คมนาคมเตรียมเสนอครม. ขยายสัมปทานทางด่วน 15 ปี 8 เดือน

เศรษฐกิจ
15:09
จำนวนผู้ชม 437
คมนาคมเตรียมเสนอครม. ขยายสัมปทานทางด่วน 15 ปี 8 เดือน
คมนาคมเตรียมเสนอครม.พิจารณาการยุติข้อพิพาททางด่วน ขยายสัมปทาน BEM 15 ปี 8 เดือนแลกจ่ายค่าโง่ กว่า 1.3 แสนล้านบาทพรุ่งนี้ พร้อมเร่งเดินหน้าโครงการให้ทันภายใน ม.ค.63

วันนี้ (23 ธ.ค.2562) นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม ร่วมด้วยนายชยธรรม์ พรหมศร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและและแผนการขนส่งและจราจร นายสุรงค์ บูลกุล ประธานคณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) นายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ ผู้ว่าการ กทพ. แถลงข่าวการยุติข้อพิพาททางด่วน 

ภาพประกอบข่าว คมนาคมเตรียมเสนอครม. ขยายสัมปทานทางด่วน 15 ปี 8 เดือน

 

ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้ข้อสรุปแนวทางยุติข้อพิพาททางด่วน ระหว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กับบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) โดยจะขยายอายุสัญญาสัมปทานออกไปอีก 15 ปี 8 เดือน ในสัญญาระบบทางด่วนขั้นที่ 2 (A,B,C) ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 29 ก.พ.2563 เป็นสิ้นสุด 31 ต.ค.2578

ส่วนทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน D ที่จะสิ้นสุดวันที่ 22 เม.ย.2570 และโครงการทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด (C+) ที่จะสิ้นสุด 27 ก.ย. 2569 เป็นสิ้นสุดในวันที่ 31 ต.ค.2563 เช่นกัน

 

ภาพประกอบข่าว คมนาคมเตรียมเสนอครม. ขยายสัมปทานทางด่วน 15 ปี 8 เดือน

 

แต่มีเงื่อนไขว่า จะต้องยุติข้อพิพาทระหว่างกันทั้งหมด ทั้งที่ศาลตัดสินไปแล้วและข้อพิพาทที่อยู่ระหว่างพิจารณาคดี โดยมีคดีที่ BEM ฟ้องร้องรัฐ 15 คดี ส่วน กทพ. ฟ้องร้อง 2 คดี คิดเป็นมูลค่าหนี้ 137,517 ล้านบาท

จากการเจรจามีเงื่อนไขพิเศษ คือ เสนอขอความร่วมมือเอกชนให้งดเว้นการเก็บค่าผ่านทางด่วนทุกเส้นทาง ในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ตามประกาศของสำนักนายกรัฐมนตรีตลอดอายุสัมปทาน 15 ปี

แต่การขยายอายุสัญญาสัมปทาน กำหนดให้ BEM สามารถปรับขึ้นค่าผ่านทางได้ปีละ 1 บาท แต่หากดูอายุสัมปทาน จะปรับขึ้นได้เพียงครั้งเดียวคือในปี 2573 หรือขึ้นค่าผ่านทาง 10 บาท ส่วนที่เหลือ 5 ปี 8 เดือนไม่ให้ปรับขึ้น

ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวต่อว่า ในวันพรุ่งนี้ (24 ธ.ค. 2562) กระทรวงคมนาคมจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแนวทางดังกล่าว หาก ครม.เห็นชอบ จะมีการแจ้งให้กับ BEM รับทราบเพื่อนำไปเจรจาให้ได้ข้อยุติภายในบริษัท

 

ภาพประกอบข่าว คมนาคมเตรียมเสนอครม. ขยายสัมปทานทางด่วน 15 ปี 8 เดือน

 

หลังจากนั้นจะส่งให้คณะกรรมการตามมาตรา 43 เห็นชอบ ก่อนให้อัยการสูงสุดตรวจสอบร่างสัญญา และนำเสนอกลับมาที่กระทรวงเพื่อเสนอให้ ครม.เห็นชอบต่อไป โดยกระบวนการทั้งหมด จะต้องเร่งเดินหน้าให้ทันภายในเดือน ม.ค. 2563 ก่อนที่จะลงนามสัญญาภายในเดือน ก.พ. 2563 เนื่องจากสัญญาแรกจะสิ้นสุดในวันที่ 29 ก.พ. 2563 อย่างไรก็ตามหากดำเนินการไม่ทันอาจจะต้องจ้าง BEM บริหารจัดการไปก่อน

 

ภาพประกอบข่าว คมนาคมเตรียมเสนอครม. ขยายสัมปทานทางด่วน 15 ปี 8 เดือน

 

ด้านนายสุรงค์ บูลกุล ประธานคณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กล่าวว่า ได้มีการทำความเข้าใจกับทางกลุ่มสหภาพ กทพ. เรียบร้อยแล้ว หลังที่มีการคัดค้าน และยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไม่ให้ขยายอายุสัญญาสัมปทาน แต่อาจจะมีพนักงานบางส่วนที่ยังไม่มีความเข้าใจ โดยหลังจากนี้จะมีการทำความเข้าใจต่อไปว่าเป็นความจำเป็นของนโยบายรัฐ และประโยชน์แก่ประชาชน และจะไม่นำการลงทุนโครงการทางด่วนขั้นที่ 2 หรือ Double Deck เพราะโครงการนี้ยังไม่ผ่านการพิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งไม่ใช่โครงการข้อพิพาทและเป็นเรื่องในอนาคต

สำหรับเงื่อนไขรายละเอียดการต่อสัมปทานนั้น ประกอบด้วย 1.ยุติข้อพิพาททั้งหมด 2.ไม่ขึ้นค่าทางด่วนจนถึงปี 2572 และมีกำหนดปรับขึ้นทุก 10 ปี ครั้งละ 10 บาท จนหมดอายุสัมปทาน 3.เอกชนแบ่งรายได้ให้กทพ.ไม่น้อยกว่าเดิมคือ 60% ของรายได้ทั้งหมด 4.งดเว้นเก็บค่าผ่านทางด่วนทุกเส้นทางในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ 5.ก่อสร้างด่านเก็บเงินเพิ่มอีก 2 จุดที่ด่านอโศกและด่านประชาชื่น 6.ก่อสร้างจุดขึ้น-ลงที่สถานีกลางบางซื่อ 7.การใช้เทคโนโลยีตั๋วร่วมและระบบบัตร EMV ในการคิดค่าผ่านทาง 7.อัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (IRR) 15% 8.ลดค่าผ่านทางบางด่านในอนาคต