4 วัน สธ.ฉีดไฟเซอร์ให้บุคลากรด่านหน้าแล้ว 5.7 หมื่นคน

สังคม
12:50
จำนวนผู้ชม 690
 4 วัน สธ.ฉีดไฟเซอร์ให้บุคลากรด่านหน้าแล้ว 5.7 หมื่นคน
สธ.เปิดข้อมูล 4-7 ส.ค.ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้บุคลากรด่านหน้าแล้ว 57,000 คน พร้อมเฝ้าระวังภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ - เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ในกลุ่มอายุน้อยกว่า 30 ปี หลังพบสหรัฐฯ รายงานข้อมูลอาการไม่พึงประสงค์ 1,226 คน จากวัคซีน 300 ล้านโดส

วันนี้ (8 ส.ค.2564) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีการกระจายวัคซีนไฟเซอร์ให้บุคลากรด่านหน้า โดยระบุว่า บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่ดูแลผู้ป่วย COVID-19 ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ และได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม ทยอยเข้ารับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็มกระตุ้น ตั้งแต่วันที่ 4-7 ส.ค.แล้วกว่า 57,000 คน โดยเมื่อวานนี้ฉีดเพิ่มขึ้น 11,000 คน หลัง สธ.ทยอยจัดส่งไปยัง 170 โรงพยาบาล ใน 77 จังหวัด

การฉีดให้บุคลากรด่านหน้าตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค.นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่เร็วกว่าแผนที่กำหนด ซึ่งก่อนหน้านี้คาดว่าจะเริ่มฉีดได้ในวันที่ 9 ส.ค.
ภาพประกอบข่าว  4 วัน สธ.ฉีดไฟเซอร์ให้บุคลากรด่านหน้าแล้ว 5.7 หมื่นคน


ทั้งนี้ สธ.จัดส่งวัคซีนไฟเซอร์ไปให้โรงพยาบาลแล้วประมาณ 446,000 โดส จากโควตา 700,000 โดส ยังเหลืออยู่อีกกว่า 250,000 โดส ซึ่งจะทยอยจัดส่งต่อไป โดยสาเหตุที่ไม่ส่งไปทั้งหมด เนื่องจากอาจพบว่าโรงพยาบาลบางแห่งได้วัคซีนเกิน บางแห่งได้ขาด รวมทั้งอายุของวัคซีนต้องฉีดให้เสร็จภายใน 31 วัน

การสำรวจและส่งจำนวนบุคลากรมา บางที่เกิน บางที่ขาด จึงต้องทยอยส่ง แต่ สธ.จัดให้ใกล้เคียงตัวเลขที่สำรวจมากที่สุด บางที่เจ้าหน้าที่ด่านหลังมาเป็นด่านหน้า หรือเด็กจบใหม่ก็เข้าใจ ขอเพิ่มมาได้เลย ทุกคนได้ฉีดแน่นอน
ภาพประกอบข่าว  4 วัน สธ.ฉีดไฟเซอร์ให้บุคลากรด่านหน้าแล้ว 5.7 หมื่นคน

เฝ้าระวังภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ - เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ

สำหรับอาการหลังการฉีดวัคซีนไฟเซอร์เท่าที่พบรายงาน มีเพียงอาการปวด บวม ร้อน ไม่รุนแรง แต่ในต่างประเทศมีการศึกษาและเก็บข้อมูลพบอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (Myocarditis) หรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ (Pericarditis) ของข้อมูลของศูนย์ป้องกันควบคุมโรคสหรัฐอเมริกา (US CDC)

จากการเก็บข้อมูลภาวะไม่ถึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็ม 2 ในสหรัฐฯ พบว่า ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับกลุ่มอายุน้อยกว่า 30 ปี พบมากในช่วงอายุ 16 - 18 ปี และพบว่ามีอาการภายใน 5 วันหลังฉีดวัคซีน 

โดยพบรายงานอาการดังกล่าว จำนวน 1,226 คน จากวัคซีน 300 ล้านโดส หรือประมาณ 4 คน ต่อ 1 ล้านโดส ซึ่งถือว่าเป็นภาวะไม่พึงประสงค์ที่พบได้น้อยมาก และยังไม่มีรายงานการเสียชีวิต

ภาพประกอบข่าว  4 วัน สธ.ฉีดไฟเซอร์ให้บุคลากรด่านหน้าแล้ว 5.7 หมื่นคน


ข้อมูลยังระบุอีกว่า ผู้หญิง อายุ 12-17 ปี คาดว่าจะพบภาวะดังกล่าว 0-2 คน แต่พบจริง 19 คน ซึ่งมากกว่าที่คาดไว้ 10 เท่า ส่วนผู้ชาย อายุ 12-17 ปี คาดว่าจะพบ 0-4 แต่พบ 128 มากกว่าที่คาด 30 เท่า หรือหมายความว่า จะพบภาวะนี้ในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และผู้ชายมีโอกาสพบในอายุที่สูงกว่าผู้หญิงด้วย 

อาการของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ คือ คนไข้จะเจ็บหน้าอก หายใจไม่สะดวก ใจสั่น โรคนี้พบได้น้อยในประชาชนทั่วไป แต่พอฉีดวัคซีนก็พบมากขึ้นแต่ก็ยังถือว่าน้อยมาก และยังไม่พบผู้เสียชีวิต
ภาพประกอบข่าว  4 วัน สธ.ฉีดไฟเซอร์ให้บุคลากรด่านหน้าแล้ว 5.7 หมื่นคน

บุคลากรด่านหน้ายังไม่มีรายงานภาวะไม่พึงประสงค์

สำหรับอาการหลังการฉีดของบุคลากรการแพทย์ด่านหน้าในประเทศไทยนั้น พบว่า ในจำนวน 57,000 คน มีผู้ที่อยู่ในวัยต้องเฝ้าระวังหรืออายุน้อยกว่า 30 ปี ประมาณ 60% แต่ยังไม่มีข้อมูลที่บันทึกในหมอพร้อมเกี่ยวกับความผิดปกติ และข้อมูลจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลก็ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบเช่นกัน 

ทั้งนี้ การรักษาภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบนั้น จะรักษาโดยสังเกตอาการ ประคับประคอง และให้ยาตามอาการ ซึ่งจะอยู่ในการดูแลของแพทย์โรคหัวใจ ยืนยันว่า รักษาได้ และยังไม่มีรายงานการเสียชีวิต

เน้นฉีดไฟเซอร์กลุ่มเสี่ยงที่ยังไม่เคยได้วัคซีนก่อน

นพ.โสภณ ยังกล่าวถึงกรณีการกระจายวัคซีนไปยังต่างจังหวัดว่า ในเดือน ส.ค.นี้ สธ.จะจัดสรรวัคซีนไปยังต่างจังหวัดสัปดาห์ละ 2 ล้านโดส โดยเฉลี่ยวัคซีนทั้งแอสตราเซเนกาและซิโนแวคให้ใกล้เคียงกัน คาดว่า 4 สัปดาห์จะกระจายไปได้ 10 ล้านโดส

ส่วนวัคซีนไฟเซอร์นั้นจะกระจายไปยัง 13 จังหวัดสีแดงเข้มก่อนในล็อตนี้ และจะส่งเพิ่มไปอีก 16 จังหวัดสีแดงเข็มในล็อตต่อไป ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า ไม่มีวัคซีน VIP เพราะเป็นการจัดสรรของโรงพยาบาลในการฉีดให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงก่อน ซึ่งโรงพยาบาลจะมีข้อมูลคนไข้อยู่แล้ว โดยเน้นผู้สูงอายุและกลุ่มโรคเรื้อรัง รวมถึงหญิงมีครรภ์ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนแม้แต่เข็มเดียว

ผู้สูงอายุต่างจังหวัดยังไม่ได้วัคซีนเลยเกินครึ่ง จึงขอให้ฉีดผู้ที่ยังไม่ได้วัคซีนก่อน ส่วนการบูสเตอร์โดสให้ประชาชนทั่วไป อาจจะประมาณปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า