ชีวิตบนถนน ความกังวลของคนหลังพวงมาลัย ในวันไวรัสระบาด | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

ชีวิตบนถนน ความกังวลของคนหลังพวงมาลัย ในวันไวรัสระบาด

สังคม
31 ม.ค. 63
19:13
1,340
Logo Thai PBS
ชีวิตบนถนน ความกังวลของคนหลังพวงมาลัย ในวันไวรัสระบาด
โชเฟอร์แท็กซี่เปิดใจระวังภัยจากไวรัสโคโรนาระบาด ทั้งต้องสวมหน้ากากอนามัย เปิดหน้าต่างรถระบาย บางทีก็สวมหน้ากากไม่ได้เพราะกลัว ผู้โดยสารไม่สบายใจ

คนขับรถแท็กซี่ เป็นหนึ่งในอาชีพที่ต้องคลุกคลีกับผู้คนหลากหลายเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 8-12 ชั่วโมงในแต่ละวัน สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศจีน และมีผู้ที่ติดเชื้อเดินทางเข้ามาในประเทศไทย รวมถึงกรณีที่คนขับรถโดยสารในประเทศญี่ปุ่น ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ โดยไม่เคยไปจีนมาก่อน

เมื่อสอบถามผู้ขับรถแท็กซี่ในกรุงเทพมหานคร ที่เคยรับผู้โดยสารหลากหลาย ทั้งชาวไทยและต่างชาติ หลายคนให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่า ในช่วงสถานการณ์เช่นนี้ ต่างต้องดูแลตัวเองด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัย

บางคนไม่สวมใส่ เพราะกลัวว่าจะสร้างความกังวลใจหวาดระแวงให้ผู้โดยสาร ที่เห็นหน้าคนขับไม่ชัดเจน และบางคนประเมินสุขภาพร่างกายตัวเองแล้วว่า ยังแข็งแรงดีอยู่ แม้ต้องขับรถไปตามเส้นทางท้องถนน อยู่ในตัวรถที่เปิดแอร์ตลอดทั้งวัน

นายฮาซัน โอ๊ะคำ คนขับรถแท็กซี่ใน กทม. ระบุว่าติดตามข่าวใกล้ชิดเกี่ยวกับสถานการณ์ไว้รัสโคโรนา ที่แพร่ระบาดจากคนมาสู่คน เช่น ในประเทศญี่ปุ่นที่เคยได้ยิน แต่ส่วนตัวที่ยังตัดสินใจยังไม่ใส่หน้ากากอนามัยในช่วงให้บริการ เพราะกลัวผู้โดยสารคิดว่า คนขับรถไม่สบาย ซึ่งที่ผ่านมาได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับไวรัสฯ ผ่านสื่อโทรทัศน์และยูทูป

ข่าวที่รับรู้คือในประเทศไทยส่วนใหญ่ เป็นการติดเชื้อจากต่างประเทศ แต่ส่วนตัวพยายามดูแลตัวเอง เพราะต้องขับรถไปเจอผู้โดยสารหลากหลายหน้าตาและหลายชาติ แต่คิดว่าไวรัสชนิดนี้ อาจคล้ายๆ กับเรื่องราวไวรัสหลายๆ ชนิดที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ทำให้ไม่ได้รู้สึกกังวลหรือหวาดกลัวมากนัก

ฮาซันกล่าวต่อว่า เวลาขับรถ ก็มีคนไอใส่ หรือ จามใส่ในรถบ้าง แต่ก็ใช้วิธีหลบๆ เอา เพราะไม่รู้แน่ชัดว่า การไอจากข้างหลัง เชื้อจะมาถึงบริเวณขับรถหรือไม่ แต่ถามว่าระแวงหรือไม่ ก็ไม่ค่อยรู้สึกขนาดนั้น เพราะบางคนอาจเป็นภูมิแพ้ หรือ เป็นหวัดเฉยๆ ไม่คิดว่าเขาจะได้รับเชื้อมา หรือเป็นไวรัส ชนิดนี้ และที่ผ่านมาสุขภาพก็ยังแข็งแรงอยู่ อาจจะมีไอบ้าง หรือเป็นหวัด แต่หลายเดือนเป็นที กินยาก็หาย

การทำความสะอาดแท็กซี่ ทำความสะอาดทุกวันอยู่แล้ว จุดสัมผัสที่ผู้โดยสารสัมผัสบ่อยๆ ก็มีการเช็ดภายใน ลงแว๊กซ์ น้ำยาขัด ถ้าขัดยาวๆ ก็พักใหญ่ๆ ถูเช็ดทำความสะอาด เพราะถ้าดูกันจริงๆ จะเห็นว่ารถแท็กซี่ส่วนใหญ่ ก็มีพื้นที่ภายในที่สะอาดสะอ้านอยู่แล้ว ส่วนการรับธนบัตรหรือเงินจากผู้โดยสาร คิดว่า เชื้อไวรัสฯ ชนิดนี้ไม่น่าจะมีผลหรือนำเชื้อมาถึงตัว

ถามว่าในช่วงสถานการณ์ที่ไวรัสฯ ระบาดอยู่ช่วงนี้ แม้กระทรวงสาธารณสุขจะแถลงข่าวและมาตรการป้องกันกันวันต่อวัน ก็ติดตามบางบางช่วง เพราะต้องขับรถทุกวัน อาจทำให้เข้าไม่ถึงข้อมูลบางประเด็น แต่สิ่งที่อยากทราบข้อมูลจากรัฐ คือ สถานการณ์มันจะร้ายแรงเหมือนประเทศจีนหรือไม่ ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ที่อยากรู้เพราะเราขับรถ การรับรู้ข้อมูลแบบนี้ไว้ก็ดี เพราะจะได้ระวังตัว ซึ่งส่วนตัวขับแท็กซี่มาแล้วกว่า 10 ปี

 

 

ด้าน นายมีชัย ม้วนโคกสูง คนขับแท็กซี่ อีกคน เปิดเผยว่า ติดตามสถานการณ์ไวรัสโคโรนา ในช่วงนี้ เพราะขับรถแท็กซี่ ซึ่งอยู่ภายในห้องโดยสารแบบมีข้อจำกัดเรื่องปิดกระจกตลอดเวลา ทำให้ตัวเขาคิดว่ามีความเสี่ยงในการรับเชื้อไวรัสชนิดต่างๆ

ถามว่าเปลี่ยนวิธีการดูแลตัวเองช่วงนี้หรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า ใช้วิธีเปิดกระจก หลังจากผู้โดยสารลงจากรถ เพื่อให้อากาศถ่ายเทระบายออกไป อย่างน้อยก็รู้สึกว่าเป็นการป้องกันตัวเอง เพราะอาชีพนี้เลือกรับผู้โดยสารไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำได้เพิ่มเติมคือการใส่หน้ากากป้องกันตัวเอง แต่หลายครั้งการสวมใส่หน้ากากก็ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกระแวง

เวลาอยู่ในรถ ไม่ค่อยได้เจอผู้โดยสารใส่หน้ากากหรือ ถ้าใครมีอาการก็จะเห็นเขาป้องกันตัวเองด้วยการสวมใส่หน้ากาก แต่เวลาลงรถเราก็ต้องเปิดกระจกระบายอากาศออกไป แต่การคัดกรองว่าใครป่วยหรือไม่ เราเลือกไม่ได้ การป้องกันตัวเอง เป็นวิธีที่ทำได้ระดับหนึ่ง

ส่วนสถานการณ์ที่มีคนขับรถติดเชื้อจากคนสู่คนนั้น ก็สงสัยและต้องการรัฐชี้แจงเหมือนกันในฐานะเป็นคนขับรถ ก็อยากทราบข้อมูลว่า จะป้องกันตัวเองได้อย่างไร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดูแลประชาชนเขาอย่างไร เพราะถ้าให้คนขับแท็กซี่ป้องกันตัวเอง ก็บอกไม่ได้ว่าจะต้องทำอย่างไร มากกว่าการใส่หน้ากากป้องกัน หรือ แค่ไขกระจกลดลงเท่านั้น

นอกจากนั้น ก็มองไม่เห็นจริงๆ ว่าทางออกที่ป้องกันตัวเองจะเป็นอย่างไร หรือถามว่า จะให้ไปซื้อสเปย์ฉีด หรือ เช็ดแอลกอฮอล์เหรอ (หัวเราะ) มันก็ไม่ได้ทำตลอดเวลาหรอกครับ เพราะเราต้องขับรถ จะทำได้ก็อาจตอนเติมแก๊สตอนเที่ยง หรือ ล้างมือ เช็ดมือตัวเอง

นายมีชัยกล่าวต่อว่า ข้อมูลที่อยากรู้จากกระทรวงสาธารณสุข หรือ รัฐมากตอนนี้ คือ อยากรู้ว่าถ้าเป็นแล้วมียารักษาหรือไม่ คนไทยติดเชื้อเยอะหรือไม่ มันเกิดจากการกินหรือ เพราะมันติดต่อจากคนสู่คนไปแล้ว แต่อยากรู้ว่ามันติดต่อกันได้อย่างไร แบบคนสู่คนมันเกิดจากอะไร จากการกิน หรือ สัมผัส หรือ ทางอากาศ หรืออะไร

ตอนนี้ที่ทำได้ก็คือก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุด เพราะไม่รู้ว่าใครติดเชื้อ หรือไม่ติดเชื้อ และตอนนี้อยากให้รัฐไปดูแลตามโรงเรียนด้วย เพราะเด็กๆ มีจำนวนไม่น้อยที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง