เปิดปม : บัวจันทร์บัญชีดำค้ายา | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

เปิดปม : บัวจันทร์บัญชีดำค้ายา

สังคม
2 พ.ย. 63
12:55
4,306
Logo Thai PBS
เปิดปม : บัวจันทร์บัญชีดำค้ายา
การจับกุมนางบัวจันทร์ เจ้าของบัญชีธนาคารที่มีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่าหมื่นล้านบาทในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เกิดขึ้นหลังจากมีข้อมูลว่า เป็นบัญชีเปิดไว้เพื่อรับและโอนเงินของเครือข่ายค้ายาเสพติด นำไปสู่การขยายผลจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

นางบัวจันทร์ อายุ 63 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด ศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 2 จับกุมที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2563 ตามหมายศาลจังหวัดกบินทร์บุรี ฐานความผิด สนับสนุน ช่วยเหลือ สมคบ จำหน่ายยาเสพติด โอน รับโอน ซุกซ่อนหรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สิน และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

 

จากการสืบสวนเส้นทางการเงิน เจ้าหน้าที่พบว่า นางบัวจันทร์ มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีหลัก 1 ใน 13 บัญชีธนาคารของเครือข่ายยาเสพติด ที่เปิดบัญชีไว้เพื่อรับและโอนเงินค่ายาเสพติด ส่งต่อไปยังบัญชีบุคคลอื่นหลายบัญชี ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2561 ถึงปัจจุบัน พบเงินหมุนเวียนเฉพาะบัญชีของนางบัวจันทร์มากกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท

 

พ.ต.อ.ดุลยพัฒน์ เตชพรชยาสินธ์ ผู้กำกับการกลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 2 ในฐานะหัวหน้าศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 2 เปิดเผยว่า สืบสวนสอบสวนเครือข่ายนี้ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2561 ถึงปัจจุบัน เริ่มจากการจับกุมคดีจำหน่ายยาเสพติด 3 คดีในพื้นที่ภาคตะวันออก เมื่อปี 2559 ซึ่งนับเป็นคดีตั้งต้น พบกระบวนการฟอกเงินของบุคคลในเครือข่ายที่เชื่อว่าเป็นนักค้ายาเสพติด และทำธุรกรรมการเงินโอนค่ายาเสพติดให้กับนักค้ารายอื่น

ต่อมา ปี 2561 สถานีตำรวจภูธรกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จับกุมคดีจำหน่ายยาเสพติด พบการโอนเงินค่ายาเสพติด เข้าบัญชีธนาคารของนางบัวจันทร์ ก่อนพบชายสัญชาติเมียนมา เป็นผู้ใช้บัญชีธนาคารของนางบัวจันทร์ทำธุรกรรม นำมาสู่การออกหมายจับนางบัวจันทร์ฐานความผิดสนับสนุน ช่วยเหลือ สมคบจำหน่ายยาเสพติด

บุคคลที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะทำหน้าที่เปิดบัญชี ม้ากดเงิน ผู้ค้ารายย่อย กลาง ใหญ่ หรือฟอกเงิน ถือว่าทุกคนมีความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ  บัญชีของนางบัวจันทร์ เปิดเพื่อรับโอนค่าค้ายาเสพติดอย่างเดียวจากทั่วประเทศ พบว่าเกินครึ่งประเทศครับ เฉพาะบัญชีนี้บัญชีเดียวมีการโอนเงินค่ายาเสพติดไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาท ผมบอกได้เลยว่ามูลค่าความเสียหายของประเทศชาติเยอะมาก 

หลังจาก จับกุมนางบัวจันทร์ กลางเดือนกันยายน 2563 เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดภาค 2 ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ เครือข่ายนักค้ายาเสพติดระดับสั่งการ ที่ใช้ชื่อ น.ส.ฉิงเหม่ย เปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับโอนเงินค่ายาเสพติด จากบัญชีของนางบัวจันทร์ ล่าสุดมียอดรับเงินโอน 2 ครั้ง จำนวนหลักล้านบาท

เจ้าหน้าที่ใช้สายลับเข้าล่อซื้อยาบ้าจำนวน 70 เม็ด ในราคา 4,000 บาท ถึง 2 ครั้ง จากนักค้ายาเสพติดรายย่อย พื้นที่ ต.บงตัน อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ เพื่อพิสูจน์ทราบตัวนักค้ายาเสพติด และยืนยันทางการสืบสวนว่า มียาบ้าในครอบครองเพื่อจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง

 

ศาลจังหวัดฮอดอนุมัติออกหมายค้นพื้นที่คอกวัวแห่งหนึ่ง ใน ต.บงตัน อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ เป็นที่ดินเนื้อที่หลายสิบไร่ ในความครอบครองของนายกฤชกร หรือมืด มีวัวเลี้ยงพันธุ์ผสม ไทย – บรามัน กว่า 30 ตัว มูลค่าเกือบสองล้านบาท ส่วนเจ้าหน้าที่อีกชุด ขยายผลปิดล้อมตรวจค้นบ้านของนายกฤชกร เพิ่มเติม เพราะเป็นจุดที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

ปฏิบัติการตรวจค้นครั้งนี้ มีผู้ถูกจับ จำนวน 5 คน ข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า โดยผิดกฎหมาย และ มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า และมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 กัญชา โดยผิดกฎหมาย ทั้งหมดยืนยันว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจำหน่ายเสพติดหรือเป็นเจ้าของยาเสพติด คือนายกฤชกร แต่การตรวจค้นครั้งนี้ ไม่ได้ตัวนายกฤชกร

 

พ.ต.อ.ดุลยพัฒน์ เตชพรชยาสินธ์ วิเคราะห์จากโครงสร้างเครือข่าย นายกฤชกร พบว่า มีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกินกว่าสองคนขึ้นไป โดยมีบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นนักบิน หรือผู้ลำเลียงขนยาเสพติด ผู้จำหน่ายยาเสพติดรายกลางและรายใหญ่ บุคคลทำหน้าที่คัดกรองผู้ซื้อยาเสพติด ผู้เก็บรักษาและเฝ้ายาเสพติด ลูกจ้างที่เป็นผู้ติดยาเสพติดได้รับค่าจ้างในการทำงานเป็นยาเสพติดแทนเงิน บุคคลทำหน้าที่ดูแลระบบการเงิน การฟอกเงิน และระดับสูงสุดเป็นระดับสั่งการซึ่งหลีกเลี่ยงในการครอบครองยาเสพติด หากบุคคลในเครือข่ายถูกจับกุมเกี่ยวกับยาเสพติดย่อมจะทำให้พยานหลักฐานไปไม่ถึง ทำให้นายกฤชกร หลุดพ้นจากการจับกุม

 

พฤติการณ์นี้ ย่อมเป็นความผิด สนับสนุน ช่วยเหลือ หรือสมคบจำหน่ายยาเสพติด อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 อีกฐานความผิดหนึ่งด้วย

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบว่า มีกลุ่มช่วยเหลือ ได้รับผลประโยชน์ กลุ่มสนับสนุนการฟอกเงิน และสมาชิกองค์กร กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยมีหลักฐานเส้นทางการเงินจากบัญชีธนาคารนางบัวจันทร์ โอนเงินส่งต่อให้กับบุคคลต่างสัญชาติหลายครั้ง ยอดรวมกว่า 10 ล้านบาท

อ.สิงหนคร จ.สงขลา เป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายตรวจค้น ตามหมายค้นศาลอาญา ลงวันที่ 9 ก.ย. 2563 หลังจากพบพฤติการณ์ของสามีภรรยาคู่หนึ่งโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของนางบัวจันทร์บ่อยครั้ง แต่ละครั้งยอดเงินสูงกว่าล้านบาท

 

เจ้าหน้าที่ตรวจค้นบ้านของ น.ส.ชนาพร หนึ่งในบุคคลต้องสงสัยที่มีพฤติการณ์โอนเงินเข้าบัญชีของนางบัวจันทร์ พบเงินสดรวมเกือบ 6 แสนบาท ทองรูปพรรณ ทองคำแท่ง และเครื่องประดับ 47 รายการ มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังยึด และอายัดบัญชีธนาคารอีกจำนวน 6 บัญชี ยอดเงินกว่า 8 ล้านบาท รวมจำนวนมูลค่าทรัพย์สินที่อายัดไว้ระหว่างการตรวจสอบ จำนวน 56 รายการมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท โดยใช้มาตรการทางแพ่งดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีในข้อหาสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534

 

น.ส.ชนาพร ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ว่า เมื่อ 4 ปีก่อน เคยรับจ้างโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารชื่อนางบัวจันทร์ หลายครั้ง โดยหญิงคนหนึ่งในพื้นที่จังหวัดสงขลาเป็นผู้ว่าจ้างให้โอนเงินค่าแชร์ ได้ค่าตอบแทนร้อยละ 1 จากยอดโอน แต่ไม่เคยพบหญิงคนนั้นจึงไม่สามารถติดต่อได้ นอกจากนี้ยังอ้างว่าทรัพย์สินที่พบจากการตรวจค้นได้มาจากการค้าขายอาหารทะเล ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

 

เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่า จากการตรวจสอบหลักฐานการเงินของบัญชีธนาคารนายอรุณ ซึ่งเป็นสามีของ น.ส.ชนาพร พบว่า เดือน ม.ค.2563 มียอดเงินในบัญชีมากกว่า 13 ล้านบาท ในห้วงเวลา 3 เดือนต่อมาพบว่าเงินหายไปจากบัญชี 10 ล้านบาท โดยเส้นทางการเงินพัวพันกับบัญชีนางบัวจันทร์ ประกอบกับการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่าประกอบอาชีพใด ทำให้เชื่อได้ว่ามีส่วนพัวพันกับเครือข่ายค้ายาเสพติด จึงอายัดทรัพย์สินไว้เพื่อตรวจสอบตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534

ขณะนี้ สำนวนคดีทั้งหมดอยู่ระหว่างส่งไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด รอคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเพื่อใช้อำนาจพิเศษตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 ในการขยายผลไปยังบัญชีที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายบัญชีนางบัวจันทร์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง