เปิด “ศูนย์ที่พักฯ-กักแยกฯ” ลดความเสี่ยง-ชุมชนขัดแย้ง

สังคม
17:50
จำนวนผู้ชม 1,659
Thai PBS
เปิด “ศูนย์ที่พักฯ-กักแยกฯ” ลดความเสี่ยง-ชุมชนขัดแย้ง
เปิด “ศูนย์ที่พักอาศัยเพื่อการกักแยกเพื่อเฝ้าสังเกตอาการ ปทุมธานี” ที่พักคนกลุ่มเสี่ยง เลี่ยงความขัดแย้งกับชุมชน ตัดวงจรการแพร่ระบาด COVID-19 ในครอบครัว ชุมชน เพิ่มโอกาสให้ผู้ที่มีข้อจำกัดด้านสถานที่กักตัว มีพื้นที่กักตัว โดยอยู่ในความดูแลของโรงพยาบาล

เมื่อมีสถานที่กักแยกตัว จะทำให้ “PUI” หรือ ผู้ที่รู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยง หรือมาจากพื้นที่เสี่ยง แต่ไม่กล้าแสดงตัว เพราะกลัวว่าทั้งตัวเองและครอบครัว จะถูกคนในชุมชนรังเกียจ หรือกดดันจนอาศัยอยู่ในชุมชนไม่ได้ กลับมามี “ความกล้า” ที่จะแสดงตัว เพราะมีสถานที่ที่เหมาะสมแล้ว และยังทำให้ “ครอบครัว” ไม่มีความเสี่ยงติดเชื้อ ชุมชน ก็ไม่มีความเสี่ยงติดเชื้อ จากเคสนี้

ภาพประกอบข่าว เปิด “ศูนย์ที่พักฯ-กักแยกฯ” ลดความเสี่ยง-ชุมชนขัดแย้ง

เป็น “ด่านหน้า” สกัดโรคก่อนถึงแพทย์

กระบวนการนี้ จึงเป็นการตัดวงจรการแพร่ระบาดตั้งแต่ “ต้นน้ำ” คือ ตัดวงจรการเพิ่มจำนวนผู้ป่วย ตัดวงจรการเพิ่มจำนวนกลุ่มเสี่ยง ตั้งแต่ก่อนจะถึงโรงพยาบาล และเมื่อชุมชนหรือท้องถิ่นมีความเข้าใจ ก็จะทำให้ชุมชนกลายเป็น “ด่านหน้า” ในการสกัดโรค ลดภาระให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ โดยโรงพยาบาลถือเป็น กลางน้ำ ที่รักษาผู้ป่วย สู้กับไวรัสอย่างเข้มแข็ง และ โรงพยาบาลสนามเป็นปลายน้ำ

“ศูนย์ที่พักอาศัยเพื่อการกักแยกเพื่อเฝ้าสังเกตอาการ ปทุมธานี” จึงเป็นโมเดลให้กับจังหวัดต่างๆ นำไปใช้ โดยมีรูปแบบการถอดบทเรียนไว้แล้วจากประเทศที่ประสบความสำเร็จ เช่น สิงคโปร์ ไต้หวัน เกาหลีใต้ จีน กระทั่งนำมาปรับใช้กับศูนย์นี้

ภาพประกอบข่าว เปิด “ศูนย์ที่พักฯ-กักแยกฯ” ลดความเสี่ยง-ชุมชนขัดแย้ง

ศูนย์ฯ ไม่ใช่โรงพยาบาล จึงไม่มีผู้ติดเชื้อ

- สถานที่กักแยกลักษณะนี้ ไม่ใช่โรงพยาบาลสนาม ไม่ใช่การนำผู้ติดเชื้อมาพักอาศัย แต่เป็นกระบวนการต้นน้ำ ที่จะทำให้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงซึ่งต้องกักตัวเอง แต่ไม่มีสถานที่กักตัวเอง ซึ่งจะทำให้คนในครอบครัวและชุมชนปลอดภัย เพราะอยู่บ้านที่ไม่มีห้องพักแยก ไม่มีห้องน้ำแยก อยู่แฟลต หอพัก หรือ ชุมชนแออัด และต้องอาศัยอยู่ร่วมกันหลายคน ได้มาพักอาศัยที่ศูนย์ฯแทนในช่วงกักตัว ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงติดเชื้อที่จะเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวและชุมชน
- ผู้ที่เข้ารับการกักแยก จะได้เข้าใช้บริการที่ศูนย์ฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ พร้อมมีบริการเครื่องอุปโภค บริโภค มีอาหารครบ 3 มื้อ ช่วยลดภาระจากการต้องไปหาเช่าสถานที่กักตัวเอง และลดภาระในยามที่ไม่มีรายได้ระหว่างการกักตัวเอง
- สถานที่กักแยก อยู่ห่างไกลจากชุมชน มีอาณาบริเวณโดยรอบอาคารที่ใช้เป็นที่กักแยกกว้างขวาง อากาศถ่ายเทได้สะดวก ผู้ที่เข้ารับการกักแยกอยู่ในห้องส่วนตัวห้องละ 1 คน มีห้องน้ำในตัว และไม่มีบุคคลอื่นเข้าไปในห้องนั้น

ภาพประกอบข่าว เปิด “ศูนย์ที่พักฯ-กักแยกฯ” ลดความเสี่ยง-ชุมชนขัดแย้ง

ผ่านคัดกรองจากโรงพยาบาลมาแล้ว

- การคัดเลือกผู้ที่เข้ารับการกักแยก ผ่านการคัดกรองจากโรงพยาบาลของรัฐ ใน จ.ปทุมธานี เดินทางมาที่ศูนย์ด้วยรถพยาบาลที่มาตรการในการป้องกันการติดเชื้อตามมาตรฐาน ไม่ปะปนกับใครในระหว่างการเดินทาง เมื่อมาถึงแล้ว เข้าสู่กระบวนการกักแยกทันที
- การขึ้นไปยังอาคารของผู้ที่เข้ารับการกักแยก จะมีเส้นทางเดินที่กำหนดให้เดินตามทางนี้โดยเฉพาะ ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิก และจะใช้ลิฟต์แยก โดยมีพยาบาลกดเปิดลิฟต์และกดลิฟต์เลือกชั้นรอไว้ให้ เมื่อออกจากลิฟต์ ก็จะมีพยาบาลในชุด PPE เปิดประตูห้องรอไว้ให้ หมายความว่า สิ่งแรกที่ผู้เข้ารับการกักแยกจะได้สัมผัส คือ “ลูกบิดประตูด้านในห้อง” จากนั้นก็อยู่ในห้องตลอดจนครบเวลาโดยไม่ออกมาอีก

ภาพประกอบข่าว เปิด “ศูนย์ที่พักฯ-กักแยกฯ” ลดความเสี่ยง-ชุมชนขัดแย้ง

มีอุปกรณ์พร้อมบริการ มีพยาบาลดูแลตลอดเวลา

- การบริการต่างๆ ในระหว่างการกักแยก ทางศูนย์ มีอุปกรณ์ดำรงชีวิตให้ มีเสื้อผ้าที่ซักแล้วแห้งไวให้เปลี่ยนใช้ส่วนตัว มีอุปกรณ์ซักผ้า มีบริการอาหารที่นำไปแขวนไว้ให้วันละ 3 มื้อ โดยเจ้าหน้าที่สวมอุปกรณ์ป้องกันเต็มรูปแบบ โดยตลอดระยะเวลาที่อยู่ระหว่างการกักแยก พยาบาลที่มาประจำที่ศูนย์จะไม่มีโอกาสได้พบปะกับผู้เข้ารับการกักแยกเลย
- ผู้เข้ารับการกักแยก สามารถติดต่อกับครอบครัวได้ เพราะทางศูนย์มีบริการอินเทอร์เน็ตให้ใช้ฟรี ในระหว่างการกักแยก
- หากผู้เข้ารับการกักแยกคนใด มีอาการป่วยที่เข้าข่ายว่าจะติดเชื้อ ทีมแพทย์และพยาบาล จะประเมินอาการ และประสานรถพยาบาลนำตัวไปที่โรงพยาบาลทันทีด้วยรถพยาบาลที่ได้มาตรฐาน

โดยผู้ป่วยจะไม่ได้พบกับผู้เข้ารับการกักแยกคนอื่น และไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับพยาบาล เพราะต้องลงมาที่รถพยาบาลเอง ตามเส้นทางที่กำหนดให้ โดยมีลิฟต์ที่แยกไว้เฉพาะสำหรับผู้ที่มีอาการเท่านั้นจะใช้เป็นทางลง ไม่ปะปนกับลิฟต์ตัวอื่น
- ผู้ที่เข้ารับการกักแยกและมีผลตรวจเป็น Negative จะอยู่ให้ครบ 14 วันในการกักตัว เมื่อครบแล้วศูนย์จะออกใบรับรองจากโรงพยาบาลให้ด้วย เพื่อให้ใช้เป็นหลักฐานยืนยันกับคนในชุมชนว่า ไม่ติดเชื้อ
- ส่วนห้องที่ผู้เข้ากักแยกย้ายออกไปแล้ว ก็จะเปิดให้แสงแดดและลมเข้ามาฆ่าเชื้อประมาณ 2 วัน ก่อนจะใช้เวลาทำความสะอาดตามขั้นตอนอีก 2 วัน จึงจะให้ผู้กักแยกรายใหม่เข้าพักได้
- สำหรับชุมชนที่อยู่ใกล้ศูนย์นี้ จะได้รับประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง เพราะหากมีผู้ที่เข้าข่ายต้องกักตัวเอง 14 วัน เพราะไปยังสถานที่เสี่ยง หรือมีประวัติพบปะกับผู้ติดเชื้อ ก็สามารถเข้าไปกักแยกตัวเองที่ศูนย์ ช่วยให้ครอบครัวไม่ต้องกังวลและคนในชุมชนอยู่อย่างสบายใจ

ภาพประกอบข่าว เปิด “ศูนย์ที่พักฯ-กักแยกฯ” ลดความเสี่ยง-ชุมชนขัดแย้ง

สร้างรายได้ให้ชุมชน

นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังสร้างรายได้ให้ชุมชนด้วยการจ้างงานคนในชุมชน มาเป็นเจ้าหน้าที่ จ้างคนในชุมชนมาเป็นแม่ครัว ซื้อวัตถุดิบทำอาหารจากชุมชน ซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคของผู้เข้ารับการกักแยกจากร้านค้าในชุมชน

ศูนย์ฯ แห่งนี้ นี้เกิดขึ้นจากการระดมความคิดของคนในหลายสาขาอาชีพ ทั้ง แพทย์ พยาบาล นักเศรษฐศาสตร์ นักปกครอง วิศวกร สถาปนิก ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน โดยได้แรงสนับสนุนหลักจากเครือข่ายด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนา (RoLD) ของสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) จึงจัดตั้งศูนย์ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเริ่มดำเนินการเป็นศูนย์กักแยกกลุ่มผู้เกณฑ์เฝ้าระวัง (PUI) ประจำจังหวัดปทุมธานีแล้ว โดยรองรับกลุ่มผู้เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังจากโรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดปทุมธานี