ลุ้น 17 พ.ค.นี้ ศบค.เล็งประกาศปลดล็อกกิจการเฟส 2

สังคม
12:28
จำนวนผู้ชม 16,300
Thai PBS
ลุ้น 17 พ.ค.นี้ ศบค.เล็งประกาศปลดล็อกกิจการเฟส 2
โฆษก ศบค. แถลงวันนี้ (7 พ.ค. ) ไทยยังมีผู้ป่วย COVID-19 เพียง 3 คนหายป่วยกลับบ้าน 2,772 คน พร้อมแย้มข่าวดีวันที่ 17 พ.ค.นี้ คาดว่าจะประกาศผ่อนปรนเปิดกิจการขนาดใหญ่ เช่น ห้างสรรพสินค้าในระยะ 2 แต่ขอให้ช่วยกันคงตัวเลขผู้ป่วยหลักเดียว

วันนี้ (7 พ.ค.2563) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงข่าวสถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 ว่า วันนี้ไทยยังมีผู้ป่วยใหม่เป็นเลขหลักเดียว โดยมีรายใหม่เพิ่มขึ้น 3 คน รวมตัวเลข 2,992 คน หายป่วยเพิ่มขึ้น 11 คน รวมสะสม 2,772 คนและยังรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล 165 คน และไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ยังคงที่ 55 คน

สำหรับผู้ป่วยใหม่พบจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 1 คน เป็นผู้ป่วยหญิง อายุ 59 ปี ที่ จ.ยะลา สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันจากมาเลเซีย ส่วนอีก 2 คน เป็นผู้ป่วยที่เดินทางมาจากประเทศคาซักสถาน แล้วเข้าเฝ้าดูอาการที่ state quarantine

ส่วนสถานการณ์โลก พบผู้ป่วยใหม่เพิ่มวันเดียว 95,565 คน รวมสะสม 3,822,860 คน อาการหนัก 48,211 คน หายป่วยรวม 1,302,297 คน และเสียชีวิตวันเดียวเพิ่ม 6,750 คน รวมสะสม 265,076 หรือคิดเป็น 6.9% ของผู้ป่วยทั้งหมด สหรัฐอเมริกา ยังมีผู้ป่วยสะสมมากสุด 1,263,092 คน เพิ่มขึ้นวันเดียวกว่า 25,000 คน

อินเดียยังพบผู้ป่วยมากสุด 52,987 คน เพิ่มขึ้นวันเดียว 3,587 คน รองลงมาคือปากีสถาน และสิงคโปร์ ขณะที่เกาหลีใต้ยังมีผู้ป่วยใหม่เพิ่มรายวันหลักเดียว คือ 4 คน ใกล้เคียงกับไทย
ภาพประกอบข่าว ลุ้น 17 พ.ค.นี้ ศบค.เล็งประกาศปลดล็อกกิจการเฟส 2

17 พ.ค.นี้รอผ่อนปรนกิจการบางประเภทระยะที่ 2

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 8-12 พ.ค.นี้ จะเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับประเภทกิจการ และกิจกรรมต่างที่เตรียมจะคลายล็อกเพิ่มเติม โดย และวันที่ 13 พ.ค.จะมีการซักซ้อมความเข้าใจ และยกร่างผ่อนปรนระยะที่ 2

ภายในวันที่ 17 พ.ค.นี้ ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงจะเริ่มมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 เพิ่มเติม ดังนั้นจึงขอความร่วมมือในการป้องกันไม่ให้ตัวเลขผู้ป่วยเพิ่ม ในช่วงอีก 10 วันข้างหน้านี้ ก่อนจะเข้าสู่ระยะที่ 2 เป็นกิจการขนาดใหญ่ที่มีคนพลุกพล่านมากขึ้น

ส่วนคำถามว่าจะเปิดห้างสรรรพสินค้า และจะมีมาตรการป้องกันอย่างไร โฆษก ศบค.ระบุว่า ขณะนี้ตามไทม์ไลน์ที่เตรียมไว้ในช่วงสัปดาห์หน้านี้จะมีคำตอบ ซึ่งถ้าดีก็จะเปิดแน่นอน เพื่อให้เศรษฐกิจเดินได้ แต่ไม่ใช่ขึ้นกับภาครัฐ ผู้ประกอบการ และประชาชนต้องร่วมมือกัน เช่น ถ้ามีการออกกฎมาตรการต่างๆมาแล้ว ต้องยอมรับและปฏิบัติ ที่สำคัญยังขอให้ตัวเลขผู้ป่วยใน 10 วันนี้ก็จะชี้วัดว่าเปิดได้หรือไม่ได้

ภาพประกอบข่าว ลุ้น 17 พ.ค.นี้ ศบค.เล็งประกาศปลดล็อกกิจการเฟส 2

นายกฯ เล็งหน่วยงานรายงาน WFH

โฆษกศบค.กล่าวอีกว่า นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้นำเสนอให้คงมาตรการในประเทศให้เข้มข้น และตรึงการนำเข้าเชื้อจากต่างประเทศให้ได้ เพื่อให้ไทยมีตัวเลขหลักเดียวต่อไป โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แนะว่าให้มีมาตรการเฉพาะของกิจกรรม กิจการต่างๆ ด้วย เช่น รถไฟฟ้า โดยเน้นให้ผู้ประกอบการเตรียมพร้อมและแก้ปัญหาเพื่อลดความแออัด

ข้อสรุปในที่ประชุมที่เห็นตรงกันคือ การเหลื่อมเวลาทำงาน โดยเบื้องต้นอาจต้องมีการเหลื่อมหลายช่วงเวลา เพราะความแออัดในสถานที่ขนส่งมวล ชน เพราะประชาชนยังไปทำงานกันอยู่มาก ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็น และยังต้องเน้นย้ำเรื่องการ Work From Home 50%

นายกรัฐมนตรีให้มีระบบการรายงานการทำงานที่บ้าน WFH เพื่อลดการเดินทางและทำงานเหลื่อมเวลา และเป็นไปตามนโยบาย

นอกจากนี้ยังฝากว่า การทำงานของ ศบค.มีการทำงานแบบวงกว้าง มีทั้งข้าราชการ และผู้บริหารฝ่ายการเมือง ภาคธุรกิจ 20 ที่เป็นผู้นำในประเทศ คณะที่ปรึกษาทางวิชาการ และเราผ่านตรงนี้มาได้ด้วยทีมไทยแลนด์ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ยังขอบคุณว่าความร่วมมือจะเกิดจากประชาชน

ขยายผลตรวจกลุ่มเสี่ยง 4 แสนคน

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า นอกจากนี้ สธ.ยังได้เสนอว่าจะพัฒนาการตรวจเชื้อ COVID-19 ด้วยสารคัดหลั่งในโพรงจมูก หลังมีการตั้งคำถามว่าตรวจน้อยไปหรือไม่ โดยตั้งเป้าหมายตรวจเชิงรุกในกลุ่มประชากรกลุ่มเสี่ยงหรือสถานที่เสี่ยงให้ได้ 6,000 คนต่อ 1 ล้านประชากร หรือประมาณ 400,000 คน ขณะนี้ตรวจไปแล้ว 230,00 คน โดยเหลืออีก 170,000 คน พร้อมขยายเกณฑ์การตรวจคนที่มีอาการป่วย คาดว่าจะมี 85,000 คนคือประชากรกลุ่มเสี่ยง ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ คนไทยเดินทางจากต่างประเทศ แรงงานเข้าไทยผิดกฎหมาย คนขับรถสาธารณะ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน ด้วยการเก็บรายละเอียดในกลุ่มย่อยๆ