ปมขัดแย้ง "บ้านบางกลอย"

สิ่งแวดล้อม
19:43
จำนวนผู้ชม 6,202
ปมขัดแย้ง "บ้านบางกลอย"
มองต่างมุมปมขัดแข้งบ้านบางกลอย หลังกรมอุทยานฯ อพยพชาวกระเหรี่ยง 10 คน บนใจแผ่นดิน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กลุ่มแรก เมื่อวานนี้ (22 ก.พ.) ด้านผช.แก่งกระจาน เจรจาสันติวิธี พร้อมเป็นตัวแทนขอโทษ-ขอโอกาส ระหว่างเจรจากับนอแอ๊ะ มีมิ ลูกของปู่คออี้ เพื่อหาทางออก

ปมขัดแย้งระหว่างรัฐกับชาวบ้านกะเหรี่ยงบางกลอย กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งนับตั้งแต่ชาวบ้านส่วนหนึ่งเริ่มอพยพกลับในจุดที่เรียกว่าบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน อยู่ในป่าแก่งกระจาน แล้วเจ้าหน้าที่พยายามเจรจาให้ชาวบ้านกลับมา ขณะนี้ยังเหลืออีก 21 คน

จากแผ่นที่ตำแหน่งที่ตั้งของบางกลอยบน และใจแผ่นดิน มีหลักฐานมากมาย ที่ยืนยันว่าพวกเขาอาศัยอยู่ที่นี่ ก่อนรัฐจะประกาศเขตอุทยานแก่งกระจานในปี 2524 แต่รัฐต้องการให้พวกเขาลงมาอยู่ในพื้นที่บ้านโป่งลึกบางกลอย หลายคนลงมาแล้วไม่มีที่ดินทำกินจึงอพยพกลับขึ้นไปเป็น ปมขัดแย้งกับรัฐมายาวนาน

จนถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเป็นฝันร้ายของชาวกระเหรี่ยงบางกลอย คือที่เจ้าหน้าที่อุทยานขึ้นไปอพยพชาวบ้านลงมาจากจุดที่เรียกว่าบางกลอยบนใจแผ่นดิน และเผาสิ่งปลูกสร้างยุ้งฉางเก็บข้าว ในปี 2554 เรียกว่า ยุทธการตะนาวศรี นำโดยนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานในเวลานั้น ภายหลังศาลปกครองสูงสุดชี้ว่า เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตต้องจ่ายชดเชยให้ชาวบ้าน แต่ศาลก็ชี้ว่าชาวบ้านไม่มีสิทธิอาศัยในพื้นที่นี้

ภาพประกอบข่าว ปมขัดแย้ง

เจรจาชาวบ้านกะเหรี่ยงบางกลอย 

ครั้งนี้เหตุการณ์คล้ายเดิมเมื่อปรากฎว่า มีชาวบ้านส่วนหนึ่งอพยพกลับไปที่บางกลอยบนอีกครั้งแล้วเจ้าหน้าที่ก็ขึ้นไปอพยพกลับลงมา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบการใช้ความรุนแรงเผาที่อยู่อาศัยเหมือนปี2554 แต่เน้นการเจรจา เรียกว่า ยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร

ภาพเหล่านี้เป็นภาพที่เจ้าหน้าที่ขึ้นไปอพยพชาวบ้านลงได้ 10 กว่าคน ยังเหลืออีกกว่า 20 คน เจ้าหน้าที่พยายามเจรจากับ นอแอ๊ะ มีมิ ลูกชายของปู่คออี้ ผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวกะเหรี่ยงบางกลอย ให้กลับลงมาเพื่อชีวิตที่ดีกว่า

ในฐานะผช.แก่งกระจาน ต้องขอโทษเรื่องในอดีตที่ทำให้ทุกคนคับข้องใจ ไม่พอใจ ขอเป็นตัวแทนของทุกคน  ไม่ได้ทอดทิ้ง ถ้าพี่น้องให้โอกาสสักครั้งในการพัฒนา เช่น ที่ดินทำกินไม่ดี ในการพัฒนาพวกพี่ มีทีมมารอรับฟังปัญหาอยู่

อ่านข่าวเพิ่ม  เปิดคลิปเจรจา "นอแอ๊ะ มีมิ" บนใจแผ่นดินอุทยานแก่งกระจาน

ภาพประกอบข่าว ปมขัดแย้ง

ข้อถกเถียงรุกป่า หรือทำไร่หมุนเวียน

นอกจากนี้ยังมีภาพหลักฐานที่เจ้าหน้าที่อ้างถึงเหตุผลที่ต้องอพยพชาวบ้านลงมา เพราะพบการแผ้วถางป่าหลายจุดรวมกว่า 120ไร่ ต้นน้ำแม่น้ำเพชรบุรี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) บอกว่า หากอนุญาตให้อยู่ในพื้นที่ต้นน้ำที่ศาลตัดสินสิ้นสุดแล้ว ป่าแห่งอื่นก็ต้องได้เหมือนกันหรือไม่ จัดให้อยู่ข้างล่างแล้วทำไมคนส่วนใหญ่พอใจ

ส่วนนายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รัฐมนตรีกระทรวงทรัพย์บอกว่า คนสามารถอยู่กับป่าได้ หากไม่มีที่ทำกินขอให้อย่าบุกรุกป่า และปฏิบัติตามกฎกติการ่วมกัน

เช่นเดียวกับนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส.บอกว่า พื้นที่ตรงนี้กำลังจะเป็นมรดกของคนทั้งโลกคนในพื้นที่ต้องตระหนักว่า ทรัพยากรป่าที่กำลังอยู่อาศัยและเผาอยู่นั้นเป็นการเผามรดกของมวลมนุษยชาติของโลก

ภาพประกอบข่าว ปมขัดแย้ง

 

แต่ภาพเดียวกันในมุมมองนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมอธิบายว่า มันคือวิถีชีวิตของกะเหรี่ยงที่ทำไร่หมุนเวียน ซึ่งก็เป็นภูมิปัญญารักษาป่า และการถางป่าไผ่ ทั้งนี้ นายจตุพร เทียรมา คณะสิ่งแวดล้อมและกล่าวว่า ในมุมมองการถ่างต้นไม ไม่ใช่การถางป่า  แต่เป็นการถางพื้นที่ เพราะเป็นระบบที่เหมาะสมพื้นที่สูงเขาสูงชัน และด้วยความเป็นพื้นที่ลาดชัน ถ้าเขาทำเกษตรซ้ำที่เดิม ที่ดินจะเสื่อมโทรม หน้าดินและธาตุอาหารก็ไม่มี

จึงต้องทำแค่ 1 ปี พักฟื้นและทิ้งไว้จากนั้น 5-6 ปีก็จะฟื้นฟู การที่มีภาพนี้เป็นเรื่องปกติเป็นระบบเกษตรไร่หมุนเวียน
ภาพประกอบข่าว ปมขัดแย้ง

 

นายจตุพรบอกว่า ภาพที่เห็นเป็นป่าไผ่ ชาวบ้านจะตัดให้เหลือสัก 1 เมตร และการเผาไผ่จะสร้างธาตุอาหารให้ดินมาก ในขณะเดียวกันชาวบ้านจะไม่แผ้วถางไปชิดกับแม่น้ำ เพื่อให้มีต้นไม้ยึดหน้าดินไว้ รวมถึงการทำกินไกลจากที่อาศัยเป็น 10 กิโลเมตร ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะถ้าเป็นป่าอนุรักษ์ ป่าหวงห้ามชาวบ้านก็จะไม่ทำการเกษตร

จะเห็นว่า สถานการณ์เดียวกันแต่ตีความต่างกันว่านี่คือการรุกป่า หรือการทำไร่หมุนเวียนตามวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงบางกลอย ซึ่งเป็นปมขัดแย้งระหว่างรัฐกับชาวบ้านมาจนถึงวันนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 จี้นายกฯ เร่งแก้ปัญหาบางกลอย "ประยุทธ์" ยันจะไม่ให้รุนแรง