หั่นกองทุนเสมอภาค 1,600 ล้าน หวั่นกระทบเด็กยากจน 1 ล้านคน

สังคม
17:36
จำนวนผู้ชม 1,828
หั่นกองทุนเสมอภาค 1,600 ล้าน หวั่นกระทบเด็กยากจน 1 ล้านคน
ส.ส.ประสานเสียงเพิ่มงบฯ กองทุนเสมอภาค เจ้ากระทรวงศึกษาฯ ตอบกระทู้ ให้ไม่ได้ 2.5 หมื่นล้าน ชี้งบฯ 63 หายอีก 1,600 ล้านบาท หวั่นกระทบเด็กยากจนพิเศษ 1 ล้านคน เกรงระดมเงินบริจาคไม่ทัน

สภาฯ จับมือเพิ่มงบแก้เหลื่อมล้ำ

เกือบ 4 ชั่วโมง ที่ ส.ส.ลุกขึ้นอภิปราย การนำเสนอผลงานประจำปี กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2562 ทั้งฝั่งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ยืนยันงบฯที่รัฐจัดสรรให้ กสศ. น้อยกว่าภารกิจอื่นที่รัฐบาลใช้ลดความเหลื่อมล้ำ

นี่คือ ความเหลื่อมล้ำ ตั้งแต่การบริหารกองทุน ควรนำเงินเหล่านั้นมาแบ่งให้กองทุนนี้

  

ภาพประกอบข่าว หั่นกองทุนเสมอภาค 1,600 ล้าน หวั่นกระทบเด็กยากจน 1 ล้านคน

 

นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี จากพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า การตัดงบประมาณ กสศ.ที่ใช้แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ คือ ความเหลื่อมล้ำในการบริหารกองทุนของไทย เพราะหลายกองทุนที่ใช้เงินมหาศาล แต่เกิดประโยชน์น้อย ขณะที่ กสศ. สามารถช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสได้จริง กลับได้รับการจัดสรรน้อยกว่า


นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน พรรคอนาคตใหม่ ระบุ หากนายกรัฐมนตรีได้ยินเสียงนี้ อยากให้ช่วยจัดสรรงบฯให้เพียงพอตามที่ กองทุน ฯ ต้องการ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การบรรลุเป้าหมายการลดความเหลื่อมล้ำตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แต่ยังช่วยเติมความฝันให้เด็กไทย เติมความฝันพ่อแม่ พร้อมย้ำ นายกฯ เป็นพ่อน่าจะเข้าใจเรื่องนี้

ขณะที่ นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส.จากพรรคพลังประชารัฐ บอกว่า กสศ. เป็นหน่วยงานใหม่ เพิ่งเริ่มงานได้ไม่นาน แต่การที่รัฐให้งบฯเพิ่มแค่ 1% ถือว่า น้อยเกินไปเมื่อเทียบกับภารกิจ เพราะ สพฐ. เองก็ไม่สามารถทำงานครอบคลุมในเรื่องนี้ได้  ด้าน นายกนก วงศ์ตระหง่าน จากพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้อง ส.ส.ร่วมมือกันแก้ปัญหานี้ พร้อมเสนอให้ กสศ. กล้าประกาศเสียงดังๆ ว่า “การศึกษาต้องการเปลี่ยนแปลง”

25,000 ล้าน ยังไงก็ให้ไม่ได้

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่การตัดงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษากลายเป็นประเด็นถกเถียงในสภา ฯ ย้อนไปช่วงอภิปราย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2562 นางสาวกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ หรือ ครูจุ๊ย ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ เคยเสนอให้หั่นงบ 3,500 ล้าน จากทั้งหมด 3.68 แสนล้านบาทของกระทรวงศึกษา ฯ ที่ไม่ได้มีประโยชน์โดยตรงกับผู้เรียนไปให้กองทุนนี้

ครั้งนั้น นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เจ้ากระทรวงศึกษาธิการ ไม่ได้ตอบโต้ประเด็นนี้ แต่ล่าสุด (6 พ.ย.2562) เขาต้องมาตอบกระทู้แทนนายกรัฐมนตรีว่า ทำไม ถึงต้องตัดงบกองทุน ฯ


ครูจุ๊ย ย้อนที่มา ตั้งแต่มีการยกร่างกฎหมายกองทุน ฯ ที่มีข้อเสนอให้รัฐอุดหนุนงบประมาณ ร้อยละ 5 ของงบประมาณการศึกษา หรือ 25,000 ล้านบาท เป็นเวลา 5 ปี แต่ถูก สนช.ตัดออก การเสนอของบในปี 2563 กองทุน ฯ เสนอ ครม.ไปกว่า 6,000 ล้านบาท แต่ท้ายสุดก็เหลือแค่ 3,858 ล้านบาท

ทำไม กสศ. จึงไม่ได้งบประมาณตามเป้า เพราะงบประมาณที่ลดลงตั้งแต่ 6,000 ล้านบาท เป็น 5,000 ล้านบาท จนกระทั่ง ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ พ.ศ. 2563 เหลือ 3,800 กว่าล้านบาท

 

ภาพประกอบข่าว หั่นกองทุนเสมอภาค 1,600 ล้าน หวั่นกระทบเด็กยากจน 1 ล้านคน

 

 "ผมอยากจัดสรรงบประมาณ 25,000 ล้านบาทต่อปีช่วยเด็กเหล่านี้ แต่ด้วยวินัยทางการเงินการคลัง เราไม่สามารถทำได้ครับ...ปีต่อไปเราก็ไม่สามารถจัดสรร 25,000 ล้านบาทต่อปีได้” นี่คือ คำตอบของเจ้ากระทรวงศึกษาธิการ

รัฐมนตรี ฯ ขยายความว่า ที่ไม่สามารถจัดสรรงบได้​ เพราะยังมีปัญหาเรื่องฐานข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง​ และสพฐ.เองก็มีโครงการและงบประมาณอื่น​ มาดูแลเด็กกลุ่มนี้​ โดยย้ำว่า​ สามารถทดแทนได้ส่วนหนึ่งแน่นอน

ลืม 5 บาทแรก

"การใช้งบประมาณแผ่นดินที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาประมาณร้อยละ 5 ของปีก่อน ไม่ใช่ภาษีบาป หรือ ทางเลือกอื่น ๆ ที่ขัดกับหลักวินัยทางการเงินการคลังของประเทศ รวมทั้ง มีการกำหนดช่วงเวลาไว้อย่างชัดเจน...เป็นเรื่องสมเหตุผล เป็นการคำนึงถึงสถานะทางการเงินการคลังของประเทศ และเบิกใช้ตามขีดความสามารถในการใช้จ่ายของกองทุนจริง มิใช่การเบิกเงินมากองไว้ที่กองทุน"

นี่คือ 1 ใน 4 เหตุผลหลักที่ปรากฏอยู่ใน ข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณา ร่าง พ.ร.บ.กองทุน ฯ เมื่อเดือนเมษายน 2561

คณะกรรมาธิการ ฯ ยืนยันว่า การกำหนดกรอบงบประมาณในวาระเริ่มแรก ร้อยละ 5 เป็นเวลา 3 ปี (มีการปรับลดจาก 5 ปี) จะเป็นผลดีกับการวางแผนและลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงความมั่นใจจากสังคม หากไม่มีการกำหนดกรอบงบประมาณที่ชัดเจน กองทุนอาจจะติดอยู่กับระบบการจัดสรรงบประมาณตามระบบราชการ

ทำให้ กองทุนนี้ขาดความเป็นอิสระ และไม่มีพลังในการปฏิรูปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

แต่แนวคิดที่จะเปลี่ยนการจัดสรรงบเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ จากเดิมที่เป็นโจทย์ท้าย ๆ ของการจัดสรรงบฯด้านการศึกษา ที่เรียกว่า 50 สตางค์สุดท้าย ไปเป็น 5 บาทแรก หรือ ร้อยละ 5 ของงบประมาณด้านการศึกษา ก็ค่อย ๆ เลือนหายไป และถูกยืนยันจากตัวแทนนายกรัฐมนตรีอีกครั้งว่า ไม่มีทางเป็นไปได้

หั่น 1,600 ล้านบาท กระทบใคร?

ถึงวันนี้ ยังไม่มีคำอธิบายจากรัฐบาลว่า เหตุใด ร่าง พ.ร.บ.รายจ่ายงบประมาณ ปี 2563 ถึงตัดงบฯจากเดิมที่ ครม.เห็นชอบแผนการเงินกองทุน ฯ ไว้เมื่อตอนต้นปี 5,496 ล้านบาท เหลือเพียง 3,858 ล้านบาท ทั้งที่กฎหมายกองทุน มาตรา 6 ก็ระบุไว้ชัดว่า ให้รัฐบาลจัดสรรเงินอุดหนุนรายปีตามแผนการใช้เงินที่คณะกรรมการและคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ

แล้ว 1,600 ล้านที่หายไป กระทบกับใครบ้าง ?

 

ภาพประกอบข่าว หั่นกองทุนเสมอภาค 1,600 ล้าน หวั่นกระทบเด็กยากจน 1 ล้านคน

 

กลุ่มแรกที่จะเจอผลกระทบตรงๆ ในเทอม 2 ทันที และอาจจะต่อเนื่องข้ามไปถึงเทอม 1 ปีการศึกษาหน้า คือ กลุ่มนักเรียนยากจนพิเศษประมาณ 8 แสนคนจากทั่วประเทศ ที่ต้องรับทุนต่อเนื่อง โดยกองทุน ฯ ได้ปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน กลุ่มนี้ใช้งบฯอยู่ที่ 360 ล้านบาท

กลุ่มที่ 2 เด็กอนุบาลยากจนพิเศษ 1.5 แสนคน ที่จะขยายออกไปใหม่เพื่อตอบโจทย์รัฐธรรมนูญ ปี 2560 เรื่อง การพัฒนาเด็กปฐมวัย และคาดว่า เด็ก ๆ หลายคนเติบโตมาพร้อมกับการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ปี 2560 กลุ่มนี้ จะใช้งบประมาณอยู่ที่ 300 ล้านบาท

 

ภาพประกอบข่าว หั่นกองทุนเสมอภาค 1,600 ล้าน หวั่นกระทบเด็กยากจน 1 ล้านคน

 

กลุ่มที่ 3 เด็กประถมศึกษายากจนพิเศษ ในสังกัด สพฐ.77 จังหวัด จำนวน 5.2 แสนคน ที่ใช้งบประมาณอยู่ราว 786 ล้านบาท

กลุ่มที่ 4 สามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรม ระดับชั้น ม.ต้น ที่มีฐานะยากจนพิเศษประมาณ 25,000 รูป ที่ใช้งบประมาณอยู่ เกือบ 77 ล้านบาท และสุดท้าย คือ กลุ่มครู ที่ต้องดูแลและติดตามนักเรียนทุนเสมอภาค ทั่วประเทศ 2.5 แสนคน ที่ต้องใช้งบประมาณสนับสนุน ราว 64 ล้านบาท

บริจาคช่วยไม่ทัน

งบประมาณที่ไม่เพียงพอ ทำให้ กองทุน ฯ ใช้วิธีการเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริจาคเพื่อช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยเน้นไปที่นักเรียนยากจนพิเศษก่อน แต่ถ้าจะให้ได้ถึงระดับ 1,600 ล้านบาท ก็อาจจะระดมเงินบริจาคได้ไม่ทันกับการแก้ปัญหา 

 

ภาพประกอบข่าว หั่นกองทุนเสมอภาค 1,600 ล้าน หวั่นกระทบเด็กยากจน 1 ล้านคน

 

ทางออกที่เป็นไปได้ในเวลานี้ คือ การแปรญัตติเพื่อขอเพิ่มงบประมาณ หรือ ใช้วิธีการไปขอจัดสรรจากงบฯกลาง แต่ทั้งสองทางก็ยังไม่มีหลักประกันใด ๆ ว่า จะสามารถนำงบฯที่ถูกตัดไปกว่า 1,600 ล้านมาช่วยเด็กยากจนพิเศษ ตามเป้าหมายที่วางไว้ ได้หรือไม่

ข่าวเกี่ยวข้อง

ตัดงบกองทุนเสมอภาค ส่งต่อความเหลื่อมล้ำข้ามรุ่น

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง: