วันนี้ (4 ก.พ.2564) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุถึงวัคซีน Sputnik V ของรัสเซีย ว่า ข้อมูลการศึกษาระยะที่ 3 วัคซีนดังกล่าว ได้มีการเผยแพร่ในวารสาร ลบข้อกล่าวหาที่เคยคลุมเครือในอดีต เพราะมีประสิทธิภาพสูงถึง ร้อยละ 91.6 ข้อมูลประสิทธิภาพค่อนข้างชัดเจนมากในการศึกษาวิจัย
วัคซีน Sputnik V เป็นไวรัสเวคเตอร์เช่นเดียวกับ AstraZeneca ที่ใช้อะดีโนไวรัส (adenovirus) เป็นตัวนำสารพันธุกรรมเข้าสู่เซลล์มนุษย์ แล้วให้เซลล์มนุษย์สร้างโปรตีนเปลือกผิวของไวรัสโควิด ที่เรียกว่าสไปรท์โปรตีน
สำหรับ AstraZeneca ใช้อะดีโนไวรัสของลิงชิมแปนซี เพื่อหวังหลบหลีกภูมิต้านทานของมนุษย์ ขณะที่วัคซีน Sputnik V ใช้อะดีโนไวรัสของมนุษย์ โดยทั้ง 2 แบบ ต้องฉีด 2 เข็มเหมือนกัน แต่วัคซีนของรัสเซียต่างตรงที่ 2 เข็ม ใช้ไวรัสคนละชนิดกัน
จากการทดลองของรัสเซียพบว่า ถ้าให้ไวรัสชนิดเดียวที่เป็น vector ตัวเดียวกัน การกระตุ้นเข็มที่ 2 ภูมิต้านทานจะขึ้นน้อย ไม่เหมือนกับการใช้ไวรัสต่างชนิด ภูมิคุ้มกันจะขึ้นสูงมากกว่า
ข้อมูลที่ลงพิมพ์ในวารสารทำให้วัคซีนของรัสเซีย น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น โดยได้ขึ้นทะเบียนให้ใช้ในภาวะฉุกเฉินแล้ว 17 ประเทศ และให้ทะเบียนแบบปกติ 1 ประเทศ ราคาที่ประกาศไว้บนหน้าเว็บของบริษัท ไม่เกิน 10 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ เมื่อศึกษาในรายละเอียดแล้วเป็นวัคซีนที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่ง