ผบ.ทบ. ถามเหมาะสมหรือไม่ นักการเมืองถ่ายภาพคู่ "โจชัว หว่อง"

การเมือง
11:45
จำนวนผู้ชม 1,142
Thai PBS
ผบ.ทบ. ถามเหมาะสมหรือไม่ นักการเมืองถ่ายภาพคู่ "โจชัว หว่อง"
ผบ.ทบ.บรรยายพิเศษเรื่อง "แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง" ถามนักการเมืองถ่ายรูปคู่ “โจชัว หว่อง” นักเคลื่อนไหวในฮ่องกง มีวาระซ่อนเร้นหรือไม่

วันนี้ (11 ต.ค.2562) กองทัพบกได้จัดการบรรยายพิเศษ โดย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ให้เกียรติในการบรรยายพิเศษครั้งนี้ ในหัวข้อเรื่อง “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” ณ หอประชุมกิตติขจร กองบัญชาการกองทัพบก โดยเชิญนักเรียน นิสิต นักศึกษา ครู อาจารย์ ผู้นำองค์กร ผู้นำมวลชนรอบค่าย ศิลปินดารา ตลอดจนสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศร่วมฟังการบรรยาย

ด้วยปัจจุบันสถานการณ์บ้านเมืองทั้งภายในและนอกประเทศมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ด้วยวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนไป กองทัพบกในฐานะหน่วยงานหนึ่งที่รับผิดชอบดูแลงานด้านความมั่นคงของชาติ จึงจำเป็นต้องปรับองค์กรให้สามารถปฏิบัติภารกิจให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยยึดมั่นในการดำรงไว้ซึ่งความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดจนการช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนในทุกโอกาส ดังนั้นเพื่อสร้างการตระหนักรับรู้และเข้าใจบทบาทของกองทัพที่เปลี่ยนแปลงไปในมิติของความมั่นคง ตลอดจนความสำนึกรักแผ่นดินและความสามัคคีแก่ประชาชน กองทัพบกจึงได้จัดการบรรยายพิเศษซึ่งถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมมวลชนสัมพันธ์ที่กองทัพบกดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยโอกาสนี้ได้เชิญกลุ่มประชาชนหลากหลายอาชีพและสถานภาพที่มีบทบาทต่อการสร้างการรับรู้ต่อสาธารณะ มารับฟังการบรรยายดังกล่าวเพื่อนำความรู้ที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์นี้ไปเผยแพร่แก่สาธารณชนเพื่อสร้างความมั่นคงร่มเย็นแก่ประเทศชาติต่อไป

ภาพประกอบข่าว ผบ.ทบ. ถามเหมาะสมหรือไม่ นักการเมืองถ่ายภาพคู่

ผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่า เป็นครั้งแรกที่ได้มาบรรยายพิเศษและถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมมวลชนสัมพันธ์ที่กองทัพบกจัดขึ้นมาต่อเนื่อง โดยหัวข้อการบรรยายเพื่อย้ำว่า ทหารถอยห่างจากการเมือง หลังสิ้นสุด คสช.แต่ทหารยังคงมีบทบาทหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ

ผู้บัญชาการทหารบก ได้หยิบยกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ในอดีตเคยเสียกรุงมา 14 ครั้ง ซึ่งเกิดจากความเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคสมัย รวมทั้งการล่าอาณานิคม ในสมัยรัชกาลที่ 5 ทำให้ไทยดินแดนไปหลายครั้ง จนมาถึงสมัยรัชกาลที่ 9 ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 14 ที่ไทยสูญเสียดินแดน จากคำพิพากษาศาลโลกให้เขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา

ผู้บัญชาการทหารบก ย้ำถึงเหตุจูงใจให้มาเป็นทหารจากการเหตุการณ์ที่ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ พ่อของ พล.อ.อภิรัชต์ ที่ถูกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ยิงได้รับบาดเจ็บขณะปฏิบัติภารกิจเมื่อปี 2515 ซึ่ง พล.อ.อภิรัชต์ มีอายุเพียง 12 ปี และแม้เหตุการณ์คอมมิวนิสต์จะยุติลงไปนานแล้ว แต่ยังมีบุคคลบางกลุ่มที่มีแนวความคิดฝังหัวเรื่ิองคอมมิวนิสต์และเคลื่อนไหวอยู่

ผู้บัญชาการทหารบก ยังระบุถึง สถานการณ์การเมืองปัจจุบันว่าเปลี่ยนแปลงไปและซับซ้อนมากยิ่งขึ้นจากหลายปัจจัยทั้งเศรษฐกิจ และความขัดแย้งของคนในชาติ ซึ่งเกิดขึ้นในหลายประเทศ ล่าสุดคือเหตุวุ่นวายที่ฮ่องกง แต่กลับปรากฎภาพบุคคลในประเทศไทยไปถ่ายภาพร่วมกับแกนนำเคลื่อนไหวของฮ่องกง ในช่วงสถานการณ์ที่จีนกำลังแก้ไขปัญหา จึงขอให้ทุกฝ่ายพิจารณาเองว่าเหมาะสมหรือไม่

ช่วงหนึ่ง พล.อ.อภิรัชต์ ยกคำพูด โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกง โดยกล่าวว่า ฮ่องกงเป็นแเกาะเป็นส่วนหนึ่งของจีน แต่มีคนไทยบางคนไปถ่ายคู่กับ โจชัว หว่อง ซึ่งนายโจชัว หว่อง มาเมืองไทยไม่รู้กี่รอบ มาพบใคร การพบกันนั้นมีวาระซ่อนเร้น วางแผนสมคบคิดทำอะไรกันหรือไม่ ตอนนี้มีการประท้วงกันอยู่ก็ไปเยี่ยม เหมือนไปให้กำลังใจ ให้การสนับสนุน เรื่องนี้ในเว็บไซต์สือออนไลน์มีหมด

ภาพประกอบข่าว ผบ.ทบ. ถามเหมาะสมหรือไม่ นักการเมืองถ่ายภาพคู่

ผู้บัญชาการทหารบก ยังระบุถึง สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า เหตุรุนแรงขึ้นขยายวงขึ้นในช่วงก่อนเหตุการณ์ปล้นปืนกองพันพัฒนาที่ 4 นราธิวาสปี 2547 และมีความพยายามแก้ปัญหาในหลายรัฐบาลจนเริ่มคลี่คลายในปี 2557 รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และเริ่มปรับลดกำลังทหารลง ซึ่งเกิดการสูญเสียจำนวนมาก รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ครู และประชาชน

พร้อมระบุถึง ช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า เป็นช่วงเวลาที่เครียดและกดดัน เพราะในพื้นที่ไม่ใช่การสู้รบปกติ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ยาก เนื่องจากผู้ก่อเหตุปะปนกับประชาชนผู้บริสุทธิ์และยังมีคนบางกลุ่ม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ธนาธร" แจงภาพคู่ "โจชัว หว่อง" แค่เจอในงานสัมมนา

ผบ.ทบ.ไม่ขวางแก้รัฐธรรมนูญ ขู่อย่าแตะมาตรา 1