สธ.ตรวจเข้มแรงงานไทยกักตัว 8 คนมาจากแทกู-คยองซังเหนือ

สังคม
14:09
จำนวนผู้ชม 1,460
สธ.ตรวจเข้มแรงงานไทยกักตัว 8 คนมาจากแทกู-คยองซังเหนือ
กระทรวงสาธารณสุข ระบุตรวจคัดกรองแรงงานไทยนอกระบบกลับจากเกาหลีใต้ 186 คน ไม่มีไข้ แต่ยังต้องเฝ้าระวังต่อ พร้อมเผยขณะนี้มียาใช้รักษาผู้ป่วย COVID-19 กว่า 5 หมื่นเม็ดส่งกระจายตามโรงพยาบาล

วันนี้ (9 มี.ค.2563) นพ.ธนารักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ COVID-19 ว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 50 คน รักษาหายดีกลับบ้านได้แล้ว 33 คน เสียชีวิต 1 คน ยังมีผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาล 16 คน ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 1 คน โดยในกลุ่มผู้ป่วยที่รักษาหายกลับบ้านได้ส่วนใหญ่หายเอง ไม่ได้รับยาต้านไวรัส ส่วนผู้ป่วยที่อาการหนักมีการรักษาอย่างเต็มที่ด้วยยาหลายชนิดที่สามารถหาได้

ขณะนี้มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคเพิ่มขึ้น 152 คน รวมแล้วขณะนี้มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค 4,518 คน ในจำนวนนี้กลับบ้านแล้ว 2,729 คน ส่วนอีก 1,789 คนยังอยู่ระหว่างการรับการรักษา แต่ในส่วนนี้มีความชัดเจนแล้วว่าไม่ติดเชื้อ

ภาพประกอบข่าว สธ.ตรวจเข้มแรงงานไทยกักตัว 8 คนมาจากแทกู-คยองซังเหนือ

แรงงานไทย 186 คนไม่มีไข้ เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง

ส่วนเรื่องการรับแรงงงานไทยนอกระบบกลับจากเกาหลี ขณะนี้รับไว้ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ 186 คน เป็นชาย 88 คน หญิง 98 คน ในจำนวนนี้มีแรงงาน 8 คนเดินทางมาจากเมืองแทกูและคยองซังเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ค่อนข้างมาก และมีกลุ่มที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ 18 คนคือ เด็ก หญิงตั้งครรภ์และผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งทุกคนอาการปกติ ไม่มีไข้ แต่อย่างไรก็ตามจะจะมีการตรวจวัดไข้และสอบถามอาการทุกวัน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับการดูแลผู้เดินทางจากเกาหลีใต้ มีการจัดกลุ่มผู้เดินทางเป็น 3 กลุ่มคือ ชาวต่างชาติ ผู้เดินทางคนไทย และกลุ่มแรงงาน เมื่อมาถึงประเทศไทยจะมีจุดจอดและพื้นที่คัดแยกจำเพาะ หากพบว่ามีไข้จะนำส่งโรงพยาบาลตามขั้นตอนที่กำหนด หากพบวีซ่าหมดอายุ จะจัดรถเพื่อนำไปส่งยังพื้นที่ควบคุมโรคที่รัฐกำหนด หากเป็นผู้เดินทางอื่นๆ จะถูกส่งตัวไปพื้นที่ควบคุมโรคใกล้ภูมิลำเนา ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดเตรียมไว้ โดยมีระบบเฝ้าระวังติดตามอาการจนครบ 14 วัน

ภาพประกอบข่าว สธ.ตรวจเข้มแรงงานไทยกักตัว 8 คนมาจากแทกู-คยองซังเหนือ

เตรียมใช้ยา "ฟาวิพิราเวียร์" รักษาผู้ป่วย COVID-19

นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ ได้กล่าวถึงเรื่องแนวทางการรักษาผู้ป่วย COVID-19 ว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยตั้งแต่อาการน้อย ไปจนถึงอาการมาก และอาการวิกฤต จึงต้องมีการวางกรอบแนวทางการรักษาร่วมกันหลายสถาบัน และศึกษาจากต่างประเทศในส่วนของข้อมูลเปรียบเทียบด้วย

ส่วนเรื่องยา มีการซื้อยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ชื่อ "ฟาวิพิราเวียร์" ที่ประเทศจีนรับรองในการใช้รักษาผู้ป่วย COVID-19 เข้ามาเพิ่ม ทำให้ขณะนี้มียาอยู่ 40,000 - 50,000 เม็ด โดยพยายามกระจายไปให้ครอบคลุมกับหน่วยบริการที่ดูแลผู้ป่วย เบื้องต้นมีการหารือและมีข้อสรุปจากศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินของกระทรวงสาธารณสุขว่า ยาส่วนหนึ่งอยู่ที่กรมควบคุมโรค โดยมีสถาบันบำราศนราดูร เป็นสถาบันหลักที่ดูแลรักษาผู้ป่วย ส่วนที่ 2 อยู่ที่กรมการแพทย์ ที่ดูแลในส่วนของโรงพยาบาลราชวิถี และสถาบันโรคทรวงอก เป็นต้น ครอบคลุมไปถึงโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย โรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานครและเอกชน ส่วนที่ 3 กระจายไปตามเขตสุขภาพ โดยเฉพาะโรงพยาบาลใหญ่ๆ ในต่างจังหวัด

ภาพประกอบข่าว สธ.ตรวจเข้มแรงงานไทยกักตัว 8 คนมาจากแทกู-คยองซังเหนือ

 

สำหรับสารตั้งต้นในการผลิตยา ทางองค์การเภสัชกรรม (อภ.) อยู่ระหว่างเจรจากับประเทศที่มีสารตั้งต้น ซึ่งขณะนี้มีการประมาณการตั้งแต่ดีที่สุด จนถึงมีผู้ป่วยมากที่สุด โดยมาตรการต่างๆ ที่จะดำเนินไปหลังจากนี้จะช่วยลดการแพร่ระบาดและลดจำนวนผู้ป่วย พร้อมยืนยันว่าจะมีการประมาณการให้เพียงพอ แต่อย่างไรก็ตามจะต้องปรับตามสถานการณ์เป็นระยะๆ

นอกจากมาตรการทางยาแล้ว ยังมีมาตรการควบคุมป้องกันการแพร่กระจายและการติดเชื้อในโรงพยาบาล ซึ่งถือว่ามีความจำเป็นและได้ดำเนินการในทุกโรงพยาบาลและสถาบันทางการแพทย์

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มท.ออกมาตรการรับมือผู้เดินทางกลับจากเกาหลีใต้

"ศักดิ์สยาม" ตั้งรางวัลนำจับแรงงานหนีด่าน คนละ 1 หมื่นบาท

อัดคลิปอวดเพื่อน กระดก "โซจู-สูบบุหรี่" ชีวิตดีๆ ที่ศูนย์กักโรค