วันนี้ (12 ต.ค.2562) ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ อาคารไทยซัมมิท รศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เปิดบรรยายพิเศษ “แผ่นดินของเราในมุมมองประชาธิปไตย บทบาทของประชาชนในการสร้างชาติ” หลังการบรรยายของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกเมื่อวานนี้
รศ.ปิยบุตร กล่าวก่อนเริ่มการบรรยายว่า แม้ ผบ.ทบ. ไม่ได้ระบุชื่อใครหรือพรรคการเมืองไหน แต่เมื่อฟังจนจบก็คงเข้าใจดีว่าหมายถึงพรรคอนาคตใหม่ และแกนนำคนอื่น ๆ ในพรรค ซึ่งสะท้อนวิธีคิดของ ผบ.ทบ. และกองทัพ ที่จะทำให้เกิดความแตกแยกของคนในชาติ
มีการหยิบยกประเด็น “แผ่นดินของเรา” กับความหมายของการสร้างชาติที่เปลี่ยนไป รศ.ปิยบุตร ระบุว่า เครื่องมือสร้างชาติในยุคสมัยปัจจุบัน มีความจำเป็นต้องยึดหลักการ 4 ข้อ คือ 1) ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 2) สิทธิเสรีภาพ 3) พึ่งพาอาศัยกันฉันท์เพื่อนร่วมชาติ และ 4) เคารพในความแตกต่างหลากหลาย ที่เมื่อใดถูกนำมาใช้เพื่อการร้อยรัฐ เมื่อนั้นประชาชนก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันสร้างชาติได้
เมื่อชาติเท่ากับประชาชนแล้ว หากเราพูดถึงความมั่นคงของชาติ ความมั่นคงของประเทศ จึงเท่ากับความมั่นคงของประชาชนไปด้วย คือ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงในชีวิต ความมั่นคงในทางสิทธิและเสรีภาพ และความมั่นคงในทางการศึกษา
ไม่แตะ รธน.มาตรา 1
ส่วนประเด็นข้อกังวลการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 1 รศ.ปิยบุตร ระบุว่า ตามกรอบของรัฐธรรมนูญ 2560 นั้นเป็นไปไม่ได้ พล.อ.อภิรัชต์ จึงไม่ควรใช้ความรู้สึกส่วนตัวในการออกมาตอบโต้ แต่ควรใช้กรอบของกฎหมาย พร้อมยืนยันว่า ตน และพรรคอนาคตใหม่ รวมถึงพรรคร่วมฝ่ายค้านพูดในที่สาธารณะหลายครั้ง ว่าจะไม่มีการแตะมาตรา 1 และมาตรา 2 อย่างเด็ดขาด พร้อมตอบกลับ พล.อ.อภิรัชต์ ว่า เป็นความพยายามเชื่อมโยงเพื่อลดความชอบธรรมของการรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญ และมีเพียงการทำรัฐประหารโดยทหารเท่านั้น ที่เปลี่ยนแปลงและยกเลิกรัฐธรรมนูญ โดยไม่มีกรอบของกฎหมายมารองรับ
รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ที่พวกท่านร่างกันมา มาตรา 255 เขียนว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ จะกระทํามิได้
สำหรับประเด็นการแทรกแซงการเมืองของกองทัพ รศ.ปิยบุตร ยกตัวอย่างฝ่ายความมั่นคงของหลายประเทศ ที่จะไม่มีการออกมาแสดงความเห็นทางการเมือง แต่ในทางกลับกัน พล.อ.อภิรัชต์ ในฐานะ ผบ.ทบ. ที่แม้พยายามกล่าวในการบรรยายเมื่อวานนี้ ว่าไม่ใช่การยุ่งกับการเมือง แต่กลับแสดงความเห็นทางการเมืองอย่างชัดแจ้ง โดยระบุว่าเหตุผลเดียวที่จะครองอำนาจทางกองทัพเอาไว้ได้ คือ การมีวิกฤตภายในประเทศตลอดเวลา
สถานะพิเศษช่วงยกเว้น จึงกลายเป็นสถานะถาวร เช่น มาตรา 44 อยู่กับเราจนเราคุ้นชินเป็นปกติ มันจะเกิดขึ้นได้ ต้องมีการปลุกปั่นวิกฤต บางช่วงอาจมีจริง ๆ แต่เมื่อหายไป ไม่มีความจำเป็นที่ทหารต้องแทรกแซงทางการเมือง ทุกอย่างผลิตผ่านวาทกรรมต่าง ๆ
นอกจากนี้ ยังระบุถึงบทเรียน "วงจรอุบาทว์การเมืองไทย" ที่ถูกทำให้เชื่อว่ามีการเลือกตั้ง มีวิกฤตการเมือง และจบลงด้วยการรัฐประหาร แต่วงจรอุทบาทว์ที่แท้จริง คือ การตัดตอน หรือ หยุดยั้งประชาธิปไตย เมื่อเห็นว่าประชาชนตระหนักรู้ว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนและรุดหน้าเกินควบคุม เมื่อนั้นก็จะเกิดการรัฐประหาร ส่วนกรณีที่ พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวถึงภัยคุกคามรูปแบบใหม่ "สงครามลูกผสม" หรือ ไฮบริด วอร์แฟร์ (Hybrid Warfare) นั้น ในต่างประเทศกลับมองประเทศไทยว่าเป็น "ระบอบลูกผสม" หรือ ไฮบริด รีจีม (Hybrid Regime) ที่มีสาระสำคัญ คือ ใช้ระบบเลือกตั้งเป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจ
ไม่เถียง เป็น "ซ้ายจัดดัดจริต"
รศ.ปิยบุตร ยังระบุว่า การติดหล่มความขัดแย้งทางการเมืองตลอด 13 ปีที่ผ่านมา ทำให้คนในประเทศมองไม่เห็นอนาคต จึงไม่แน่ใจว่า หากขับเคลื่อนประเทศต่อด้วยเพียง กองทัพที่ไม่เป็นประชาธิปไตย สื่อมวลชนยุยงปลุกปั่น และรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจ จะก้าวผ่านปัญหาทางการเมืองและพัฒนาประเทศไปได้อย่างไรพร้อมยอมรับเป็น "ซ้ายจัดดัดจริต" เพราะเหตุผลที่ศึกษาเรื่องการปฏิวัติ ประวัติศาสตร์ทั่วโลก ก็เพื่อเป็นบทเรียน และพิจารณาร่วมกันว่าทำอย่างไร ให้ประเทศไทย ไม่ต้องพบสถานการณ์เช่นนั้น
ผมศึกษาเรื่องปฏิวัติ แต่ผมสนับสนุนและอยากให้ประเทศไทยปฏิรูป เพื่อให้คนในชาติอาศัยร่วมกัน ณ วันนี้ถึงเวลาแล้ว เราติดหล่มมา 13 ปี ท่านอย่ากังวลใจ พวกเรามีแต่ความปรารถนาดีและพร้อมปฏิรูปประเทศนี้ไปกับท่าน การบรรยายของท่านเมื่อวานนี้ไม่เป็นผลดี ไม่แก้ไขปัญหา ตรงกันข้าม ยิ่งตอกลิ่ม สร้างความแตกแยก แบ่งแยกแล้วปกครอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการบรรยาย มีเหตุชุลมุนขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากมีผู้ตั้งคำถามเห็นแย้งหลายครั้ง ทำให้มีการตอบโต้จากประชาชนที่ฟังการบรรยาย โดย รศ.ปิยบุตร ได้เชิญให้ร่วมฟังต่อ พร้อมเปิดให้มีการตั้งคำถามในช่วงท้าย ซึ่งเป็นการถามความชัดเจน กรณีความเกี่ยวโยงกับนายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาที่ยิงตัวเอง พร้อมแสดงความคิดเห็น ไม่ต้องการให้แบ่งแยกอายุและช่วงวัยของกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ และเสนอให้ทำงานการเมืองสร้างสรรค์ในสภาฯ
หลังจบการบรรยาย ชายคนดังกล่าวได้เดินเข้าไปจับมือและขอบคุณ รศ.ปิยบุตร ที่ตอบคำถามเพื่อความชัดเจน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ท่าที ผบ.ทบ.กับข้อกังวลสถานการณ์การเมือง "สงครามลูกผสม"
“ธนาธร” ชี้ “ผบ.ทบ.” บรรยายทำสังคมแตกแยก ย้ำโดนดิสเครดิต
ผบ.ทบ.ไม่ขวางแก้รัฐธรรมนูญ ขู่อย่าแตะมาตรา 1
แท็กที่เกี่ยวข้อง:

