ผู้ป่วยโควิดทะลุ 2 หมื่นคน พบเด็กอายุ 26 วันติดเชื้อ | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

ผู้ป่วยโควิดทะลุ 2 หมื่นคน พบเด็กอายุ 26 วันติดเชื้อ

สังคม
2 ก.พ. 64
12:04
1,325
Logo Thai PBS
ผู้ป่วยโควิดทะลุ 2 หมื่นคน พบเด็กอายุ 26 วันติดเชื้อ
ศบค.เผยผู้ป่วย COVID-19 ทะลุ 20,000 คนแล้ว หลังพบติดเชื้อเพิ่ม 836 คน และเสียชีวิตเพิ่ม 2 คน นอกจากนี้ ยังพบเด็กอายุเพียง 26 วัน ที่เพิ่งคลอดออกมา ติดเชื้อ COVID-19 ที่ จ.สมุทรสาคร และอายุที่มากที่สุดที่ติดเชื้อ COVID-19 อยู่ที่อายุ 81 ปี

วันนี้ (2 ก.พ.2564) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.รายงานสถานการณ์ไวรัส COVID-19 ว่า ไทยพบผู้ป่วยเพิ่ม 836 คน เป็นการติดเชื้อในประเทศ 819 คน ติดเชื้อจากต่างประเทศ 17 คน รวมผู้ป่วยยืนยันสะสม 20,454 คน หายป่วยแล้ว 13,217 คน ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 6,921 คน เสียชีวิตเพิ่ม 2 คน ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 79 คน ซึ่งผู้เสียชีวิต รายที่ 78 เป็นผู้หญิง อายุ 75 ปี อยู่ที่ จ.สมุทรสาคร มีโรคประจำตัว คือความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง

หญิงคนดังกล่าวได้ไปตรวจหาเชื้อ COVID-19 เมื่อวันที่ 25 ม.ค.2564 เนื่องจากมีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นสามี และไม่มีอาการผิดปกติใดๆ และไปรอฟังผลที่บ้าน เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ผลตรวจพบว่าติดเชื้อ COVID-19 โดยการโทรไปแจ้งกับบุตรสาว ซึ่งได้รับข้อมูลเพิ่มเติมว่าผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลีย หายใจเหนื่อย ซึมลง จึงเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสมุทรสาคร และต่อมาอาการเหนื่อยมากขึ้นเรื่อยๆ และแย่ลง เสียชีวิตในวันที่ 30 ม.ค. ซึ่งรายนี้มีอายุมาก และมีอาการเร็วมาก เพียง 2-3 วัน ซึ่งคือสิ่งที่ต้องเรียนรู้

 

 

ส่วนผู้เสียชีวิต รายที่ 79 เป็นผู้ชาย อายุ 68 ปี อาชีพค้าขาย โรคประจำตัว คือเบาหวานและไตวายระยะสุดท้าย เคยมีประวัติปลูกถ่ายไตไปแล้ว และเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง คือ จ.สมุทรสาคร ไปร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งที่ย่านปิ่นเกล้า และวันที่ 30 ธ.ค.2563 มีอาการไอ น้ำมูก ปวดกล้ามเนื้อ จนกระทั่งวันที่ 7 ม.ค. มาตรวจยืนยันพบเชื้อ จากนั้นมาเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลร่วม 1 เดือน มาเสียชีวิต เมื่อวันที่ 1 ก.พ. เวลาประมาณ 01.00 น. ซึ่งความรุนแรงที่ทำให้เสียชีวิต คือส่วนใหญ่มีร่างกายที่มีโรคประจำตัวอยู่และเป็นผู้สูงอายุ

พบเด็ก อายุ 26 วัน ติดเชื้อ COVID-19

ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศที่เพิ่มขึ้น มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ จำนวน 109 คน อยู่ใน จ.สมุทรสาคร จำนวน 99 คน กรุงเทพฯ จำนวน 7 คน นนทบุรี จำนวน 1 คน และสมุทรสงคราม จำนวน 2 คน ขณะที่จากการคัดกรองเชิงรุก จ.สมุทรสาคร จำนวน 710 คน อยู่ในสมุทรสาคร จำนวน 688 คน และกรุงเทพฯ จำนวน 22 คน ซึ่ง กรุงเทพฯ ต้องเพิ่มความเข้มข้นเข้าไปตรวจในโรงงานคล้ายคลึงกันกับสมุทรสาคร ซึ่งต้องทำงานอย่างเต็มที่ใน 2 จังหวัด คือกรุงเทพฯ และสมุทรสาครในส่วนที่ติดกัน


นพ.ทวีศิลป์ ยังได้รายงานถึงตัวเลขการติดเชื้อที่ จ.สมุทรสาคร ที่ยังคงต้องเฝ้าระวังและติดตามสำหรับก้อนใหญ่ นอกจากนี้ ยังพบเด็กอายุเพียง 26 วัน ที่เพิ่งคลอดออกมา ติดเชื้อ COVID-19 ที่ จ.สมุทรสาคร และอายุที่มากที่สุดที่ติดเชื้อ COVID-19 อยู่ที่อายุ 81 ปี และที่มีความกังวลคือ นอกจากเคสที่อยู่ในโรงงานต่างๆ ที่เข้าไปตรวจเจอและนำมารายงาน แต่เคสที่เดินทางเข้าไปตรวจเองที่โรงพยาบาลที่ จ.สมุทรสาคร ก็ต้องเข้าไปตรวจสอบเหมือนกัน

 

 

ส่วนที่มาจากต่างประเทศ เข้า State Quarantine จำนวน 17 คน มาจากสวิตเซอร์แลนด์ 3 คน อินเดีย 1 คน ไนจีเรีย 1 คน สหรัฐฯ 2 คน ฝรั่งเศส 1 คน อังกฤษ 3 คน เดนมาร์ก 1 คน แคนาดา 2 คน และมาเลเซีย 3 คน

ชี้ปิดสถานศึกษาไม่ใช้มาตรการที่ดีที่สุด

สำหรับกรณีที่พบนักเรียนติดเชื้อที่ อ.แม่สอด จ.ตาก และยังพบว่ามีนักศึกษาติดเชื้อด้วยนั้น นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เชื่อว่าทุกคนเป็นห่วงเรื่องนี้ ภาพที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในสื่อทั้งหลายมักจะบอกว่ากลัวว่าเด็กจะติดเชื้อและมีการไปพาดหัวข่าว ซึ่งอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นจากโรงเรียน อาจจะติดมาจากที่บ้าน ชุมชน และแหล่งอื่นๆ แม้ว่าจะมีโอกาสติดเชื้อจากที่โรงเรียนได้ แต่การป้องกันและจะให้นิวนอมอล ซึ่งการที่จะบอกให้เด็กหยุดไปตลอดคงเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าพัฒนาการการเรียนการสอนต้องเกิดขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งโรงเรียนหลายแห่งมีการปรับและเรียนตามวิถีนิวนอมอล

อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการได้มีการให้นโยบายไปแล้ว ขึ้นอยู่สถานศึกษาต่างๆ ที่จะนำไปปฏิบัติและนำไปใช้ รวมทั้งขึ้นอยู่กับความร่วมมือของพ่อแม่ผู้ปกครองด้วย ซึ่งตามข่าวคือพอเกิดขึ้นมา ทางกระทรวงสาธารณสุข และศึกษาธิการจังหวัดนั้นๆ ได้เข้าไปดูแล หากไม่มั่นใจก็ปิดไว้ก่อน แต่การปิดสถานศึกษาไม่ได้เป็นมาตรการที่ดีที่สุด เพราะว่าหากเกิดการระแวงเกินไป โรคที่เคยเจอกันมาอย่างโรคมือเท้าปากที่มาจากไวรัสเหมือนกัน

สำหรับโรคมือเท้าปาก จะมีลักษณะของตุ่มใสที่มือเท้าและปากของเด็ก พอติดเชื้อขึ้น ส่วนใหญ่ก็จะให้ปิดห้องเรียน ทำความสะอาดไม่กี่วัน ก็เปิดเรียนได้ ไม่เคยเป็นข่าวใหญ่ถึงขนาดต้องปิดทั้งโรงเรียนปิดทั้งจังหวัดเลย ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้สามารถเรียนรู้ได้ ซึ่งเราเรียนรู้จากโรคมือเท้าปากมาแล้ว ก็อยู่กับเขาได้ และอีกสักพักก็ส่งลูกกลับไปเรียนกับเขาได้

เชื่อว่า จ.ตาก เข้าไปดูแลกันอย่างดีแล้ว

ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ความตื่นตระหนกอาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดเลย หรือเกิดเล็กน้อยและกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ โดยเฉพาะโรคต่างๆ เหล้านี้ไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายกับเด็กเล็กเท่าไหร่นัก ฉะนั้น ความตระหนักกับความตระหนก ต้องมีการจัดให้สมดุลกันเสมอ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ดี ทาง จ.ตาก เชื่อว่าตอนนี้เข้าไปดูแลกันอย่างดีแล้ว

โฆษก ศบค.กล่าวอีกว่า อยากให้ทุกคนจัดสมดุลของชุดข้อมูลที่เข้ามาและที่สำคัญที่สุดคือลูกหลานเราได้รับการศึกษาและดูแลเป็นอย่างดี อยากให้นำภาพดีๆ ที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ นำภาพดีๆ มาโชว์กันบ้าง ที่ไหนทีร่มีตัวอย่างที่ดี ในเฟซบุ๊ก ศบค. ศูนย์ COVID-19 สามารถเอามาแชร์ได้ด้วยเช่นกัน เพื่อที่จะได้นำบทเรียนที่เป็นสิ่งดีๆ ของแต่ละที่มาช่วยกันนำเสนอด้วย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง