นายกฯ ขู่ฟัน จนท.รัฐ เอี่ยวขนแรงงานผิดกฎหมาย

การเมือง
23 ธ.ค. 63
15:17
686
Logo Thai PBS
นายกฯ ขู่ฟัน จนท.รัฐ เอี่ยวขนแรงงานผิดกฎหมาย
"พล.อ.ประยุทธ์" สั่งยกระดับเฝ้าตรวจชายแดนป้องกัน COVID-19 ทั้งทางบกและทางน้ำ และย้ำหากมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องกับขบวนการนำพาแรงงานผิดกฎหมายจะถูกปลดออกจากราชการและดำเนินคดีอาญาขั้นเด็ดขาด

วันนี้ (23 ธ.ค.2563) พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในฐานะประธานการประชุมสั่งการหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ เฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยสนับสนุนการแก้ปัญหา COVID-19 ที่มาจากการแพร่ระบาดของกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร เพราะหากควบคุมไม่ได้ จะนำไปสู่การแพร่ระบาดระลอกที่ 2 ในประเทศไทยได้

 

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์

โดยย้ำให้กองกำลังชายแดนและตำรวจ ยับยั้งการไหลเข้ามาของแรงงานผิดกฎหมาย และยกระดับเฝ้าตรวจชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ ทั้งทางบกและทางน้ำ รวมทั้งเข้มงวดด้านการข่าว และดำเนินการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดกับขบวนการนำพาแรงงานผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศ และหากมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง จะต้องลงโทษปลดออกจากราชการและดำเนินการทางอาญา


ทั้งนี้ พร้อมสนับสนุนจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม 1,000 เตียง เพิ่มการคัดกรองแรงงานกลุ่มเสี่ยง และเตรียมพร้อมสถานที่กักกันโรคคัดแยกผู้ป่วยออกจากแรงงานที่ยังไม่ป่วย โดยเจ้าหน้าที่ต้องไม่ประมาท และมีอุปกรณ์ป้องกันที่เพียงพอ

ส่ง SMS ข่าว COVID-19 ถึงแรงงานต่างชาติ

ขณะที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส, กสทช. และผู้ให้บริการมือถือทั้ง 5 เครือข่ายประกอบด้วย AIS, True, Dtac, TOT และ CAT กสท โทรคมนาคม ร่วมมือแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ COVID-19 ผ่านบริการเอสเอ็มเอส (SMS) ให้กับชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย และแรงงานข้ามชาติ เป็นข้อความภาษาอังกฤษ ภาษาเมียนมาและภาษากัมพูชา เพื่อให้เจ้าของภาษาเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง และไม่ให้ตื่นตระหนก หรือเคลื่อนย้ายออกไปจากพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดการกระจายเชื้อมากขึ้นอีก

 

 

ส่วนข้อความที่ส่ง ระบุว่า "ขอความร่วมมือท่าน หมั่นล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย หากมีไข้ ไอ หายใจลำบาก หรือมีข้อสงสัย โทร 1422 ตลอด 24 ชม." ซึ่งรวมทั้ง 5 เครือข่าย เป็นจำนวน 2,804,000 หมายเลข โดยจะเริ่มส่งภายในวันนี้ (23 ธ.ค.) ฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่ายจากรัฐแต่อย่างใด เป็นมาจากความร่วมมือกันของผู้ให้บริการที่ห่วงใยต่อสถานการณ์ COVID-19