อสม.เคาะประตูบ้านแล้ว 11.8 ล้านหลัง พบกลุ่มเสี่ยงกว่า 6 แสนคน

สังคม
14:27
จำนวนผู้ชม 4,946
Thai PBS
อสม.เคาะประตูบ้านแล้ว 11.8 ล้านหลัง พบกลุ่มเสี่ยงกว่า 6 แสนคน
อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เปิดเผยว่า 2 เดือน อสม.เคาะประตูบ้านประชาชนแล้วกว่า 11.8 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ พบกลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มเฝ้าระวังกว่า 6 แสนคน สนับสนุนเจ้าหน้าที่คัดกรองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19

วันนี้ (12 เม.ย.2563) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ระบุว่า อสม.กว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ ได้ร่วมดำเนินการโครงการ อสม.เคาะประตูบ้าน ตั้งแต่ 2 มี.ค.- 26 มี.ค. สามารถเคาะประตูบ้านประชาชนทั่วประเทศได้กว่า 3.3. ล้านหลังคาเรือน และพบกลุ่มเสี่ยงถึง 22,485 คน โดยนอกจากคัดกรองแล้วยังได้นำแอลกอฮอล์เจล และหน้ากากผ้าไปแจกให้แก่ประชาชน พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันไวรัส COVID-19 ด้วยตนเอง

ภาพประกอบข่าว อสม.เคาะประตูบ้านแล้ว 11.8 ล้านหลัง พบกลุ่มเสี่ยงกว่า 6 แสนคน


ต่อมาได้ขยายโครงการหลังพบผู้เดินทางกลับจาก กทม. และเดินทางมาจากต่างประเทศ จึงได้เริ่มดำเนินโครงการ 14 วัน สแกนคนในพื้นที่ให้จบ ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. - 11 เม.ย.ที่ผ่านมา โดย อสม.ได้ไปเคาะประตูบ้านเพิ่มเติมอีก 8 ล้านหลังคาเรือน รวมแล้ว 11.8 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ และได้พบกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเฝ้าระวังถึง 660,850 คน

ในจำนวนนี้พบเป็นคนเดินทางมาจากต่างประเทศถึง 59,178 คน และเดินทางมาจาก กทม.ถึง 463,756 คน และอีกกลุ่มคือกลุ่มคนมาจากพื้นที่เสี่ยง เช่น ใกล้ชิดกับกลุ่มเสี่ยง อย่างกลุ่มสนามมวย กลุ่มสถานบันเทิง หรือธุรกิจบางอย่าง จำนวน 137,936 คน

ภาพประกอบข่าว อสม.เคาะประตูบ้านแล้ว 11.8 ล้านหลัง พบกลุ่มเสี่ยงกว่า 6 แสนคน

สนับสนุนอาวุธให้ อสม.ทั่วประเทศสู้ไวรัส

ทั้งนี้ จากการดำเนินการของ อสม.อย่างต่อเนื่อง กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้สนับสนุนหน้ากากอนามัยให้ อสม.ทุกคน ขณะที่สภากาชาดไทยยังได้สนับสนุนหน้ากากผ้า 2 ล้านชิ้น กระจายให้ อสม.ทั่วประเทศ

อีกทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนอื่นๆ ก็ได้สนับสนุนทั้งหน้ากากผ้า ถุงซิปล็อก อุปกรณ์ป้องกันหน้า (Face Shield) และเจลแอลกอฮอล์อีก 1 ล้านหลอดด้วย โดยทั้งหมดจะส่งไปถึงสมาชิก อสม.โดยตรง เพื่อเป็นอาวุธให้ต่อสู้กับ COVID-19

ภาพประกอบข่าว อสม.เคาะประตูบ้านแล้ว 11.8 ล้านหลัง พบกลุ่มเสี่ยงกว่า 6 แสนคน


นอกจากนี้ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ยังได้ประสานกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยช่วยเหลือดูแลด้านสวัสดิการให้บุคลากรทางการแพทย์ โดยในกรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพถาวรฯ ช่วยเหลือ 240,000 - 400,000 บาท กรณีสูญเสียอวัยวะ พิการฯ ช่วยเหลือ 100,000 - 240,000 บาท และกรณีบาดเจ็บ เจ็บป่วยต่อเนื่อง ช่วยเหลือไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่ง อสม.ได้รับสิทธิเช่นเดียวกันกับบุคลากรทางการแทย์ และอยู่ระหว่างประสานธนาคาร ธกส. และบริษัทประกันภัย เพื่อสนับสนุนกรมธรรม์ให้ อสม. จำนวน 80,000 กรมธรรม์

เน้นเชื่อมโยง-เก็บฐานข้อมูล กทม.ด้วยกูเกิ้ลฟอร์ม

ด้าน นพ.สมชาย ตรีทิพย์สถิตย์ ผอ.กองสร้างเสริมสุขภาพ สำนักอนามัย กทม. ระบุว่า อาสาสมัครสาธารณสุข กทม. (อสส.) ได้ดำเนินการเคาะประตูบ้านเช่นเดียวกันกับ อสม.ในต่างจังหวัด โดยมีบทบาทในการเฝ้าระวังและควบคุมโรค โดยสำนักอนามัยได้ให้องค์ความรู้ในการควบคุมโรค และเสนอแนวทางการเข้าถึงข้อมูลผ่านช่องทางต่างๆ รวมถึงวิธีการเคาะประตู และการใช้กูเกิ้ลฟอร์มเพื่อให้ข้อมูลต่างๆ เชื่อมโยงกันและเก็บเป็นฐานข้อมูลได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงในเชิงพื้นที่ เช่น อาศัยในคอนโด บ้านห้องแถว หรืออาศัยอยู่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ กทม.ยังได้สนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ และเน้นย้ำให้อาสาสมัครรักษาระยะห่างทางสังคมด้วย เพราะบางคนก็มีอายุมาก จึงต้องดำเนินการอย่างรัดกุมเพื่อป้องกันตามาตรการต่างๆ โดยใน กทม. ทั้ง 50 เขต มี อสส. อยู่ 15,000 คน แบ่งเป็นกลุ่มลงพื้นที่ดูแลเฝ้าระวัง และกลุ่มช่วยเหลือ สนับสนุนสำนักงานเขต และประสานกับพื้นที่ local quarantine ด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศบค.สั่งห้ามฉีดพ่นเล่นน้ำสงกรานต์ในบ้านเสี่ยงแพร่ COVID-19

รพ.เอกชนหนุนรัฐดูแลผู้ป่วย COVID-19 "333 คน" เสริมเตียงนับพัน

"ภูเก็ต" สแกนตรวจเชิงรุกกว่า 3,000 คน เริ่มคุม COVID-19 ได้