวมพลังประชาชาติไทย,พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคอนาคตใหม่

 

ภาพประกอบข่าว วันแรก รับสมัคร ส.ส.ทั่วไป สุดคึกคัก

 

ภาคกลาง-ตะวันออก พรรคใหญ่พร้อมสู้

ขณะที่ ภาคกลางและภาคตะวันออก วันแรกของการรับสมัคร ส.ส. พรรคการเมืองใหญ่ต่างส่งตัวแทนลงแข่งขันกันอย่างพร้อมเพรียง

จ.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ นำโดยนายอิทธิพล คุณปลื้ม น้องชายนายสนธยา คุณปลื้ม อดีตหัวหน้าพรรคพลังชล พร้อมผู้สมัครรับการเลือกตั้งทั้ง 8 เขตมารอลงสมัครตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อพร้อมลงแข่งขันรักษาฐานที่มั่น จ.ชลบุรี

เช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่มี น.ส.เสาวลักษณ์ สุริยาทิพย์ นำทีม ส่วนพรรคภูมิใจไทย มีตัวแทนลงสมัครวันแรกอย่างคึกคักเช่นกัน โดยส่วนใหญ่ย้ายมาจากพรรคประชาธิปัตย์ เช่น นายมานิตย์ ภาวสุทธิ์ ซึ่งลงสมัครเขต 2 และนายประมวล เอมเปีย ลงเขต 3

 

ภาพประกอบข่าว วันแรก รับสมัคร ส.ส.ทั่วไป สุดคึกคัก

ขณะที่ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งถือเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคชาติไทยพัฒนา ปีนี้ ส.ส.คนสำคัญอย่าง นายจองชัย เที่ยงธรรม ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย และลงสมัคร ส.ส.ในเขต 3 ซึ่งเป็นการต่อสู้กับนายประภัตร โพธสุธน ผู้สมัครจากพรรคชาติไทยพัฒนาโดยตรง จึงทำให้การแข่งขันใน จ.สุพรรณบุรี เป็นอีกพื้นที่ที่น่าจับตาอย่างยิ่ง