ไทย-เมียนมา ยึดสารตั้งต้นผลิตยาเสพติดกว่า 25 ตัน

อาชญากรรม
20:26
จำนวนผู้ชม 2,402
ไทย-เมียนมา ยึดสารตั้งต้นผลิตยาเสพติดกว่า 25 ตัน
เมียนมายึดกรดไฮโดรคลอริคจากผู้ต้องหาชาวเมียนมาที่เตรียมนำไปผลิตยาเสพติด ขยายผลตรวจในบ้านที่อ.แม่สาย จ.เชียงราย พบของกลางรวมกว่า 25 ตัน พบสามารถนำไปผลิตยาบ้าได้กว่า 2,500 ล้านเม็ด

วันนี้ (13 ก.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน ป.ป.ส.ได้รับการประสานงานจากหน่วยงานยาเสพติดประเทศเมียนมาว่าสามารถจับผู้ต้องหาชาวเมียนมาได้ 6 คน และยึดกรดไฮโดรคลอริคได้จำนวน 414 ถัง น้ำหนักรวม 10,350 กก. ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่ง ในหมู่บ้านสันทราย จ.ท่าขี้เหล็ก จึงได้สอบสวนขยายผล

ผู้ต้องหาให้การว่ากรดไฮโดรคลอริคทั้งหมดนี้ลักลอบลำเลียงมาจากบ้านแห่งหนึ่งในอ.แม่สาย จ.เชียงราย สำนักงาน ป.ป.ส. จึงร่วมกับทหาร ตำรวจเพื่อเข้าตรวจสอบในบ้านเลขที่ 959/49 อ.แม่สาย จ.เชียงราย และพบกรดไฮโดรคลอริคอีกจำนวน 600 ถัง น้ำหนักรวม 15,100 กิโลกรัม รวมของกลางที่ยึดได้น้ำหนักทั้งสิ้น 25.35 ตัน

ภาพประกอบข่าว ไทย-เมียนมา ยึดสารตั้งต้นผลิตยาเสพติดกว่า 25 ตัน

หลังตรวจยึดได้ สำนักงานป.ป.ส. ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 5 และกรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมตรวจสอบสารเคมีดังกล่าวว่าได้รับอนุญาตให้ครอบครองตามกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากกรดชนิดนี้เป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 3 ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 เนื่องจากเป็นสารเคมีที่สามารถนำไปผลิตยาเสพติดได้ และจากการตรวจสอบพบว่าไม่มีใบอนุญาตครอบครอง นำเข้า ส่งออก กรดไฮโดรคลอริคทั้งหมดนี้

กรดไฮโดรคลอริคจำนวน 25 ตัน สามารถนำไปผลิตไอซ์ได้ประมาณ 50 ตัน หรือผลิตเฮโรอีน 50 ตัน และหากนำไอซ์ 50 ตัน ที่ได้ไปผลิตเป็นยาบ้า จะได้กว่า 2,500 ล้านเม็ด และเชื่อว่าสารเคมีดังกล่าว รอขนย้ายจากชายแดนไทย เพื่อส่งไปแหล่งผลิตยาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้าน
ภาพประกอบข่าว ไทย-เมียนมา ยึดสารตั้งต้นผลิตยาเสพติดกว่า 25 ตัน

นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้กำหนดให้การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ รวมทั้งให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างประเทศในการสกัดกั้นสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ไม่ให้เข้าสู่แหล่งผลิต และสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดออกจากแหล่งผลิตกระจายไปยังพื้นที่อื่น การตรวจยึดกรดไฮโดรคลอริคครั้งนี้ เป็นผลจากความร่วมมือของทั้ง 2 ประเทศ เพื่อตัดวงจรยาเสพติดและลดการแพร่ระบาดของยาเสพติดที่จะกระจายเข้ามาในไทย