ทรหด 15 ชั่วโมง อภิปราย-โหวต "ประยุทธ์" นั่งนายกฯ สมัยที่ 2

การเมือง
23:37
จำนวนผู้ชม 15,051
ทรหด 15  ชั่วโมง อภิปราย-โหวต "ประยุทธ์" นั่งนายกฯ สมัยที่  2
การประชุมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งใช้เวลาอภิปรายคุณสมบัติมาราธอนนาน 15 ชั่วโมง ในที่สุดมติเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 ด้วยมติ 500 ส่วนธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 244 งดออกเสียง 3

วันนี้ (5 มิ.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเปิดประชุมรัฐสภาครั้งที่ 1 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 เพื่อพิจารณาแต่งตั้้งผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยวันนี้ใช้เวลาในการอภิปรายคุณสมบัติผู้จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี นานถึง 15 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นมา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานในที่ประชุม จึงได้หารือกับที่ประชุม เนื่องจากยังมีสมาชิกลงชื่อขออภิปรายไว้อีก 15 คน

ทั้งนี้ตัวแทนของพรรคเพื่อไทย แจ้งที่ประชุมว่า จะตัดสมาชิกที่จะอภิปรายให้เหลือเพียงแค่ 5 คน และใช้เวลา 1 ชั่วโมง ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ แจ้งว่า เหลือผู้อภิปรายอีก 4 คน และขอเวลา 40 นาที ส่วนส.ว.นั้นมี 2 คน และขอเวลา 20 นาที 

 

ภาพประกอบข่าว ทรหด 15  ชั่วโมง อภิปราย-โหวต

 

มติ 500 เสียงเลือก พล.อ.ประยุทธ์ นั่งนายกรัฐมนตรี 

ต่อมาเวลา 21.40 น.นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ยุติการอภิปราย เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี โดยลงคะแนนแบบเปิดเผยรายชื่อ เรียงลำดับตัวอักษร พร้อมตั้งคณะกรรมการ 6 คน จากตัวแทนพรรคการเมือง ซึ่งใช้วิธีให้ขานชื่อตามลำดับตัวอักษร และให้ส.ส.และ ส.ว. ตอบชื่อของผู้ที่จะโหวตเลือก ซึ่งวันนี้ มี ส.ว.250 คน ส.ส.497 คนองค์รวมผู้มาประชุม 747 คนมีมติเห็นชอบ ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่าครึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด 

โดยนายชวน แถลงว่า ผลการลงคะแนนเลือกที่ใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนน 500 ขณะที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้คะแนน 244 งดออกเสียง 3 ลา 1 ลาออก 1 หยุดปฏิบัติหน้าที่ 1 คน 

ทั้งนี้ถือว่าเป็นไปตามคาดในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลได้ขานชื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เช่นเดียวกับฝั่ง ส.ว.ได้เทเสียงให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ ตามความคาดหมาย 

ขณะที่การนับคะแนนที่เกิดขึ้นในโซเซียล ได้ร่วมลุ้นผลโหวตครั้งนี้ทำให้ทวิตเตอร์ #ประชุมรัฐสภา ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 

ภาพประกอบข่าว ทรหด 15  ชั่วโมง อภิปราย-โหวต

ซัดกันนัวเด็กหิ้วกระเป๋า-ให้เป็นยามยังไม่รับ 

โดยช่วงหลังของการอภิปราย นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ระบุว่า ส.ว.และส.ส.ชุดนี้มาตามรัฐธรรมนูญที่ประชาชนส่วนใหญ่ลงคะเเนนผ่านประชามติ เพียงเเต่ต่างกันตรงที่มากับส.ส. โดยส.ว.มาจากการสรรหาไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ หรือ คสช. ซึ่งทุกคนที่นั่งในสภาฯ เป็นผู้แทนของประชาชน ต่างกันที่ที่มาและวิธีการเท่านั้น

พร้อมเปรียบเทียบแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 2 คน ว่าต่างกันทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ จึงตัดสินใจเลือก พล.อ.ประยุทธ์ เพราะมาจากประชาชนมากที่สุด เมื่อรวมกับพรรคการเมืองที่สนับสนุน มีตัวเลขเกือบ 15 ล้านเสียง ส่วนอีกคนหนึ่งมีคดี แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีคดี ถือเป็นเรื่องของคุณธรรมจริยธรรม

ภาพประกอบข่าว ทรหด 15  ชั่วโมง อภิปราย-โหวต

 

ด้านนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ลุกขึ้นอภิปรายตอบโต้ว่า คณะกรรมการสรรหา ส.ว.นั้น ไม่ใช่ คสช.หรือ และรู้ว่านายวันชัย เคยลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคชาติพัฒนาเมื่อปี 2544 เเต่ประชาชนไม่เลือก

จนทำให้นายวันชัย อภิปรายว่า ความเป็นประชาธิปไตยจะต้องหัดฟังคนอื่นบ้าง ตนรู้กำพืดนายคารมดีตั้งเเต่หิ้วกระเป๋าเงินตามใคร จากนั้นนายคารม สวนว่า แบบนี้หรือจะบอกว่าเป็นผู้ใหญ่อย่างไร ท่านเห็นตนถือกระเป๋าเงินให้ใครหรือไม่

ภาพประกอบข่าว ทรหด 15  ชั่วโมง อภิปราย-โหวต

 

ด้านพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้อภิปรายโจมตีรัฐบาล คสช.หลายเรื่องอาทิ กรณีแหวนแม่นาฬิกาเพื่อน การขุดลอกคูคลองขององค์การทหารผ่านศึก การตั้งบริษัทในค่ายในทหารของลูกชาย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีคนเสนอเงิน 300 ล้านบาท พร้อมตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) แลกกับการนำ 10 ส.ส.พรรคเสรีรวมไทยไปร่วมรัฐบาล

เมื่อปฏิเสธก็ยังตามตื้อ พยายามเสนอเพิ่มเงินให้เป็นเท่าไรก็ได้ พฤติการณ์เหล่านี้อย่าว่าแต่สนับสนุนให้เป็นนายกฯ แม้แต่เป็นยามที่บ้าน ตนก็ไม่เอาเพราะกลัวคนมาด่าเต็มไปหมด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

9 ชั่วโมงในสภาฯ ใครพูดอะไรในวันชิง “นายกรัฐมนตรี”

"พล.อ.ประยุทธ์" เกาะติดโหวตเลือกนายกฯ

สีสันการเมือง วันประชุมโหวตนายกรัฐมนตรี