"พรเพชร" แนะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความที่มา ส.ว

การเมือง
18:55
จำนวนผู้ชม 622
"พรเพชร" แนะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความที่มา ส.ว
ประธานวุฒิสภา ระบุกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นตรวจสอบที่มาของ ส.ว.ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. หรือ ส.ว.ในเรื่องคุณสมบัติ มีกระบวนการตามกฎหมาย แนะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ ระบุให้ขอรายละเอียดการใช้งบ 1,300 ล้านบาทจากทาง กกต.ซึ่งเป็นหน่วยที่จัดหงบคัด ส.ว.

การเปิดเกมในสภาของฝ่ายค้านวันนี้ อาจจะถือเป็นการจี้จุดไปที่จุดแข็งของรัฐบาลนั่นก็คือสมาชิกวุฒิสภา 250 คน วันนี้ฝ่ายค้านเสนอญัตติด่วนต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอตรวจสอบการสรรหา ส.ว.ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

วันนี้ (19 มิ.ย.2562) ศาสตราจารย์ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ระบุว่า สภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถตรวจสอบวุฒิสภาได้ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย โดยเฉพาะการตรวจสอบคุณสมบัติของ ส.ส.และ ส.ว.จึงแนะนำ ส.ส.พรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ยื่นเรื่องผ่านประธานรัฐสภา เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นความสงสัยได้

ทั้งนี้คณะทำงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แถลงเดินหน้า ยื่นญัตติ ขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบกระบวนการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว.เพื่อพิจารณาศึกษาและตรวจสอบ 4 ประ เด็นหลัก คือ ที่มา ระเบียบ-วิธีสรรหา ผู้ที่ได้รับเลือกชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะปมปัญหาการขัดกันแห่งผลประโยชน์ รวมถึงวิธีการและการเบิกจ่ายงบ 1,300 ล้านบาท 

โบ้ย กกต.จัดสรรงบคัด ส.ว.

ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า การใช้งบประมาณในการสรรหา ส.ว.1,300 ล้านบาทที่มีข้อสงสัยให้ขอรายละเอียดจากทาง กกต.เพราะเป็นผู้ดำเนินการรับสมัคร รวมถึงกระบวนการสรรหาทั้งหมด และหากมีการตรวจสอบ ส.ว.จะไม่ทำให้การทำงานสะดุด เพราะเป็นแค่ข้อกล่าวอ้างที่ใครก็พูดได้ และยังไม่รู้ด้วยว่า ญัตติดังกล่าว สภาจะรับหรือไม่

ส่วนเรื่องของการโหวตนายกรัฐมนตรี ขออย่าโยงให้เกิดปัญหา เพราะยังเป็นเรื่องที่ไกลเกินกว่าจะตอบได้ และส่วนตัวเชื่อว่าการโหวตนายกรัฐมนตรี ของ ส.ว.จะไม่เกี่ยวกับการอิงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ควรดูที่จริยธรรมในการทำหน้าที่ดีกว่า

ภาพประกอบข่าว

 

ส่วนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมรัฐสภาวันนี้ มีวาระเพียงรับทราบการตั้งกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุม พร้อมขยายเวลาทำงานเป็น 40 วัน ซึ่งนอกจากระเบียบและหลักเกณฑ์การประชุมแล้ว จะต้องพิจารณาจัดตั้งกรรมาธิการสามัญ ประจำสภาฯ เพื่อติดตามและตรวจสอบฝ่ายบริหารด้วย

ขณะที่นักวิชาการ และนักสิทธิมนุษยชน ด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศ รวมถึงนายกสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือถึงนายวิเชียร ชวลิต ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ยกร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้บรรจุคณะกรรมาธิการสิทธิ ด้านความหลากหลายทางเพศ เป็นกรรมาธิการสามัญประจำสภาฯ เพื่อผลักดันกฎหมาย และนโยบายต่างๆ