น.สพ.เกษตร สุเตชะ สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายว่า แบคทีเรีย Capnocytophaga canimorsus จะพบได้ในช่องปากของหมาแมวตามปกติ แบคทีเรียชนิดนี้สามารถถ่ายทอดสู่คนเมื่อถูกหมาแมวเลีย ไม่ก่อโรคร้ายแรงกับหมาแมวหรือคน ส่วนกรณีที่มีคนได้รับเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้แล้วเสียชีวิต มองว่าโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก เพราะอาจจะมีปัจจัยอื่นประกอบร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับสภาวะร่างกายของแต่ละคน
หากเป็นคนที่ติดเชื้อเอชไอวี คนที่รักษาเคมีบำบัด คนที่ภูมิคุ้มกันอ่อน มีโรคระบบทางภูมิคุ้มกัน เช่น โรคเอสแอลอี หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง เมื่อได้รับเชื้อโรค ร่างกายจะมีปัญหา แต่ปัญหามากปัญหาน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละคน
น.สพ.เกษตร สุเตชะ สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ปกติร่างกายของคนมีกลไกลการป้องกันตัวเองอัตโนมัติ คือ เมื่อถูกเลีย จะล้างทำความสะอาด หากไม่ได้ล้างทำความสะอาด เชื้อเข้าสู่ร่างกาย คนสภาพร่างกายปกติจะมีเม็ดเลือดขาวทำหน้าที่กำจัดเชื้อโรค กรณีการเสียชีวิตของชายชาวเยอรมันอาจจะต้องตรวจย้อนหลังว่าผู้ป่วยรายนี้อาจจะมีโรคประจำตัว
หมาร้อยละ 99 ไม่เคยทำความสะอาดฟัน ยิ่งเลี้ยงนาน ช่องปากสกปรกเพิ่ม แบคทีเรียที่อยู่ในช่องปากหมา มันมีเชื้อก่อโรค เพียงแต่ว่าเราแข็งแรงพอที่จะต่อต้านเชื้อเหล่านั้นไหม ไม่ต้องแตกตื่น
สำหรับประเทศไทยยังไม่พบกรณีหมาเลียคนที่มีสภาวะร่างกายปกติ แล้วก่อให้เกิดโรค เสียชีวิต แต่เคยพบกรณีที่บุคคลนั้นมีบาดแผลหรือมีความบกพร่องทางภูมิคุ้มกัน จะนำไปสู่การติดเชื้อ
แนวทางการป้องกัน สัตวแพทย์แนะนำให้ล้างทำความสะอาดบริเวณถูกหมาเลียให้สะอาด และควรระมัดระวังหลีกเลี่ยงหมาที่ไม่รู้จักเลียบริเวณร่างกาย เช่น ใบหน้า มือ แขน และขา เพราะอาจจะนำไปสู่โรคพิษสุนัขบ้า ควรล้างทำความสะอาดทันที หากมีไข้หรือมีความผิดปกติทางร่างกาย 2-3 วัน ควรพบแพทย์ทันที ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นผู้เลี้ยงสุนัขไม่ควรตื่นตระหนก เพราะโอกาสการเสียชีวิตเป็นไปได้ยาก











