COVID-19 กลายพันธุ์แอฟริกาใต้อันตรายกว่าเดิม? | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

COVID-19 กลายพันธุ์แอฟริกาใต้อันตรายกว่าเดิม?

ต่างประเทศ
6 ม.ค. 64
11:17
804
Logo Thai PBS
COVID-19 กลายพันธุ์แอฟริกาใต้อันตรายกว่าเดิม?
ข่าวการแพร่ระบาดของ COVID-19 กลายพันธุ์จากแอฟริกาใต้ เป็นประเด็นที่มีการพูดถึงกันมากในขณะนี้ และมีความกังวลว่าไวรัสสายพันธุ์นี้อาจสร้างปัญหาต่อการควบคุมการแพร่ระบาด

วันนี้ (6 ม.ค.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักวิทยาศาสตร์ในแอฟริกาใต้ เริ่มทดสอบวัคซีน COVID-19 กับไวรัสกลายพันธุ์แล้ว คาดว่าอีกไม่กี่สัปดาห์จะทราบผล แต่เบื้องต้นเชื่อว่าไม่น่าจะกระทบต่อประสิทธิภาพของวัคซีน เพราะลักษณะการกลายพันธุ์ของไวรัสเกิดขึ้นในส่วนที่ไม่กระทบต่อวัคซีน

ส่วนดังกล่าวคือโปรตีนส่วนหนามของไวรัส ซึ่งมีหน้าที่เกาะเซลล์ของมนุษย์ โดยพบว่าส่วนหนามถูกพัฒนาให้เกาะเซลล์ของมนุษย์ได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้แพร่เชื้อได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดิม

รัฐบาลแอฟริกาใต้แจ้งไปยังองค์การอนามัยโลก เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2563 ว่าพบเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์ใหม่ ที่มีชื่อว่า 501.v2 โดยพบการแพร่ระบาดใน 3 จังหวัดทางตอนใต้และภาคตะวันออก ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ไวรัสสายพันธุ์นี้แพร่ระบาดได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดิม แต่ไม่พบหลักฐานว่าทำให้ผู้ป่วยติดเชื้อมีอาการป่วยรุนแรงกว่าเดิม

 

ล่าสุด มีรายงานการตรวจพบไวรัสกลายพันธุ์จากแอฟริกาใต้ในประเทศออสเตรีย นอร์เวย์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอังกฤษ ส่งผลให้หลายประเทศประกาศระงับเที่ยวบินจากแอฟริกาใต้ เช่น อิสราเอล ตุรกี เยอรมนี ซาอุดิอาระเบีย และสวิตเซอร์แลนด์ ขณะที่ก่อนหน้านี้มีอีกหลายประเทศที่สั่งเข้มงวดหรือห้ามเครื่องบินทั้งจากแอฟริกาใต้และอังกฤษเข้าประเทศ

สิ่งที่ทำให้ไวรัสกลายพันธุ์จากแอฟริกาใต้น่ากังวลมากกว่าไวรัสกลายพันธุ์จากอังกฤษ เนื่องจากพบว่ามีลักษณะของการกลายพันธุ์มากกว่าไวรัสที่พบในอังกฤษ เบื้องต้นเชื่อว่าอาจลดทอนประสิทธิภาพของวัคซีน แต่ไม่ถึงกับทำให้วัคซีนไม่ได้ผลหรือไร้ประสิทธิภาพ

ประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลมากที่สุดคือ ไวรัสกลายพันธุ์อาจพัฒนาตัวเองจนสามารถหลบเลี่ยงแอนติบอดี หรือสารภูมิต้านทานที่เกิดจากวัคซีนได้ แต่บริษัทผู้พัฒนาวัคซีน COVID-19 รวมถึงผู้เชี่ยวชาญเชื่อมั่นว่า วัคซีนที่พัฒนาอยู่ขณะนี้สามารถป้องกันไวรัสกลายพันธุ์จากแอฟริกาใต้ได้ และต่อให้ไวรัสหลบเลี่ยงสารภูมิต้านทานได้จริง การพัฒนาวัคซีนเพื่อให้ทันต่อไวรัสกลายพันธุ์ก็จะใช้เวลาไม่นาน หรืออาจจะใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือนเท่านั้น

องค์การอนามัยโลกมีคำแนะนำสำหรับประเทศที่พบ COVID-19 กลายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ไหน สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือ เพิ่มการตรวจสารพันธุกรรมไวรัส โดยจะต้องตรวจให้มากขึ้น เพื่อดูว่าไวรัสกลายพันธุ์แพร่ระบาดในพื้นที่ใดบ้าง รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลกับนานาชาติ เพื่อให้ประเทศอื่นหาวิธีตั้งรับสกัดการระบาด

นอกจากนี้จะต้องแยกผู้ติดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ออกมา และต้องยกระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด เพราะการแพร่ระบาดคือปัจจัยที่เอื้อต่อการกลายพันธุ์ หากไม่ทำสิ่งเหล่านี้อาจจะนำไปสู่การกลายพันธุ์และทำให้มีไวรัสสายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้นอีก

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง