ประวัติศาสตร์! "เมสซี่" คว้า "บัลลงดอร์" สมัย 6

กีฬา
08:34
จำนวนผู้ชม 13,328
ประวัติศาสตร์! "เมสซี่" คว้า "บัลลงดอร์" สมัย 6
ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้า “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า คว้ารางวัลบัลลงดอร์ "Ballon d'Or" 2019 เป็นสมัยที่ 6 หลังสร้างผลงานยอดเยี่ยมพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกา สเปนในฤดูกาล 2018/19 ที่ผ่านมา

วันนี้ (3 ธ.ค.2562) สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้า “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า คว้ารางวัลบัลลงดอร์ "Ballon d'Or" สำหรับผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกเป็นสมัยที่ 6 ด้วยวัย 32 ปี มากที่สุดในประวัติศาสตร์แซงหน้าคริสเตียโน โรนัลโดซึ่งก่อนหน้านี้ได้มา 5 สมัยเท่ากัน หลังจากสร้างผลงานยอดเยี่ยมพาบาร์เซโลน่าคว้าถ้วยในศึกลาลีกา สเปน ในฤดูกาล 2018/19 

ภาพประกอบข่าว ประวัติศาสตร์!


ลิโอเนล เมสซี ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น คว้าดาวซัลโวในลีกลาลีกา สเปนด้วยผลงาน 36 ประตูในฤดูกาลที่ผ่านมา และยังทำสถิติเป็นแข้งที่ทำประตูในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกมากที่สุดด้วยจำนวน 114 ประตู จาก 140 แมตช์ ขณะนี้ยอดแข้งชาวอาร์เจนไตน์ ทำประตูไปแล้ว 613 ประตู จาก 700 เกมรวมทุกรายการตั้งแต่เล่นฟุตบอลอาชีพ โดยเมสซี่สามารถเอาชนะที่ 2 อย่างเฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ดาวเตะจากลิเวอร์พูลไปได้ ขณะที่คริสเตียโน โรนัลโด ดาวดังโปรตุกีสจากยูเวนตุสได้อันดับ 3 ไปครอง

ภาพประกอบข่าว ประวัติศาสตร์!


ลิโอเนล เมสซี่ กล่าวขณะขึ้นรับรางวัลว่า วันนี้เป็นครั้งที่ 6 สำหรับการรับรางวัลบัลลังดอร์ของผม มันเป็นช่วงเวลาที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะในครั้งนี้ที่ผมได้อยู่กับครอบครัวและลูกๆ ของผม ผมหวังว่าผมจะสามารถเดินบนเส้นทางนี้ไปได้อีกนานแสนนาน ผมตระหนักเสมอว่าผมโชคดีมาก แม้ว่าวันหนึ่งจะเกษียณจากวงการนี้ไปจนทำให้การมีชื่อเสียงเป็นเรื่องยากลำบาก แต่ผมยังมีปีที่สวยงามรออยู่ข้างหน้า ผมจะใช้ช่วงเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วไปด้วยความสนุกกับฟุตบอลและครอบครัวที่ผมรัก 

ภาพประกอบข่าว ประวัติศาสตร์!
เหมือนกับที่ภรรยาของผมพูดไว้ว่า ผมจะต้องไม่หยุดที่จะฝัน แต่จะต้องพยายามปรับปรุง พัฒนาตัวเอง และเพลิดเพลินไปกับมันต่อไป ผมรู้สึกโชคดีมากราวกับได้รับพร

ภาพประกอบข่าว ประวัติศาสตร์!


สำหรับรางวัล บัลลงดอร์ "Ballon d'Or" เป็นรางวัล “ลูกฟุตบอลทองคำ” จัดโดยนิตยสาร “ฟรองซ์ ฟุตบอล”(France Football) นิตยสารฟุตบอลที่เป็นที่ยอมรับในวงกว้างของฝรั่งเศสและในยุโรป เป็นการมอบรางให้กับนักฟุตบอลที่มีผลงานโดดเด่นในรอบปีนั้นๆ ซึ่งมีการมอบรางวัลทุกปีตั้งแต่ปี 1956 โดยมี สแตนลี่ย์ แมทธิวส์ ยอดนักเตะชาวอังกฤษเป็นผู้คว้ารางวัลสมัยแรกไปครอง

ภาพประกอบข่าว ประวัติศาสตร์!


การประกาศรางวัลยังคงยึดในกฎกติกาเดิมจนกระทั่งปี 1995 มีการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของนักเตะที่จะได้รับการคัดเลือก โดยไม่กำหนดสัญชาติ แต่ต้องเล่นอยู่ในสโมสรของยุโรปภายใต้สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ “ยูฟ่า” (UEFA) ต่อมาฟีฟ่า มีความคิดว่ารางวัลบัลลง ดอร์ มีความซ้ำซ้อนกับรางวัล นักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกแห่งปี หรือ FIFA best player of the year จึงได้เซ็นสัญญากับนิตยสาร ฟร้องซ์ ฟุตบอล พร้อมกับเปลี่ยนเป็นชื่อใหม่ว่า “ฟีฟ่า บัลลง ดอร์” ตั้งแต่ปี 2010 - 2015 แต่สุดท้ายรางวัลบัลลง ดอร์ก็ได้แยกตัวออกมาในปี 2016

ภาพประกอบข่าว ประวัติศาสตร์!


ในทุกปีรายชื่อนักเตะยอดเยี่ยมที่ได้รับการเสนอชื่อ 30 คน จะถูกรวบรวมโดยเจ้าหน้าที่กองบรรณาธิการของนิตยสารฝรั่งเศส โดยผู้ชนะเลิศได้รับการโหวตจากนักข่าวจากทั่วโลกด้วยตัวแทนหนึ่งคนต่อประเทศ 

ส่วนบังลังดอร์ฝ่ายหญิงตกเป็นของ เมแกน ราปิโน่ กัปตันทีมชาติสหรัฐอเมริกา ชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกหญิง 2019 ที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งนับเป็นแชมปฺโลกสมัยที่ 4 ของสหรัฐฯ

ภาพประกอบข่าว ประวัติศาสตร์!

 

ภาพประกอบข่าว ประวัติศาสตร์!


ขณะที่รางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม หรือ ยาชิพ โทรฟี่ ที่มอบรางวัลปีนี้เป็นปีแรก ตกเป็นของ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูจากทีม ลิเลอร์พูล 

ภาพประกอบข่าว ประวัติศาสตร์!



ส่วนรางัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี หรือ "โคปา โทรฟี่" เป็นของ มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์ กองหลังดาวรุ่งทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ของสโมสร ยูเวนตุส ในอิตาลี

ภาพประกอบข่าว ประวัติศาสตร์!