"หมอยง" ชี้ COVID-19 กลายพันธุ์ ไม่ทำให้โรครุนแรงขึ้น

สังคม
09:46
จำนวนผู้ชม 1,400
"หมอยง" ชี้ COVID-19 กลายพันธุ์ ไม่ทำให้โรครุนแรงขึ้น
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ระบุ COVID-19 ที่ระบาดในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร และเมียนมา เป็นสายพันธุ์ GH ชี้การเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ ไม่ทำให้โรครุนแรงขึ้น และวัคซีนยังมีประสิทธิภาพ

วันนี้ (25 ธ.ค.2563) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan อธิบายประเด็น COVID-19 กับการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ตามวิวัฒนาการ ว่า

ไวรัสก่อโรค COVID-19 เริ่มต้นจากประเทศจีนจะมี 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ S (Serine) และสายพันธุ์ L (Leucine) และเมื่อระบาดมาสู่นอกประเทศจีน สายพันธุ์ L แพร่กระจายได้ดีกว่าและแบ่งลูกหลานออกเป็นสายพันธุ์ G (Glycine) และสายพันธุ์ V (Valine) โดยสายพันธุ์ G มีวิวัฒนาการได้มากกว่า แพร่กระจายโรคได้มากกว่า จึงพบส่วนใหญ่ในขณะนี้

สายพันธุ์ G ได้แพร่กระจายลูกหลาน เป็นสายพันธุ์ GH (Histidine) GR (Arginine) และ GV (Valine) ขณะนี้สายพันธุ์ GV มีเป็นจำนวนมาก ซึ่งการระบาดในประเทศอินเดีย ส่วนใหญ่จะเป็นสายพันธุ์ GR แต่ก็มีสายพันธุ์ GH ได้แต่น้อยกว่า

อย่างไรก็ตาม ไม่พบการศึกษาสายพันธุ์ในประเทศเมียนมา แต่เข้าใจว่าเมื่อระบาดที่ประเทศเมียนมาส่วนใหญ่จะเป็น GH เพราะตรวจพบสายพันธุ์ GH จากคนไทยที่ผ่านแดนมาจากเมียนมา เช่นเดียวกับสายพันธุ์ที่พบการแพร่ระบาดในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร

ภาพประกอบข่าว

นอกจากนี้ มีการพูดถึงมากถึงสายพันธุ์ของอังกฤษและแอฟริกาใต้ คือการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม ในบริเวณหนามแหลมหรือสไปรท์ (Spike) ที่ยื่นออกมาจากตัวไวรัส โดยเฉพาะส่วนที่จะมายึดติดกับเซลล์ของมนุษย์ ที่เรียกว่าตัวรับ หรือ ACE2 ในตำแหน่งกรดอะมิโนที่ 501 แต่เดิมแอสพาราจีน เปลี่ยนเป็นไทโรซีน (Y) และเข้าใจว่า จะทำให้การเกาะได้ดีขึ้น และมีการเปลี่ยนแปลงอีกตำแหน่งหนึ่งที่จะทำให้ระบบ enzyme ตัดส่วนสไปรท์ ให้ไวรัสเข้าเซลล์ได้ดีขึ้น รวมทั้งการศึกษาทางด้านระบาดวิทยา ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ ต้องรอการศึกษาในเชิงลึก

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมดังกล่าว ไม่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงของโรคและไม่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิต้านทาน ดังนั้นวัคซีนที่ใช้อยู่ในขณะนี้จึงยังมีประสิทธิภาพเหมือนเดิม