เปิดแนวทางส่งตัว ATK ผลบวกเข้าดูแลในระบบ แก้ปัญหารักษาล่าช้า

สังคม
14:03
จำนวนผู้ชม 3,108
เปิดแนวทางส่งตัว ATK ผลบวกเข้าดูแลในระบบ แก้ปัญหารักษาล่าช้า
กรมการแพทย์ย้ำแนวทางส่งตัวผู้ตรวจ ATK ผลบวกให้เข้าสู่ระบบ Home isolation ได้ทันที ขณะที่ผู้ที่เข้าศูนย์พักคอยจะต้องมีการแยกกักตัวเพื่อป้องกันการติดเชื้อระหว่างการรอผลตรวจ RT-PCR

วันนี้ 27 ก.ค.2564 นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ และ ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. ร่วมแถลงถึงแนวทางการตรวจระบบ Antigen test kit (ATK) และการเข้าสู่ระบบการรักษาตัวของผู้ติดเชื้อ

ภาพประกอบข่าว เปิดแนวทางส่งตัว ATK ผลบวกเข้าดูแลในระบบ แก้ปัญหารักษาล่าช้า


นพ.สมศักดิ์ กล่าวย้ำว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขยอมรับผลตรวจ Antigen test kit (ATK) โดยขณะนี้เมื่อพบว่าผู้ตรวจด้วยระบบ ATK และมีผลเป็นบวกจะเรียกว่า "ผู้ที่น่าจะติดเชื้อ COVID-19" เนื่องจาก ATK ในท้องตลาดมีหลายชนิด ซึ่งมีคุณภาพแตกต่างกัน แต่โดยส่วนใหญ่จากที่ อย. สธ. และ สปสช.รับรองเมื่อตรวจส่วนใหญ่จะให้ผลบวก แต่อาจจะเป็นผลบวกลวงได้โดยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 3-5  ซึ่งแปลว่าผู้ตรวจ ATK ที่ผลออกมาเป็นบวกบางส่วนอาจไม่ใช่ผลติดเชื้อ COVID-19 จริง ซึ่งเป็นส่วนที่เรากังวล หากเรานำผู้ที่ไม่ติดเชื้อไปรวมกับผู้ที่ติดเชื้อ ซึ่งผู้ที่ไม่ได้ติดเชื้อจริงอาจจะติดเชื้อได้

ภาพประกอบข่าว เปิดแนวทางส่งตัว ATK ผลบวกเข้าดูแลในระบบ แก้ปัญหารักษาล่าช้า

 

ส่วนกรณีหากผลตรวจ ATK เป็นลบ และหากสงสัย ควรจะตรวจซ้ำใน 2-3 วันให้หลัง ทั้งนี้การตรวจในช่วงแรกอาจจะตรวจผลไม่เจอจึงต้องตรวจซ้ำ ซึ่งอาจมีทั้งลบลวงและบวกลวงได้

ยืนยันอีกครั้ง หากผลตรวจ ATK เป็นลบ สามารถเข้าระบบ Home Isolation ได้เลย ไม่ต้องตรวจซ้ำ

ทั้งนี้ การแยกกักตัวที่บ้านจะต้องอยู่คนเดียว ใช้ห้องนอนคนเดียวไม่ควรมีปฏิสัมพันธ์กับใคร แยกกิน แยกอยู่ แยกนอน แยกใช้ห้องน้ำ หรือใช้ห้องน้ำเป็นคนสุดท้าย แยกทิ้งขยะ แยกทุกอย่าง โดยมีสิ่งสนับสนุน คือ อาหาร 3 มื้อ, เครื่องวัดอุณหภูมิ,เครื่องวัดออกซิเจนในเลือด และยาที่จำเป็น โดย สปสช.สนับสนุนให้โรงพยาบาลต่าง ๆ ในการสนับสนุน

หากท่านมีอาการ หรือ โรคประจำตัวให้รับประทานยาฟาวิพิราเวียร์โดยเร็วที่สุด ซึ่งสามารถส่งยาไปที่บ้านได้


นพ.สมศักดิ์ ยังกล่าวว่า ขณะที่ ผู้ที่ผลตรวจ ATK เป็นบวก แต่ไม่สามารถทำ Home Isolation ได้จะขอเข้า Commumity Isolation โดยหลักการ จะไม่นำผู้ที่ไม่แน่ใจว่าติดเชื้อไปรวมกับผู้ติดเชื้อได้ แต่เพื่อที่จะให้การรักษาไม่ล่าช้า เนื่องจากเป็นผู้ที่น่าจะติดเชื้อ โดยให้ลงนามใบยินยอมรับการรักษา โดยให้นำตัวไป Commumity Isolation (ศูนย์พักคอย) Hospitel ,โรงพยาบาล โดยให้ตรวจ RT-PCR คู่ขนานกันไป


หากตรวจช้าก็เข้าโรงพยาบาลหรือศูนย์พักคอยช้า ก็จะมีปัญหาในการรักษา ดังนั้นจึงให้เข้าศูนย์เลยและตรวจไปพร้อมๆกัน และพยายามแยกผู้ป่วยที่มี ATK เป็นบวก ระหว่างรอผล RT-PCR โดยจัดมุมให้ผู้ที่ ผู้ป่วยที่มี ATK เป็นบวก และรอผล RT-PCR เนื่องจากไม่แน่ใจว่าติดเชื้อหรือไม่ 

 

ภาพประกอบข่าว เปิดแนวทางส่งตัว ATK ผลบวกเข้าดูแลในระบบ แก้ปัญหารักษาล่าช้า

 

นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า จะพยายามยกระดับศูนย์พักคอยทุกแห่งให้สามารถ ตรวจ RT-PCR ได้ทุกแห่ง และพยายามเร่งรัดผลการตรวจให้รวดเร็วมากขึ้น 

 

อย่าให้ผล RT-PCR เป็นอุปสรรคต่อการรักษาพยาบาลผู้ป่วย อย่าให้ผล RT-PCR เป็นเครื่องหน่วงเหนี่ยวให้การรักษาพยาบาลผู้ป่วยล่าช้า หลักการเป็นเช่นนี้

 

จัดทำ Temple Isolation ดูแลพระ-เณร ติดโควิด

นพ.สมศักดิ์ ยังตอบคำถามถึงแนวทางการดูแลกรณีพระภิกษุ และสามเณร ในโรงเรียนปริยัติธรรย่านบางนาติดเชื้อ COVID-19 กว่า 200 รูป ว่า ผอ.โรงพยาบาลสงฆ์รายงานว่า ได้เข้าทำ Temple Isolation ซึ่งจัดทำเป็นศูนย์พักคอย โดยดูแลพระในพื้นที่ หากอาการไม่มากก็จะดูแลในพื้นที่ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ดูแลร่วมกับลูกศิษย์วัดและชุมชนช่วยในการดูแล ทั้งวัดไข้ วัดออกซิเจน ถวายภัตตาหาร และดูอาการ หากบางรูปเริ่มมีอาการเข้าข่ายผู้ป่วยสีเหลืองก็จะนิมนต์มารักษาตัวที่โรงพยาบาลสงฆ์ และหากเริ่มมีอาการก็จะเริ่มให้ยาในการรักษาทันที

เตียง "กทม.ปริมณฑล"รับผู้ป่วยเหลือง-แดง ตึง

นพ.สมศักดิ์ ยังตอบคำถามถึงสถานการณ์เตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลรัฐและเอกชนว่า ขณะนี้ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน เตียงผู้ป่วยสีเหลืองและแดงเตียงตึงเต็มที่แต่ขณะนี้พอมีที่ว่างสำหรับผู้ป่วยสีเขียวเนื่องจากมีการทำ Home isolation จำนวนมาก 

ขณะนี้ Hospitel ในกรุงเทพฯและปริมณฑลมีห้องประมาณ 20,000 กว่าห้อง หากแปลงห้องด้วยการเพิ่มเครื่องผลิตออกซิเจนเข้าไปได้ ก็จะสามารถรับคนไข้สีเหลืองและสีเหลืองเข้มที่ต้องการรับออกซิเจนสามารถนอนอยู่ใน Hospitel ได้ ซึ่งหากดัดแปลงประมาณร้อยละ 10 ก็จะมีเตียงสำหรับผู้ป่วยสีเหลืองเพิ่มขึ้นราว 2,000 ห้อง

แต่ขณะนี้ติดขัดเรื่องเครื่องผลิตออกซิเจนและถังออกซิเจนเป็นจำนวนมาก ซึ่งพบว่า มีการลักลอบนำออกไปต่างประเทศด้วยเช่น ประเทศเมียนมา

ยาฟาวิพิราเวียร์ไม่ขาด เดือนหน้ามาอีก 40 ล้านเม็ด

นพ.สมศักดิ์ ตอบคำถามถึงปริมาณยาฟาวิพิราเวียร์ว่ายังมีเพียงพอหรือไม่ โดยยืนยันว่า ขณะนี้มีสต็อกกว่า 10 ล้านเม็ด และในเดือนหน้าจะทยอยเข้ามาในแต่ละสัปดาห์ รวมประมาณ 40 ล้านเม็ดและเมื่อดูจากอัตราการใช้ไม่มีปัญหาในการใช้สต็อกยา


เดิมการเบิกยาค่อนข้างวุ่นวายก็พยายามตัดขั้นตอน รวมถึงร่วมมือกับภาคประชาสังคม ซึ่งที่กรมการแพทย์จัดทำโรงพยาบาลเสมือนจริง โดยจัดตั้งทีมและนำคนไข้ ที่โทร1668 ขึ้นทะเบียน Home Isolation และคนไข้ที่เริ่มมีอาการก็จะส่งยาฟาวิพิราเวียร์ไปให้

 

นพ.สมศักดิ์ ยังกล่าว ขอบคุณภาพประชาสังคมทั้ง ต้องรอด เส้นด้าย และอื่น ๆ ที่ช่วยกันโดยเมื่อมีการประสานเข้ามาและคนไข้เริ่มมีอาการ จะพูดกับทีมโรงพยาบาลเสมือนจริงเพื่อขอชื่อคนไข้เพื่อลงทะเบียนและจัดส่งยาไปให้ โดยหลักการพยายามเอื้อส่วนนี้ให้มากที่สุด

นพ.สมศักดิ์ กล่าวย้ำถึงการให้ยาฟาวิพิราเวียร์ว่า ถ้าสบายดี ไม่มีอาการ ไม่มีโรคร่วม ยังไม่ต้องรับยา สามารถรับประทานยาลดไข้ หรือ ฟ้าทะลายโจร แต่ถ้าเริ่มมีอาการขอให้เริ่มยาโดยเร็วที่สุด สามารถนำไปรับประทานที่บ้านได้ หรือ ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหากไม่มีอาการขึ้นอยู่กับดุลยพินิจแพทย์ หรือหากแพทย์พิจารณาว่าสามารถให้ได้

เปิดแนวทางดูแล ผู้มีผลตรวจ ATK เป็นบวก 

ด้าน ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช.กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อประชาชนพบว่ามีผลตรวจ ATK เป็นบวก ซึ่งขณะนี้ได้ร่วมเปิดศูนย์คัดกรอง ATK ในหลายพื้นที่เช่น ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ สามารถตรวจได้วันละประมาณ 2,500 คน

ภาพประกอบข่าว เปิดแนวทางส่งตัว ATK ผลบวกเข้าดูแลในระบบ แก้ปัญหารักษาล่าช้า

 

แนวทางคือ จะนำรายชื่อ หมายเลขบัตรประชาชนมาขึ้นทะเบียนในระบบฐานข้อมูล (Home Isolation Data Base) จากนั้นจะจับคู่ว่าประชาชนอยู่ใกล้กับคลินิกใดหรือศูนย์สาธารณสุขใด และศูนย์ฯนั้นก็จะรับคนไข้ไปดูแล

ระหว่างการดูและจะยืนยันซ้ำด้วยการตรวจ RT-PCR เพื่อที่จะเป็นประโยชน์สำหรับกรณีที่คนไข้ไม่สามารถอยู่บ้านได้ (Home Isolation) โดยเงื่อนไขที่จะอยู่ได้คือ ผู้ป่วยสีเขียว หรือผู้ที่เคยป่วยและนอนรักาาตัวที่โรงพยาบาลเกิน 10 วัน จากผู้ป่วยสีเหลืองมาจนไม่มีอาการ อายุไม่เกิน 60 ปี ไม่มีโรคประจำตัว ไม่มีโรคอ้วน และแพทย์พิจารณาว่าอยู่ Home Isolation ได้

ภาพประกอบข่าว เปิดแนวทางส่งตัว ATK ผลบวกเข้าดูแลในระบบ แก้ปัญหารักษาล่าช้า

 

แต่อีกกลุ่มที่อยู่บ้านไม่ได้ต้องไปอยู่ศูนย์พักคอย ซึ่งจะต้องมีผล RT-PCR ซึ่งการตรวจยืนยันผลตรวจจะไม่เป็นอุปสรรคในการักษา

ทพ.อรรถพร ย้ำว่า คนไทยทุกสิทธิสามารถเข้าตรวจคัดกรอง ATK ได้ รวมถึง RT-PCR ด้วยหากอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหากผลเป็นบวกเข้า Home Isolation ได้ทันทีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ภาพประกอบข่าว เปิดแนวทางส่งตัว ATK ผลบวกเข้าดูแลในระบบ แก้ปัญหารักษาล่าช้า

 

ทั้งนี้ประชาชนเมื่อตรวจมีผลเป็นบวกสามารถเข้า Home Isolation ได้ โดยลงทะเบียนผ่านฐานข้อมูล ทั้งเว็บไซต์ หรือ โทรศัพท์ไปที่ สายด่วน สปสช.1330 กด 14 ก็จะสามารถลงทะเบียนเข้าระบบ Home Isolation ทันที

เมื่อเข้าสู่ระบบ Home Isolation สถานพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยจะเยี่ยมผู้ป่วย 2 ครั้ง โดยผ่านระบบไลน์ วิดีโอคอลพูดคุยสอบถามอาการต่าง ๆ

รวมถึง สปสช.สนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้อเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิและออกซิมิเตอร์ เพื่อวัดความเข้มข้นของออกซิเจน ซึ่งจะมีแพทย์ดูอาการและให้ยาที่จำเป็น และจัดส่งอาหารให้ 3 มื้อตลอดการกักตัวที่บ้าน 14 วัน

ภาพประกอบข่าว เปิดแนวทางส่งตัว ATK ผลบวกเข้าดูแลในระบบ แก้ปัญหารักษาล่าช้า

 

ขณะที่ในรายของคนไข้ที่รักษาเป็นระยะเวลา 10 วัน และอาการดีขึ้น หรือเป็นผู้ป่วยสีเหลือง นะต้องนำส่งตัวจากสถานพยาบาลกลับมายังบ้านเพื่อเข้าสู่ระบบ Home Isolation ทาง สปสช.จะออกค่ารถส่งต่อให้ รวมถึงค่าเอกซเรย์ด้วย

ทั้งนี้การจ่ายเงินจะจ่ายให้กับคลิกนิกเมื่อรับคนไข้ไปดูแล จะให้เงินสำหรับการดูแลคนไข้ คนละ 3,000 บาท/คน/สัปดาห์ โดยจะจ่ายล่วงหน้าสำหรับการดูแลคนไข้โดยจ่ายในทุก 15 วัน