เกษตรกรผู้ปลูกยาเส้น ปักหลักชุมนุมหน้าศาลากลาง จ.เพชรบูรณ์ รอคำตอบ

ภูมิภาค
18:02
จำนวนผู้ชม 630
Thai PBS
เกษตรกรผู้ปลูกยาเส้น ปักหลักชุมนุมหน้าศาลากลาง จ.เพชรบูรณ์ รอคำตอบ
เกษตรกรผู้ปลูกยาเส้นจาก อ.หล่มสัก และ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ รวมทั้งตัวแทนผู้ปลูกยาเส้นจากจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือ กว่า 3,000 คน เดินทางมาปักหลักชุมนุมอยู่ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อมารับคำตอบข้อเรียกร้องที่ยื่นไปให้กับกรมสรรพสามิตและรัฐบา

วันนี้ ( 7 ต.ค.62) การชุมนุมเรียกร้องปิดถนนที่บริเวณสี่แยกพ่อขุนผาเมือง เมื่อวันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา จากนั้นได้ให้ตัวแทนเกษตรกรจำนวนหนึ่ง ขึ้นไปหารือกับคณะผู้เกี่ยวข้องที่ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วย ดร.ธิบดี วัฒนกุล รองอธิบดีกรมสรรพสามิต นางศศิโสภา เกียรติวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 1 และว่าที่ร้อยตรีประยุทธิ์ เสตถาภิรมย์ ในส่วนของตัวแทนเกษตรกรประกอบด้วย นายยุพราช บัวอินทร์ นายธนกฤต วลโภคาศัย นางสันทนา กันหาเวียง โดยมีนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.เพชรบูรณ์ และนายสาคร รุ่งเรือง รอง ผวจ.เพชรบูรณ์ ร่วมประชุมหารือด้วย

ภาพประกอบข่าว เกษตรกรผู้ปลูกยาเส้น ปักหลักชุมนุมหน้าศาลากลาง จ.เพชรบูรณ์ รอคำตอบ

ซึ่งมีการหารือประเด็นต่างๆ กว่า 4 ชั่วโมง ในที่สุดได้ข้อสรุปจัดทำหนังสือเรียกร้องแก้กฎกระทรวง กำหนดพิกัดอัตราภาษี จำนวน 4 ฉบับ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการคลัง และอธิบดีกรมสรรพสามิต โดยมีข้อเรียกร้องเพียงข้อเดียวคือ แก้ไขลดอัตราภาษียาเส้น จากเดิม 0.10 บาทต่อกรัม เป็น 0.025 บาทต่อกรัม และหากจะมีการปรับขึ้นภาษีในอนาคตขอให้แจ้งก่อนล่วงหน้าเป็นระยะเวลา 1 ปีขึ้นไป

ภาพประกอบข่าว เกษตรกรผู้ปลูกยาเส้น ปักหลักชุมนุมหน้าศาลากลาง จ.เพชรบูรณ์ รอคำตอบ

ทั้งนี้นายยุพราช บัวอินทร์ กล่าวว่า จากการที่ผู้ประกอบการรับซื้อยาเส้นจากเกษตรกรถุง 10 กิโลกรัมในราคาถุงละ 1,000 บาท ต้องเสียภาษีเพียง 58.75 บาท เมื่อรัฐบาลขึ้นภาษีในครั้งนี้จะต้องเสียภาษีถึง 1,175 บาท ทำให้ผู้ประกอบการหยุดรับซื้อยาเส้น ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ต้องรับภาระขาดทุนทั้งหมด ไม่มีเงินไปใช้หนี้ รวมทั้งไม่มีเงินที่จะนำไปใช้จ่ายในครอบครัว ทั้งค่าเล่าเรียนของบุตรหลาน ค่ากินค่าใช้ในชีวิตประจำวัน

ภาพประกอบข่าว เกษตรกรผู้ปลูกยาเส้น ปักหลักชุมนุมหน้าศาลากลาง จ.เพชรบูรณ์ รอคำตอบ

อีกทั้งให้รับซื้อได้เพียงไม่เกิน 12,000 กิโลกรัมต่อราย ซึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์มีผู้ประกอบการรับซื้อยาเส้นจากเกษตรกรประมาณ 30 ราย หากรับซื้อรายละไม่เกิน 12,000 กิโลกรัม จะสามารถรับซื้อได้ไม่เกิน 400,000 กิโลกรัม ในขณะที่ผลผลิตยาเส้นของเกษตรกรมีกว่าสิบล้านกิโลกรัม

ภาพประกอบข่าว เกษตรกรผู้ปลูกยาเส้น ปักหลักชุมนุมหน้าศาลากลาง จ.เพชรบูรณ์ รอคำตอบ

ส่วนที่เหลือจะให้ทำอย่างไร ดังนั้นชาวเกษตรกรจึงเรียกร้องไปยังรัฐบาล โดยข้อเรียกร้องที่ได้มีการหารือแล้วมีเพียงข้อเดียวคือ แก้ไขลดอัตราภาษียาเส้นในอัตราถุง(10 กก.)ละ 250 บาท อัตราเดียว และไม่จำกัดปริมาณการรับซื้อ และหากจะมีการปรับขึ้นภาษีในอนาคตขอให้แจ้งก่อนล่วงหน้าเป็นระยะเวลา 1 ปีขึ้นไป

ภาพประกอบข่าว เกษตรกรผู้ปลูกยาเส้น ปักหลักชุมนุมหน้าศาลากลาง จ.เพชรบูรณ์ รอคำตอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากทำหนังสือเรียกร้องแล้วโดยให้ผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด จากกรมสรรพสามิต และตัวแทนเกษตรกร รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ลงลายมือชื่อ จากนั้นได้แฟกซ์หนังสือเรียกร้องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการคลัง และอธิบดีกรมสรรพสามิต โดยให้รองอธิบดีกรมสรรพกรถือหนังสือไปส่งด้วยตนเองอีกครั้ง

แต่ทั้งนี้เกษตรกรผู้ชุมนุมต้องการที่จะได้ยินคำยืนยันจากผู้บริหารที่สูงกว่าอธิบดีกรมสรรพสามิต เนื่องจากผู้ชุมนุมไม่มีความเชื่อมั่นในตัวของอธิบดีกรมสรรพสามิต เพื่อให้คำยืนยันว่า จะนำข้อเรียกร้องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี หากยังไม่ได้รับการยืนยันจากผู้บริหารระดับรัฐมนตรีภายใน 6 โมงเย็นวันนี้ เกษตรกรก็จะจุดไฟเผาหุ่นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอธิบดีกรมสรรพสามิต พร้อมทั้งปักหลักนอนชุมนุมอยู่ที่หน้าศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อรอคำตอบที่ชัดเจนต่อไป

ภาพประกอบข่าว เกษตรกรผู้ปลูกยาเส้น ปักหลักชุมนุมหน้าศาลากลาง จ.เพชรบูรณ์ รอคำตอบ

สำหรับ จ.เพชรบูรณ์ มีเกษตรกรผู้ปลูกยาเส้นประมาณ 5 พันราย โดยมีพื้นที่เพาะปลูกยาเส้น จำนวนกว่า 3 หมื่นไร่ ได้ผลผลิตประมาณปีละกว่า 10 ล้านกิโลกรัม สามารถสร้างรายได้ให้ จ.เพชรบูรณ์ กว่า 1 พันล้านบาท