วันนี้ (15 มิ.ย.2563) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงมาตรการควบคุมโรค หลังผ่อนปรนระยะที่ 4 ว่าจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน เพื่อไม่ให้โรค COVID-19 กลับมาระบาดซ้ำ ส่วนคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ยังต้องเข้าสังเกตอาการภายในสถานกักตัวของรัฐ และสถานกักตัวทางเลือก
หลังจากนี้ ต้องกำหนดจำนวนคน จำนวนเที่ยวบิน จำนวนเมืองต่อเมืองที่ปลอดภัย ก่อนเปิดการท่องเที่ยวแบบค่อยเป็นค่อยไป ยืนยันยังไม่เปิดให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว และมาตรการตามแนวชายแดนก็ยังเข้มงวดเหมือนเดิม
ส่วนการยกเลิกคำสั่งห้ามออกนอกเคหสถาน หรือ เคอร์ฟิว คืนแรกที่พบกลุ่มขับขี่จักรยานยนต์รบกวนประชาชน นายกรัฐมนตรี ขอให้ประชาชนและผู้ปกครองช่วยกันดูแล หากไม่สามารถควบคุมได้ ก็อาจต้องกลับมาบังคับใช้คำสั่งเคอร์ฟิวใหม่อีกครั้ง
ประชาชนต้องร่วมมือกัน เมื่อคืนที่ผ่านมาก็เห็นมีเด็กแว้นออกมาอีกแล้ว นี่คือคนที่ไม่ร่วมมือ สังคม และผู้ปกครองต้องร่วมมือกัน ถ้าขืนทำอย่างนี้เดี๋ยวก็กลับมาเคอร์ฟิวใหม่ หากทุกคนยังไม่รู้จักควบคุมตนเอง
เล็งทบทวน Travel Bubble
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนการผ่อนปรนการท่องเที่ยวมี 2 รูปแบบ คือในประเทศ และการเปิดรับชาวต่างชาติแบบจำกัด หรือ Travel Bubble โดยกำหนดพื้นที่ เมือง ดินแดนหรือประเทศที่ควบคุมสถานการณ์ของโรคได้ ส่วนตัวมองว่าปลอดภัยกว่าการเปิดแบบเสรี และกลุ่มเป้าหมายสำคัญ คือนักธุรกิจ ที่ต้องเข้ามาเจรจาการค้าการลงทุน
ทั้งนี้นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ ศบค.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูเรื่อง Travel Bubble หรือเปิดประเทศ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างจำกัด แต่ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดทั่วโลกที่ติดเชื้อเพิ่มวันละหลักแสนคน อยู่ระหว่างชั่งน้ำหนักทั้งด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ ซึ่งมีรายละเอียดมากทั้งการติดตามตัวและควบคุมโรค
การออกใบรับรองแพทย์จากต้นทาง มีบทเรียนว่าบางครั้งตรวจไม่พบเชื้อ แต่มาพบเมื่ออยู่ในไทยแล้ว หากจะดำเนินการอย่างไรก็ต้องศึกษารายละเอียดอย่างรอบด้าน คาดว่าจะมีการประชุมอีกครั้งกลางสัปดาห์นี้ ก่อนเสนอ ศบค.ชุดใหญ่
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
แนะกิน "แซลมอนสุก" บทเรียน "ปักกิ่ง" ระบาดรอบ 2 จากตลาดสัตว์
แท็กที่เกี่ยวข้อง:

