แจ้ง 3 ข้อหา ร.ต.อ.ชักปืนขู่ "อส.ตร.- รอง สวป." ขณะขอตรวจค้นอ้างทำรถเสียหาย

อาชญากรรม
11:53
จำนวนผู้ชม 6,123
แจ้ง 3 ข้อหา ร.ต.อ.ชักปืนขู่ "อส.ตร.- รอง สวป." ขณะขอตรวจค้นอ้างทำรถเสียหาย
รองโฆษก ตร. ระบุ ผลตรวจสอบ ร.ต.อ.ชักปืนขู่ อส.ตร. พร้อมตำรวจ ขณะตั้งด่าน หากผิดให้ดำเนินคดีทั้งวินัย-อาญา เบื้องต้นถูกแจ้งความ 3 ข้อหา

วันนี้ (28 ก.ย.2562) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีมีคลิปเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยศ ร.ต.อ.ชักปืนขู่ อส.ตร.โดยอ้างว่าทำรถของตนเสียหาย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด สภ.สำโรงใต้ จ.สมุทรปราการ โดยเหตุเกิดที่ ถ.พุทธรักษา ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ ในพื้นที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ ว่าได้รับรายงานจาก ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ ว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า

ภาพประกอบข่าว แจ้ง 3 ข้อหา ร.ต.อ.ชักปืนขู่

 

เมื่อวันที่ 27 ก.ย.2562 เวลาประมาณ 02.30 น. ร.ต.อ.สมพร ปาเส รอง สวป.สภ.เมืองสมุทรปราการ กับพวกพร้อมด้วยอาสาสมัครได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัด เพื่อป้องกันเหตุอยู่บริเวณถนนพุทธรักษา หน้าจุดบริการประชาชน ต.แพรกษา ได้มี ร.ต.อ.สมยศ ไกรกิจธนโรจน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.สำโรงใต้ ซึ่งแต่งกายนอกเครื่องแบบ ขับขี่รถยนต์ ทะเบียน ฎฉ-1160 กทม. ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเรียกให้หยุดเนื่องจากใต้ท้องรถมีกรวยยางติดอยู่ ทำให้ ร.ต.อ.สมยศ ไม่พอใจ จึงได้ลงมาจากรถ ต่อว่า ร.ต.อ.สมพร และอาสาสมัครด้วยถ้อยคำหยาบคาย พร้อมนำอาวุธปืนออกมาขู่ ร.ต.อ.สมพร กับพวก จึงได้ห้ามปราม ร.ต.อ.สมยศ จึงหยุดและกลับไป 

หลังเกิดเหตุ ร.ต.อ.สมพร ได้เดินทางไปยัง สภ.เมืองสมุทรปราการ และได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ ร.ต.อ.สมยศ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ต่อมาเวลา 21.00 น.ของวันเดียวกัน ร.ต.อ.สมยศ ได้เข้าพบ พงส.เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ในข้อหาทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจโดยการขู่เข็ญ , ดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่หรือได้เพราะกระทำการตามหน้าที่ ,พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุสมควร

ขณะนี้อยู่ระหว่างต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ตามระเบียบ หากการตรวจสอบพบว่ามีความผิดจริง จะมีการเอาผิดทั้งวินัยและถูกดำเนินคดีอาญาตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

รอง โฆษก ตร.กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ก่อเหตุ ได้สั่งการให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยจะดำเนินการทั้งทางอาญาและวินัยอย่างเด็ดขาด ไม่มีการให้ความช่วยเหลือพิจารณาตามข้อเท็จจริงพยานหลักฐานที่ปรากฎ

ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้กำชับและมีข้อสั่งการไปยังกองบัญชาการทุกภาคส่วน ผู้บังคับการ ผู้กำกับ หัวหน้าหน่วยในทุกต้นสังกัดทุกพื้นที่ให้มีการควบคุม ดูแลความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ทั้งเวลาราชการและนอกเวลาราชการ ตามคำสั่งที่ 1212/2537 ในการกวดขัน กำกับ ดูแล สอดส่องความประพฤติและพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจภายใต้การปกครองบังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายระมัดระวังกิริยามารยาท ในการแสดงออกและขอเตือนเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย อย่าลุแก่อำนาจที่ตนมี

หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความพฤตินอกรีต ไปเรียกรับเงินทอง เรียกรับผลประโยชน์อื่นใด หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ โดยให้ดำเนินการตรวจสอบกระทำด้วยความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งหากผลการตรวจสอบพบว่าได้กระทำผิดจริงให้ดำเนินทางวินัยและอาญา อย่างเด็ดขาด 

ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการลงทัณฑ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กระทำในลักษณะนี้ทั้ง ไล่ออก ปลดออก ให้ออก หากความผิดปรากฎชัดเจน ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาโดยตลอด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี