เปิดคลิปเหตุการณ์ประกอบรายงาน จนท.อุทยานแก่งกระจานที่ระบุว่า เฮลิคอปเตอร์ถูกยิงด้วยปืนแก๊ป

สิ่งแวดล้อม
19:27
จำนวนผู้ชม 3,447
เปิดคลิปเหตุการณ์ประกอบรายงาน จนท.อุทยานแก่งกระจานที่ระบุว่า เฮลิคอปเตอร์ถูกยิงด้วยปืนแก๊ป
เปิดคลิปเหตุการณ์ประกอบรายงาน จนท.อุทยานฯ แก่งกระจานที่ระบุว่า เฮลิคอปเตอร์ถูกยิงด้วยปืนแก๊ป ขณะบินตรวจป่า แต่เครื่องฯ ไม่ได้รับความเสียหาย 20 พ.ค. ทส.จะส่งทีมลงตรวจสอบเหตุการณ์

วันนี้ (19 พ.ค.2564) นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี รายงานไปยังกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่า

เรียน ผู้บริหารกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อโปรดทราบ เหตุการณ์กรณีเกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ รุ่น AS350 ที่มีนักบินและเจ้าหน้าที่รวม 6 คนในภารกิจตรวจสอบป่า โดยขึ้นบินจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

กระทั่งเวลา 10.30 น. เฮลิคอปเตอร์ บินถึงบริเวณแปลง ที่จะเข้าดำเนินการตรวจสอบ เพื่อประเมินและวางแผนส่งกำลังเข้าตรวจสอบในวันพรุ่งนี้ (20 พ.ค.) แต่ขณะบินวนพื้นที่ดังกล่าว

พบเห็นบุคคล 2 คน เป็นชาย 1 คนหญิง 1 คน วิ่งออกมาจากแนวชายป่า เข้าไปยังเพิงพักในแปลงบุกรุก คาดว่าเข้าไปหยิบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ หรือปืนแก๊ป ยิงใส่ เฮลิคอปเตอร์ ทางท้ายเครื่องจำนวน 1 นัด ในระยะห่างประมาณ 10-15 เมตร

ซึ่งเหตุการณ์นี้ พ.ท.ถนอม ศิริม่วง มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เป็นปืนไทยประดิษฐ์ และเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้ยินเสียงปืนอย่างชัดเจน เนื่องจากมีการบันทึกเหตุการณ์วิดีโอความยาว 51 วินาที และที่ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น

ภาพประกอบข่าว เปิดคลิปเหตุการณ์ประกอบรายงาน จนท.อุทยานแก่งกระจานที่ระบุว่า เฮลิคอปเตอร์ถูกยิงด้วยปืนแก๊ป

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบภาพคลิป ที่ระบุว่า บันทึกโดยเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ที่อยู่บนเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว เป็นคลิปความยาว 51 วินาที

วินาทีที่ 41 ขณะเฮลิคอปเตอร์ บินเหนือไร่ที่พบการแผ้วถาง ได้เสียง “แป๊ก” ดังขึ้น 1 ครั้ง ต่อมา วินาทีที่ 44-46 มีเสียงตะโกนขึ้นว่า “โดนยิง โดนยิง โดนยิง”

จากนั้น กัปตันจึงนำเครื่องลงจอดที่บริเวณฐานทหารพรานใจแผ่นดิน ห่างจากจุดที่โดนยิง ประมาณ 7 กิโลเมตร เพื่อตรวจสอบสภาพเครื่องในเบื้องต้น ไม่พบร่องรอยความเสียหายกับตัวเฮลิคอปเตอร์ จึงนำกำลังทั้งหมด กลับมายังที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

นายพิชัย ระบุว่า ต่อมาเวลา 13.30 น.จึงได้ประชุมสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชา และหน่วยงานความมั่นคง รวมทั้งวางแผนการเข้าดำเนินการกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว

ซึ่งจะต้องสนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ส่งกำลังที่สนามเฮลิคอปเตอร์ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ห่างจากพื้นที่ดังกล่าวประมาณ 3.5 กิโลเมตร

และจะมอบหมายให้น.ส.เนตรนภา งามเนตร ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ลงบันทึกประจำวันที่ สภ.แก่งกระจาน

ภาพประกอบข่าว เปิดคลิปเหตุการณ์ประกอบรายงาน จนท.อุทยานแก่งกระจานที่ระบุว่า เฮลิคอปเตอร์ถูกยิงด้วยปืนแก๊ป

20 พ.ค.ลงพื้นที่ตรวจสอบ-แจ้งดำเนินคดีผู้บุกรุก

 

น.ส.เนตรนภา ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสออนไลน์ ถึงกรณีเหตุการณ์ดังกล่าว ว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในระหว่างบินสำรวจป่าแนวชายแดนไทย ซึ่งตนเองเป็น 1 ใน 6 คนรวมทั้งนักบินที่อยู่บนเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ด้วย

ยืนยันว่าไม่ได้ตก และทุกคนปลอดภัย ตอนนี้ได้เร่งตรวจสอบร่องรอยวิถีกระสุน และกระสุนที่ถูกยิง

เบื้องต้นไม่พบความเสียหายกับเฮลิคอปเตอร์ พร้อมเตรียมสรุปเหตุการณ์นี้ให้กับนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตามขั้นตอน

ภาพประกอบข่าว เปิดคลิปเหตุการณ์ประกอบรายงาน จนท.อุทยานแก่งกระจานที่ระบุว่า เฮลิคอปเตอร์ถูกยิงด้วยปืนแก๊ป

 

สำหรับการบินสำรวจพื้นที่ดังกล่าวบนเฮลิคอปเตอร์ลำนี้มี มี ร.อ.วีระชัย เพ็งมาก และพ.ท.ถนอม ศิริม่วง เป็นผู้ควบคุมการบิน ส่วนเจ้าหน้าที่ขึ้นบินคือ นายพิชัย วงษ์วัชรไพบูลย์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (เพชรบุรี) นายไพโรจน์ นาครักษา ผอ.สอช.สบอ.3 เพชรบุรี น.ส.เนตรนภา งามเนตร ผช.หน.อช.แก่งกระจาน และนายปรัชญา เกินกลาง จนท.อช.แก่งกระจาน

ภาพประกอบข่าว เปิดคลิปเหตุการณ์ประกอบรายงาน จนท.อุทยานแก่งกระจานที่ระบุว่า เฮลิคอปเตอร์ถูกยิงด้วยปืนแก๊ป

 

นอกจากนี้ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้รายงานให้นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทราบเรื่องแล้ว และวันที่ 20 พ.ค. มอบหมายให้ ผอ.สำนักบริหารการบินอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ เมื่อต้นปี 2564 ที่ผ่านมา เกิดความขัดแย้งกันขึ้นระหว่างชาวบ้านกับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เนื่องจากชาวบ้านกะเหรี่ยงส่วนหนึ่ง ต้องการกลับไปใช้ชีวิตและทำการเกษตรที่บ้านบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน ซึ่งอยู่ในพื้นที่อุทยานฯ

ขณะที่กรมอุทยานฯ มองว่า ได้จัดสรรพื้นที่ทำกินให้แล้ว ในพื้นที่บ้านโป่งลึก-บางกลอย พร้อมทั้งมีสาธารณูปโภคส่วนหนึ่ง เพื่อรองรับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นด้วย แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถตกลงกันได้ โดยรัฐบาลตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว