ราชวงศ์อังกฤษออกแถลงการณ์ แจงปม "เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน"

ต่างประเทศ
10 มี.ค. 64
12:05
1,423
Logo Thai PBS
ราชวงศ์อังกฤษออกแถลงการณ์ แจงปม "เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน"
อ่านข่าวให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

ราชวงศ์อังกฤษ เผยแพร่แถลงการณ์หลังจากการสัมภาษณ์ครั้งแรกของ "เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน" พระชายา โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการเหยียดสีผิวในราชวงศ์อังกฤษ

วานนี้ (9 มี.ค.2564) แถลงการณ์ที่เผยแพร่ในพระนามของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ระบุว่า สมาชิกราชวงศ์ทุกพระองค์ รู้สึกเสียพระราชหฤทัย เมื่อได้รับทราบถึงสิ่งที่เจ้าชายแฮร์รี และเมแกน ต้องเผชิญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมา โดยเฉพาะเรื่องเชื้อชาติเป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง และจะต้องได้รับการหารืออย่างจริงจังเป็นการภายใน

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า เจ้าชายแฮร์รี เมแกนและอาร์ชี จะยังคงเป็นที่รักยิ่งของสมาชิกราชวงศ์ทุกพระองค์ต่อไป

การให้สัมภาษณ์ของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก รวมถึงเพียร์ส มอร์แกน พิธีกรชื่อดังของอังกฤษ ที่วิจารณ์การให้สัมภาษณ์ของเมแกน ในระหว่างการจัดรายการ "กู๊ด มอร์นิ่ง บริติช" ว่า เขาไม่เชื่อคำพูดของเธอ ต่อให้เธออ่านข่าวพยากรณ์อากาศผมก็ไม่เชื่อ

สิ่งที่เธอทำ คือการจุดประกายให้เกิดการโจมตีราชวงศ์อังกฤษ คำพูดดังกล่าวทำให้ผู้ชมจำนวนมากไม่พอใจและร้องเรียนผ่านรายการ จนทำให้มอร์แกน ต้องประกาศลาออกจากการเป็นพิธีกรรายการดังกล่าวในที่สุด


"ฮิลลารี คลินตัน" เห็นใจเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน

ด้านฮิลลารี คลินตัน อดีตผู้สมัครชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า รู้สึกหัวใจสลาย เมื่อได้ชมการให้สัมภาษณ์ของทั้งคู่ ที่ต้องอธิบายถึงความยากลำบาก เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากราชวงศ์อังกฤษ และความโหดร้ายจากสื่อมวลชนอังกฤษ ที่พวกเขาต้องเผชิญ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่เหลือทน

ในขณะที่ โทมัส มาร์เคิล พ่อของเมแกนให้สัมภาษณ์ว่า เขาเคารพราชวงศ์อังกฤษเป็นอย่างยิ่ง และไม่คิดว่าสมาชิกราชวงศ์จะเหยียดสีผิว

 

นอกจากนี้ยังมองว่า เจ้าชายแฮร์รีกับเมแกนยังไม่ควรเปิดเผยเรื่องนี้ในขณะนี้ เพราะควรคำนึงถึงพระชนม์มายุของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าชายฟิลิป พระสวามีแล้ว ควรจะรอไปก่อน ส่วนประเด็นเรื่องสีผิวของ อาร์ชี จะออกมาเป็นอย่างไร ผิวเข้มแค่ไหน น่าจะเป็นแค่คำถามโง่ๆ จากใครบางคน มากกว่าจะเป็นการเหยียดสีผิว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวสำหรับคุณ

เรื่องที่คุณอาจจะสนใจ