ขสมก.ตั้งข้อสังเกตปมเลิกสัญญา “อี-ทิกเก็ต-แคชบ็อกซ์”

เศรษฐกิจ
17:17
จำนวนผู้ชม 488
ขสมก.ตั้งข้อสังเกตปมเลิกสัญญา “อี-ทิกเก็ต-แคชบ็อกซ์”
ผอ.ขสมก. ยอมรับกังวลกรณีการบอกเลิกสัญญา “อี-ทิกเก็ต” และ “แคชบ็อกซ์” อาจมีเงื่อนงำ พร้อมสั่งให้เร่งเคลียร์คดีหวั่นเป็นค่าโง่ก้อนโต 1,556 ล้านบาท

วันนี้ (10 ก.ย.2562) นายสุระชัย เอี่ยมวชิรกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า กรณีที่บริษัท ช ทวี จํากัด (มหาชน) (CHO) ได้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจำนวน 1,556 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากกรณีที่ ขสมก. บอกเลิกสัญญาโครงการติดตั้งระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (อี-ทิกเก็ต) และ แคชบ็อกซ์

 

ภาพประกอบข่าว ขสมก.ตั้งข้อสังเกตปมเลิกสัญญา “อี-ทิกเก็ต-แคชบ็อกซ์”

 

จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือยื่นคำฟ้อง จึงยังไม่ทราบว่าเอกชนฟ้องร้องในเรื่องใดบ้าง คาดว่า ช.ทวี จะมุ่งประเด็นไปในเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังจากถูกบอกเลิกสัญญา จึงต้องทบทวนขั้นตอนการส่งมอบงานว่ามีความซับซ้อนและมีความไม่ชอบมาพากลหรือไม่ แต่ยังมีข้อสงสัยว่า เหตุใด ขสมก. จึงอนุญาตให้เอกชนติดตั้งรถเมล์ 2,600 คัน โดยไม่ตรวจเช็กล็อตแรก อีกทั้งการส่งมอบยังไม่เป็นไปตามที่กำหนดในทีโออาร์ คือ ต้องให้เอกชนส่งมอบภายใน 1 ปี ตั้งแต่ลงนามสัญญาช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.2560 แต่กลับพบว่ามีการส่งมอบกันลากยาวไปจนถึงปี 2562 เรื่องดังกล่าวเป็นการส่งมอบที่ขัดกับทีโออาร์ สามารถบอกเลิกสัญญาได้หรือไม่


สงสัยว่า ขสมก.อนุญาตให้เอกชนติดตั้งบนรถเมล์ทั้ง 2,600 คัน เพราะต้องมีการตรวจเช็กล็อตแรกก่อนว่าใช้งานตามที่ระบุไว้ในทีโออาร์หรือไม่ เช่น ลองติดตั้ง 100 คันแรกก่อน

ขณะที่ช่วงปลายปี 2561 ขสมก.ได้ทำหนังสือสอบถามกรมบัญชีกลาง เรื่องการขอยกเลิกสัญญาเพียงครึ่งเดียว คือการยกเลิกสัญญาแคชบ็อกซ์ แสดงว่า ขสมก. และ ช.ทวี ได้มีการเจรจากันมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่สุดท้ายกลับมีการฟ้องร้องกันถึงชั้นศาล จึงมีความน่าสงสัยว่า การเจรจามีปัญหาอะไรหรือไม่ พร้อมยืนยันว่า กรอบเวลาของโครงการนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ยังไม่ได้เข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการ ขสมก. โดยหลังจากนี้จะพิจารณาเรื่องทั้งหมดอย่างรอบคอบ

 

ภาพประกอบข่าว ขสมก.ตั้งข้อสังเกตปมเลิกสัญญา “อี-ทิกเก็ต-แคชบ็อกซ์”


ส่วนเรื่องแนวทางในการต่อสู้คดี จะต้องรอหนังสือคำร้องของคู่กรณีก่อน จึงจะเริ่มวางแผนในการต่อสู้คดีได้ แต่คาดว่า ขสมก. มีแนวโน้มจะใช้ประเด็นเรื่องอุปกรณ์ที่นำมาติดตั้งไม่สามารถใช้งานได้ตามสัญญา ระบบไม่เสถียร มีการทดลองหลายครั้งแต่ก็ใช้งานไม่ได้


ส่วนกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมในเชิงลบว่า เรื่องดังกล่าวอาจเป็นค่าโง่ 1,556 ล้านบาท ที่รัฐบาลต้องเสียรู้ให้เอกชน ยืนยันว่า ขสมก. จะดำเนินการต่อสู้คดีอย่างถึงที่สุด และจะมีการรายงานให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม รับทราบ ซึ่ง รมว.คมนาคม กำชับว่ากระทรวงคมนาคมยุคใหม่ต้องไม่มีค่าโง่


ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า การฟ้องร้องของเอกชนครั้งนี้จะเป็นค่าโง่ที่รัฐบาลต้องจ่ายให้เอกชนว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องคดีจาก ขสมก. ดังนั้นจึงยังไม่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวได้

 

ภาพประกอบข่าว ขสมก.ตั้งข้อสังเกตปมเลิกสัญญา “อี-ทิกเก็ต-แคชบ็อกซ์”


นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า แผนฟื้นฟูกิจการที่กระทรวงคมนาคมได้ส่งมอบให้ ขสมก. กลับไปทบทวนนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายเรื่อง จะต้องได้ข้อสรุปในเดือน ก.ย.นี้ ส่วนสาระสำคัญคือการทบทวนแผนจัดซื้อรถเมล์ใหม่ 3,000 คัน ได้แก่ เช่ารถเมล์ 700 คัน ซื้อรถเมล์ใหม่ อาทิ รถเมล์ไฮบริด 1,453 คัน รถเมล์ไฟฟ้า (EV) 35 คัน และการปรับปรุงสภาพรถเดิม 323 คัน ซึ่งเป็นคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ดำเนินการแล้ว

แต่แผนศึกษาจัดซื้อรถเมล์ใหม่ได้ดำเนินการมา 4 ปีแล้ว ขณะที่ในอนาคตอันใกล้จะเกิดรถไฟฟ้าสายใหม่เพิ่มขึ้น จึงให้ ขสมก. กลับไปทบทวนว่าจะปรับลดจำนวนจัดหารถเมล์ลงได้จำนวนเท่าใด เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการเดินทางของผู้โดยสาร ซึ่งมีแนวโน้มจะใช้บริการรถเมล์น้อยลง แล้วใช้บริการรถไฟฟ้าแทน เพราะมีโครงข่ายที่ครอบคลุมการเดินทางในเมืองหลวงมากขึ้น ดังนั้นอาจต้องมีการเสนอขอปรับมติ ครม.เรื่องลดจำนวนจัดหารถเมล์ใหม่ หากทุกฝ่ายเห็นชอบตรงกัน