ข้อถกเถียง #ไฟเซอร์นักเรียน บนสื่อออนไลน์

สังคม
06:09
จำนวนผู้ชม 911
ข้อถกเถียง #ไฟเซอร์นักเรียน บนสื่อออนไลน์
#ไฟเซอร์นักเรียน ขึ้นเทรนด์ในทวิตเตอร์ 2 วันต่อต่อกัน หลังการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้นักเรียน โดยผู้ใช้ทวิตเตอร์ให้ข้อมูล และถกเถียงกันหลายเรื่อง

นายยุทธนา บุญอ้อม หรือ "ป๋าเต็ด" โพสต์เฟซบุ๊ก มีข้อความว่า "มีกระแสวัยรุ่นส่วนหนึ่งแอนตี้ไฟเซอร์ เพราะผู้ปกครองห้ามฉีด เพราะข้อความที่ส่งต่อในไลน์ว่า ไฟเซอร์คือการล้างเผ่าพันธุ์" ซึ่งป๋าเต็ดลงท้ายข้อความว่า "อิหยัง"

ภาพประกอบข่าว ข้อถกเถียง #ไฟเซอร์นักเรียน บนสื่อออนไลน์

 

ข้อความทางไลน์ ที่ป๋าเต็ดพูดถึงก็คือข้อความนี้ ที่บอกว่า ฉีดวัคซีน mRNA แล้วอันตราย วัคซีนคือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งข้อความนี้คือ "ข่าวปลอม" หรือ "เฟกนิวส์"

ภาพประกอบข่าว ข้อถกเถียง #ไฟเซอร์นักเรียน บนสื่อออนไลน์

 

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาอื่น ๆ เช่น บางคนอ้างว่า นักเรียนม.6 ถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ให้ฉีดสูตรไขว้แทน เนื่องจากนักเรียน ม.6 อายุคาบเกี่ยว ระหว่าง 17-18 ปี

ภาพประกอบข่าว ข้อถกเถียง #ไฟเซอร์นักเรียน บนสื่อออนไลน์

 

รวมถึงยังมีผู้ใช้ทวิตเตอร์บางส่วนอ้างข้อความ โดยระบุว่า "ครูส่งให้ สอบถามว่า มีใครจะยกเลิกมั๊ย เพราะวัคซีนไม่พอ"

ภาพประกอบข่าว ข้อถกเถียง #ไฟเซอร์นักเรียน บนสื่อออนไลน์

 

ขณะที่บางคนบอกว่า ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบุรี ที่มีนักเรียนมัธยมศึกษา 2,600 คน จะไม่ได้ฉีดไฟเซอร์ เพราะ ผอ.ไม่ส่งชื่อให้โรงพยาบาล แต่อันนี้ ล่าสุดมีผู้ทวิตข้อความว่า แก้ไขแล้ว มีรายชื่อ และน่าจะฉีดกันวันนี้ (8 ต.ค.)

ภาพประกอบข่าว ข้อถกเถียง #ไฟเซอร์นักเรียน บนสื่อออนไลน์

 

บางคนได้รับข้อความให้แต่งกาย ตัดผมให้เรียบร้อย ห้ามทำสีผม ก่อนฉีดวัคซีน ซึ่งนักเรียนมองว่า ระเบียบการแต่งกาย ทรงผม ไม่เกี่ยวกับวัคซีน ไม่มีผลต่ออาการข้างเคียงใดๆ

ภาพประกอบข่าว ข้อถกเถียง #ไฟเซอร์นักเรียน บนสื่อออนไลน์

ขณะที่บางข้อความบอกว่า "ฉีด ไม่ฉีด ก็เป็นสิทธิ์ของทุกคน"

ภาพประกอบข่าว ข้อถกเถียง #ไฟเซอร์นักเรียน บนสื่อออนไลน์

 


เป็นเวลา 4 วันแล้ว ที่กระทรวงสาธารณสุข เริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับนักเรียน อายุระหว่าง 12-18 ปี ตั้งเป้า 5 ล้านคน มีผู้สมัครใจฉีดจำนวน 3.6 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 71 ยืนยันว่า ใครไม่ฉีด ก็ไม่เสียสิทธิ์แต่อย่างใด ขณะนี้มีวัคซีนในระบบอยู่ 2 ล้านโดส แต่ละจังหวัดจะได้วัคซีนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของจังหวัด

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ได้ออกมาให้ความชัดเจนเกี่ยวเฟกนิวส์ แต่มีข้อมูลทางวิชาการที่ชัดเจนจากกรมควบคุมโรค ที่อธิบายก่อนจะเริ่มฉีด

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า วัคซีนไฟเซอร์ที่นำมาฉีดให้เด็กได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ส่วนการติดตามเรื่องผลข้างเคียงของวัคซีน mRNA ที่คนเป็นห่วงกันมาก คือ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ พบว่า ใน 1 แสนคน จะพบภาวะนี้ 6 คน ส่วนใหญ่จะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อยหอบ หายเองได้

ด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยพบอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ที่คณะผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัยแล้วว่า เกี่ยวข้องกับวัคซีน 1 คน เป็นเด็กชายอายุ 13 ปี มีภาวะโรคอ้วน แต่สามารถรักษาหายเป็นปกติแล้ว