อสม.นัดรวมตัวทำเนียบฯ ทวงค่าเสี่ยงภัยโควิด

สังคม
20:09
จำนวนผู้ชม 2,410
อสม.นัดรวมตัวทำเนียบฯ ทวงค่าเสี่ยงภัยโควิด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยไม่อยากให้ลดจำนวนเงินค่าเสี่ยงภัยโควิด-19 ของ อสม. โดยพร้อมจะไปปรับลดงบประมาณด้านอื่น ส่วนในวันพรุ่งนี้ (29 ก.ค.) จะชี้แจงในการประชุม ครม. ซึ่งตัวแทน อสม.บางส่วนก็จะเดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลด้วย

วันนี้ (28 ก.ค.2563) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ไม่ต้องการให้เรียกเงินที่กระทรวงฯ จะจ่ายให้กับ อสม.ทั่วประเทศ ว่าเป็นเงินค่าตอบแทน แต่เป็นค่าเสี่ยงภัยให้กับ อสม.ที่ปฏิบัติงานด่านหน้าช่วยป้องกันโรคในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 และแม้สถานการณ์ของโรคโควิด-19 จะดีขึ้น แต่ อสม.ก็ยังต้องปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนเฝ้าระวัง ป้องกันโรคต่อไป ดังนั้น เห็นว่าการจ่ายเงินส่วนนี้ให้สมเหตุสมผล โดยไม่ต้องรอให้ระบาดรอบ 2 แล้วค่อยมาพิจารณากัน

ภาพประกอบข่าว อสม.นัดรวมตัวทำเนียบฯ ทวงค่าเสี่ยงภัยโควิด

ขณะเดียวกัน การทำงานของ อสม.แตกต่างจากกำนันผู้ใหญ่บ้าน บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งมีเงินเดือน แต่ อสม.ไม่มีทั้งเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง สวัสดิการ ได้รับเพียงค่าป่วยการในการทำงานเดือนละ 1,000 บาท เท่านั้น ซึ่งช่วงระบาดโควิด-19 อสม.ก็ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เพิ่มขึ้น มีความเสี่ยงภัย ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จากการต้องเฝ้าระวังโรคทุกครัวเรือนในแต่ละชุมชน

จึงต้องการให้สภาพัฒน์ฯ เห็นใจ โดยวันพรุ่งนี้ (29 ก.ค.) ได้เตรียมข้อมูลชี้แจงในการประชุมคณะรัฐมนตรีด้วย แต่หากสภาพัฒน์ฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าจำเป็นต้องตัด หรือลดงบประมาณการใช้เงินกู้ในโครงการอื่นๆ ก็สามารถทำได้ กระทรวงสาธารณสุขพร้อมพิจารณาปรับปรุงโครงการอื่นๆ และนำเสนอให้สภาพัฒน์ฯ พิจารณาอีกครั้ง แต่ขอให้คงงบประมาณค่าตอบแทน อสม.ไว้ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ

ภาพประกอบข่าว อสม.นัดรวมตัวทำเนียบฯ ทวงค่าเสี่ยงภัยโควิด

ด้านนายจำรัส คำรอด ประธานชมรม อสม.แห่งประเทศไทย กล่าวว่า วันพรุ่งนี้ ตัวแทน อสม.ทั่วประเทศ จะเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล วิงวอนอย่าเปรียบเทียบ อสม.กับกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมีเงินเดือนประจำ แต่ อสม.ไม่มี ขณะนี้ อสม.ทั่วประเทศ ต่างรอคอยอย่างมีความหวังที่จะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นเป็นกรณีพิเศษจากรัฐบาล แต่พอมีข่าวว่าจะตัดงบประมาณ ส่งผลกระทบต่อจิตใจของ อสม.หลายคนหดหู่ใจ หลังทำงานเสี่ยง บางคนติดเชื้อควักเงินซื้ออุปกรณ์เอง และเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อต่อสู้กับโควิด-19 แต่กลับไม่ได้รับความเหลียวแล และความยุติธรรมเหมือนเช่นบุคลากรกลุ่มอื่น