วันนี้ (14 ก.ย.2562) ดร.อัศวิน อมรสิน อาจารย์ภาควิชาเทคโนโลยีการอาหารและโภชนศาสตร์ คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดเผยกับไทยพีบีเอสว่า ได้ทราบข่าวน้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคอีสาน โดยเฉพาะที่ จ.อุบลราชธานี จึงคิดว่าต้องการให้ความช่วยเหลือคนในพื้นที่ตามความสามารถที่มีอยู่ จนต้องการผลิต "ข้าวเหนียวหมูย่าง" สเตอริไลซ์ ที่ไม่เน่าไม่เสีย ในโครงการ "กล่องข้าวน้อยให้แม่" ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากนิทานท้องถิ่น จ.ยโสธร "ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่" ที่มีการอัดข้าวเหนียวไว้แน่นในกล่องข้าวเล็กๆ จนดูเหมือนมีน้อยแล้วลูกก็ฆ่าแม่เพราะโมโหหิว แต่สุดท้ายก็กินข้าวไม่หมด ซึ่ง "ข้าวเหนียวหมูย่าง" ที่ผลิตขึ้นนี้ก็มีบรรจุภัณฑ์ที่เล็ก ขนส่งง่าย แต่อัดแน่นไปด้วยข้าวเหนียว 120 กรัม และหมูย่าง 50 กรัม ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประสบอุทกภัยอิ่มแน่นอน
สำหรับกระบวนการผลิต ได้เริ่มรวบรวมบรรจุภัณฑ์ วัตถุดิบ เงินบริจาคเพื่อเป็นทุนในการจัดหาวัตถุดิบ และจิตอาสาตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยจิตอาสาส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาในภาควิชาฯ ที่อยู่ในช่วงเตรียมสอบ แต่ทุกคนก็พร้อมใจที่จะเข้ามาช่วยผลิตเพื่อส่งต่อให้ผู้ประสบอุทกภัย ขณะที่วัตถุดิบอื่นๆ ผู้ประกอบการที่ทราบว่าจะนำมาช่วยเหลือชาวอุบลฯ ที่เดือดร้อน หลายร้านก็ได้ร่วมบริจาควัตถุดิบ และลดราคาสินค้าให้
เงินบริจาคเราเปิดรับบริจาคไม่นาน แต่เงินที่ได้มันเกินคาดมาก ได้มาเป็นเงินแสน ซึ่งไม่คิดว่าคนจะยอมโอนเงินหลักพัน มาช่วยเหลือคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแบบนี้ รู้สึกดีใจมาก แล้วก็อยากผลิตกล่องข้าวน้อยให้แม่ออกมาอย่างดีที่สุด
เมื่อได้วัตถุดับและจิตอาสามาแล้ว ก็ต้องมีการนึ่งข้าวเหนียว และหมักหมู ก่อนจะนำไปย่าง และแพคใส่บรรจุภัณฑ์อย่างดี จากนั้นจะนำไปซีล และเข้าสู่กระบวนการฆ่าเชื้อ สเตอริไลซ์ ซึ่งต้องใช้เวลานาน เนื่องจากการอัดตัวของข้าวเหนียวทำให้การส่งผ่านความร้อนช้า จึงต้องใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง
ผลิตเข้าเครื่องฆ่าเชื้อได้รอบละ 84 ชุด โดยแต่ละรอบใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง ทำให้ต้องใช้เวลาพอสมควร เมื่อคืนก็ได้ผลิตทั้งคืนยังไม่ได้นอนเลย เพื่อจะได้นำไปช่วยผู้ประสบภัยได้เร็วที่สุด
อยู่นอกตู้เย็นได้ 2 ปี ไม่เน่าไม่เสีย
หลังจากผ่านกระบวนการทั้งหมดแล้ว "ข้าวเหนียวหมูย่าง" จะไม่เน่าไม่เสีย เก็บนอกตู้เย็นได้ 2 ปี เหมาะสำหรับพื้นที่น้ำท่วมหนักที่ขนส่งอาหารสด อาหารแห้งอื่นๆ ไม่สะดวก โดยผู้ประสบภัยสามารถกินได้เลยโดยไม่ต้องอุ่น แต่ข้าวเหนียวอาจจะแข็งกว่าปกติ เพราะเป็นธรรมชาติของข้าวเหนียว หากต้องการให้รสชาติอร่อยแบบดั้งเดิมสามารถนำไปต้ม 3-5 นาที และอุ่นในไมโครเวฟ 1-2 นาที โดยไม่ต้องนำออกจากถุง เพราะถุงที่ใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถทนความร้อนได้ 100-120 องศาสเซลเซียส โดยด้านข้างถุงจะมีสติ๊กเกอร์อธิบายส่วนประกอบและวิธีบริโภคไว้อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ กระบวนการทั้งหมดนี้ ได้มีการทำการทดลองเพื่อประมวลขั้นตอนและสูตรก่อนการผลิตจริง โดย ดร.อัศวิน ระบุว่า การจะผลิตข้าวสเตอร์ไรซ์แบบนี้ จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ ส่วนตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญการแปรรูปอาหาร ด้าน Thermal processing จึงได้มีความชำนาญในการทดลอง วิเคราะห์ และประเมินผล ซึ่งการฆ่าเชื้อถือเป็นขั้นตอนสำคัญ ที่จะต้องทำให้ตรงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามกฎหมาย โดยกล่องข้าวน้อยให้แม่นี้ได้ทำตามหลักเกณฑ์อย่างครบถ้วน เนื่องจาก ดร.อัศวิน ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ที่สามารถควบคุมเครื่องมือฆ่าเชื้อด้วยความร้อนได้
ขอจิตอาสาช่วยแพค "กล่องข้าวน้อยให้แม่"
ดร.อัศวิน ตั้งเป้าผลิตกล่องข้าวน้อยให้แม่ 10,000 ชุด แต่เนื่องจากยังขาดจิตอาสาที่จะมาช่วยแพคข้าวเหนียวและหมูย่างใส่ในบรรจุภัณฑ์ เบื้องต้น จึงจะเร่งผลิตให้ได้ 2,000 ชุด เพื่อนำส่งผู้ประสบภัยในพื้นที่ก่อน โดยผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หรืออยู่ใน จ.มหาสารคาม สามารถเข้าไปช่วยแพคข้าวได้ที่ภาควิชาเทคโนโลยีการอาหารและโภชนศาสตร์ คณะเทคโนโลยี ในวันนี้และวันพรุ่งนี้ (14-15 ก.ย.) ส่วนเงินบริจาคที่เหลือจากการซื้อวัตถุดิบต่างๆ ดร.อัศวิน ได้จัดซื้อยา เวชภัณฑ์ต่างๆ เพิ่มเติมเพื่อนำไปบริจาคให้ผู้ประสบภัยที่ จ.อุบลราชธานี ภายในวันที่ 15 - 16 ก.ย.นี้
ในอนาคตไม่อยากให้เกิดอุทกภัยขึ้นอีก แต่หากมีน้ำท่วมแล้วผู้ประสบภัยต้องการความช่วยเหลือ อาจมีการพัฒนาให้การผลิตมีประสิทธิภาคเพิ่มขึ้น เบื้องต้น อาจแนะนำให้นักศึกษาที่คณะได้นำไปเป็นโมเดลศึกษาต่อยอดเพิ่มเติมกับอาหารประเภทอื่นด้วย
