"พิธา" ตั้งข้อสังเกต 4 ข้อต่อรัฐในการจัดการงบฯ พ.ร.ก.กู้เงิน

การเมือง
08:04
จำนวนผู้ชม 2,024
Thai PBS
"พิธา" ตั้งข้อสังเกต 4 ข้อต่อรัฐในการจัดการงบฯ พ.ร.ก.กู้เงิน
หัวหน้าพรรคก้าวไกล ตั้งข้อสังเกตการตรา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 ข้อ หวังรัฐใช้เงินเยียวยาประชาชนอย่างถ้วนหน้า และการเตรียมระบบสาธารณสุขรองรับฤดูฝนที่อาจมีโรคทำให้ประชาชนป่วยเพิ่มเติม ขอให้รัฐบาลให้จริงใจในการแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ

วันนี้ ( 20 เม.ย.63 ) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แสดงความคิดเห็นกรณีที่รัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ในการแก้ไขปัญหาและรับมือกับวิกฤต การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 โดยพรรคก้าวไกลมีข้อสังเกต 4 ข้อ คือ 1. การกู้ก้อนแรกเกี่ยวกับด้านสาธารณสุขวงเงิน 45,000 ล้านบาท หวังว่าจะเป็นการใช้เงินเพื่อเปลี่ยนระบบสาธารณสุขเป็นการบริหารแบบเชิงรุกที่สร้างขวัญกำลังใจเยียวยาบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่เหนื่อยมานาน

และการวิจัยวัคซีนที่ประเทศไทยมีสถาบันวิจัยวัคซีนแห่งชาติหวังว่า จะนำงบประมาณไปพัฒนาวัคซีนมากขึ้นที่ขณะนี้มีเพียง 27 ล้านบาท ขณะที่ทั่วโลกทุ่มเป็นหมื่นล้าน โดยย้ำถึงการเตรียมความพร้อมของสถานพยาบาลในการรักษาจะต้องมีคลังสาธารณสุขที่สามารถทราบว่ามีอุปกรณ์ หรือห้องพักเพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ ที่จะเตรียมพร้อมระบบสาธารณสุขไทย ที่กำลังเข้าสู่ฤดูฝน อันอาจจะมีโรคไข้เลือดออกและปอดปวมเข้ามาด้วยในเดือนข้างหน้า

ส่วนข้อสังเกตที่ 2 ในวงเงิน 555,000 ล้านบาท ที่จะนำไปเยียวยาประชาชน ซึ่งหลักคิดที่สำคัญในการใช้เงินก้อนนี้คือ "การเยียวยาแบบถ้วนหน้า" เพราะหลังจากที่บริหารงานแบบปิดเมืองตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น มีประชาชนประสบปัญหาแบบฉับพลัน แต่ที่ผ่านมารัฐใช้วิธีแบบเลือกช่วยเฉพาะกลุ่ม คัดกรองล่าช้า และทำให้ประชาชนให้ชีวิตลำบาก หรือรัฐบาลต้องมีมาตรการเก็บตก เพื่อให้อาหารปัจจัยสี่ประชาชนได้รับอย่างทั่วถึง ย้ำด้วยว่าอย่าให้ประชาชนต้องอดอยาก

ข้อสังเกตที่ 3 เรื่องวงเงิน 400,000 ล้านบาทเรื่องการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม โดยเห็นว่า โครงการลงทุนและกิจกรรมพัฒนาทางเศรษฐกิจฟื้นฟู เศรษฐกิจชุมชนส่งเสริมการตลาด ทำให้นึกถึงโครงการเก่าๆ ไทยนิยม หรือโครงการประชารัฐ โดยหวังว่าการใช้เงินจะไม่เป็นการแก้ปัญหาแบบเดิมๆ เพราะวิกฤติครั้งนี้เป็นวิกฤตที่แย่มากและเกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งงบประมาณของก้อนนี้สามารถโอนไปใช้ในงบของสาธารณสุข หรือการเยียวยาประชาชนได้

สุดท้ายเรื่องของบทบาทของรัฐสภาในการกู้เงินครั้งนี้ ซึ่งสภาไม่มีโอกาสเห็นชอบว่าการใช้จ่ายจะเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ เนื่องจากอำนาจในการกำกับอยู่ที่ข้าราชการชั้นสูงทั้งหมด รัฐสภาได้รับทราบเฉพาะเนื้อหาของการกู้เงิน และสภาจะทราบรายละเอียดทั้งหมดก็จะรับทราบในช่วงหลังเดือนต.ค.ใน 60 วันตามที่กฎหมายกำหนด หวัง ครม.ข้าราชการ มีอำนาจเต็ม ใช้ในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดให้เด็ดขาด ซึ่งปากท้องประชาชนควรได้รับการเยียวยาอย่างถ้วนหน้า อยากให้ประชาชนในประเทศอดตายทั้งที่เป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางอาหาร ทั้งนี้หัวหน้าพรรคก้าวไกลฝากย้ำรัฐบาล ให้จริงใจในการแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ การกู้เงินครั้งนี้เป็นเงินของลูกหลานในอนาคตที่จะต้องมาใช้คืองบประมาณในการแก้ไขปัญหา