แม่ทัพภาค 4 สั่งปรับแผน ชรบ.ไม่ให้เป็นเป้านิ่ง

ภูมิภาค
06:55
จำนวนผู้ชม 745
Thai PBS
แม่ทัพภาค 4 สั่งปรับแผน ชรบ.ไม่ให้เป็นเป้านิ่ง
แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งปรับแผนชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน (ชรบ) ซึ่งถือเป็นเป้าหมายอ่อนแอ ไม่ให้เป็นเป้าถูกโจมตี ขณะที่ทางการเชื่อว่าการก่อเหตุครั้งนี้เพื่อต้องการอาวุธและสร้างสถานการณ์

พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ หลังเกิดเหตุยิงถล่มจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้านทุ่งสะเดา และชุดคุ้มครองตำบลลำพะยา หมู่ที่ 5 ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา พร้อมสั่งปรับแผนเพื่อป้องกัน ชรบ.ตกเป็นเป้านิ่งการโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม

ด้วยทำเลที่ตั้ง ต้องปรับอย่างเร็วเลย แล้วควรจะต้องจรยุทธ์แล้ว ไม่ใช่นอนในป่า แต่นอนใต้ถุนบ้านใครบ้านมัน ผมว่าต้องปรับ ถ้าแบบนี้ไม่ได้ เป็นป้อมให้เขาดึง เขาเขียนแผนเตรียมการเป็นเดือนก็เสร็จ มีเท่าไหร่ก็สูญเสีย
ภาพประกอบข่าว แม่ทัพภาค 4 สั่งปรับแผน ชรบ.ไม่ให้เป็นเป้านิ่ง

จากการสังเกตพบว่า บังเกอร์จุดตรวจชุดคุ้มครองตำบลลำพะยา เต็มไปด้วยร่องรอยกระสุนปืนจากการโจมตีด้วยอาวุธสงครามหลายชนิดของผู้ก่อเหตุความไม่สงบ ส่วนภายในข้าวของกระจัดกระจาย ปะปนกับรอยเลือดของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

ผู้นำท้องถิ่น เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุมีชุด ชรบ.และอาสาสมัครไม่ต่ำกว่า 20 คน มาพูดคุยวางแผนการทำงานกันทุกๆ วันอังคาร จากนั้นผู้ก่อเหตุซึ่งมีมากกว่า 10 คน พร้อมอาวุธสงครามครบมือได้เปิดฉากโจมตี ซึ่งฝ่าย ชรบ.พยายามยิงตอบโต้ แต่ศักยภาพของอาวุธน้อยกว่า จึงตกอยู่ในวงล้อมการสังหารหมู่

ภาพประกอบข่าว แม่ทัพภาค 4 สั่งปรับแผน ชรบ.ไม่ให้เป็นเป้านิ่ง

ขณะที่นายทนง ไหมทอง นายก อบต.ลำพะยา ในฐานะหัวหน้าชุด ชรบ. เชื่อว่า ผู้ก่อเหตุโจมตีเพราะต้องการอาวุธ ซึ่งที่ป้อมมีอยู่หลายกระบอก และคาดว่าการก่อเหตุครั้งนี้ ตั้งแต่เผายาง จนกระทั่งโจมตีจุดตรวจ มีผู้ร่วมก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 30 คน พร้อมกันนี้ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ ชรบ.ไม่ได้ประมาท

ไทยพีบีเอส ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าผู้ก่อเหตุในปฏิบัติการนี้อาจจะมีไม่ต่ำกว่า 30-40 คน แยกย้ายกันโจมตีชุด ชรบ. รวมถึงเผายางรถยนต์และโปรยตะปูเรือใบเพื่อสกัดการติดตาม กองกำลังนี้ส่วนหนึ่งเป็นคนในพื้นที่ที่ชี้จุดและวางแผนหลบหนี อีกส่วนเป็นกองกำลังนอกพื้นที่ก่อเหตุโจมตี

ภาพประกอบข่าว แม่ทัพภาค 4 สั่งปรับแผน ชรบ.ไม่ให้เป็นเป้านิ่ง

จ.ยะลา เยียวยาทายาทผู้เสียชีวิตคนละ 5 แสนบาท

นายเจษฏา จิตรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยว่า จ.ยะลา ได้หารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางการให้ความช่วยเหลือเยียวทายาทของผู้เสียชีวิต โดยในเบื้องต้นจะได้รับตามสิทธิ์ของระเบียบทางราชการคนละ 500,000 บาท

ขณะที่ครอบครัวยอดแก้ว ซึ่งเป็นหนึ่งใน 15 ครอบครัวที่ต้องสูญเสียทั้งนายสุนทรและนางรัชนก ยอดแก้ว สองสามีภรรยาไปจากเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่ผู้เป็นบุตรสาวบอกว่าจะสานต่อปฎิณิธานของพ่อแม่ ด้วยการทำหน้าที่ ชรบ.เพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้คนในชุมชนต่อไป

ส่วนร่างของ ชรบ.ที่เสียชีวิต เพื่อนบ้านและผู้นำศาสนาได้ประกอบพิธีฝังศพแล้วตามหลักศาสนาอิสลาม ขณะที่ผู้นำท้องถิ่นเรียกร้องให้รัฐช่วยเหลือเยียวยาครอบครัว ชรบ.ผู้เสียสละทุกครอบครัวอย่างเต็มที่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกิดเหตุยิงถล่มป้อม ชรบ.ยะลา มีรายงานผู้เสียชีวิต 14 คน

"ประยุทธ์" ประณามเหตุยิงป้อม ชรบ.ยะลา สั่งเร่งติดตามผู้ก่อเหตุ

กสม.ออกแถลงการณ์ประณามเหตุโจมตีป้อมยาม ชรบ.ยะลา