กมธ.แก้ยากจน-ลดความเหลื่อมล้ำ เตรียมหารือแก้รธน. | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

กมธ.แก้ยากจน-ลดความเหลื่อมล้ำ เตรียมหารือแก้รธน.

การเมือง
28 ส.ค. 63
16:41
248
Logo Thai PBS
กมธ.แก้ยากจน-ลดความเหลื่อมล้ำ เตรียมหารือแก้รธน.
กมธ.แก้ยากจน-ลดความเหลื่อมล้ำ เตรียมหารือแก้รธน. ยืนยันฟังเสียงส่วนใหญ่ กรณีปิดสวิทซ์ถือเป็นสิทธิของประชาชนขณะที่ การพูดคุยมอร์นิ่ง ทอล์ค ของวุฒิ แนะสว.ให้นิ่ง มองควรหารือ แก้ประเด็นที่เป็นปัญหา ไม่ใช่ทุบทิ้งแล้วสร้างใหม่ทั้งหมด

วันนี้ (28 ส.ค.63) นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการธิการฯวันที่ 31 ส.ค.นี้ จะมีการพิจารณาศึกษาประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทั้งนี้เพราะปัญหาแก้ปัญหาความยากจน และลดความเหลือมล้ำ ถือเป็นปัญหาสำคัญของรัฐธรรมนูญ

เบื้องต้นในคณะกรรมาธิการจะเป็นการประเมินสถานการณ์ โอกาส แนวโน้มแต่ละประเด็น อีกทั้งต้องรอดูบทบาทของ ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาล และฝ่ายค้าน ซึ่งเมื่อได้ข้อยุติอย่างไร ทางวุฒิสภาทั้งหมดคงต้องนำมาหารือกันในภาพรวมอีกครั้ง

ในหลักการเราคงต้องฟังเสียงของประชาชน เพราะรัฐธรรมนูญมาจากประชาชน ทั้งนี้ ทาง สว.ไม่ปฎิเสธการเปลี่ยนแปลง ต้องรอเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนว่าจะมีท่าทีอย่างไร ตนและ สว.พร้อมรับฟัง

ส่วนที่ทางพรรคก้าวไกลจะนำ 5 รายชื่อเพื่อปิดสวิตช์ สว.ก็ถือเป็นสิทธิโดยชอบของประชาชน และเรื่องของพรรคการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งจะดำเนินการ แต่ทั้งนี้ เชื่อว่าในที่สุดจะมีการตั้ง ส.ส.ร.ที่มีตัวแทนจากที่ทุกฝ่ายมาร่วมยกร่าง ซึ่งผลออกมาอย่างไร สว.ทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือ รายงานข่าวแจ้งว่า เบื้องต้นทางคณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภาจะมีการนัดหารือประชุมครั้งหน้าความเห็นของวุฒิสภาเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญ

ส่วนความคืบหน้าในการหารือเกี่ยวกับท่าทีวุฒิสภาในเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ล่าสุดในการพูดคุยระหว่างสมาชิกวุฒิสภา" (Morning Talk) ที่มี นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง เป็นประธาน มีการพูดคุยอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในประเด็นที่มองว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรมีการหารือ หรือแก้ในประเด็นที่เป็นปัญหากันก่อน "เราอยู่บ้านนี้มา 3 ปี ก็ตั้งใจให้มันออกมาดี แต่หากเห็นว่ามีข้อบกพร่อง ก็ควรแก้ตรงจุดไหนไม่ใช่มาทุบทิ้ง สร้างใหม่ทั้งหมด"

นอกจากนี้ ยังเห็นว่า การพูดหรือแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ ควรจะต้องระมัดระวัง เพราะบางครั้งพูดในนามส่วนตัวแต่ถูกมองเป็นความเห็นส่วนร่วม ดังนั้น เมื่อเราเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ควรต้องนิ่ง ให้มากที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง