จับตาอิทธิพลพายุ - อุตุฯชี้ฝนมากช่วงวันที่ 13 - 14 ต.ค.นี้ | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

จับตาอิทธิพลพายุ - อุตุฯชี้ฝนมากช่วงวันที่ 13 - 14 ต.ค.นี้

สังคม
10 ต.ค. 64
12:55
1,739
Logo Thai PBS
จับตาอิทธิพลพายุ - อุตุฯชี้ฝนมากช่วงวันที่ 13 - 14  ต.ค.นี้
วันนี้ (10 ต.ค.64) จ.ทางภาคอีสานตอนบนบางส่วนที่ติดกับแม่น้ำโขงอาจมีฝนตกหนักจากอิทธิพล พายุโซนร้อน"ไลออนร็อก" ที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะขึ้นฝั่งในช่วงวันนี้ถึงวันพรุ่งนี้ (11 ต.ค.64)

วันนี้ (10 ต.ค.2564) จากกรณีที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า พายุโซนร้อน"ไลออนร็อก" จะขึ้นฝั่งในช่วงวันนี้ถึงวันพรุ่งนี้ (11 ต.ค.2564) ทำให้ จ.ทางภาคอีสานตอนบนบางส่วนที่ติดกับแม่น้ำโขงอาจมีฝนตกหนัก 

 

แต่ขณะนี้ หลายจังหวัดก็กังวลว่า จะเป็นการเติมน้ำเข้ามาใหม่มากเพียงใดอาจจะเติมพื้นที่เสี่ยงบางจุด ในภาคกลางแม้ไม่มากเท่ากับฝนรอบที่แล้วที่เข้ามาพร้อมพายุเตี้ยนหมู่ แต่ขณะนี้จุดรองรับน้ำก็ยังมีน้ำล้น

หากพิจารณาภาพรวมพายุจะมีพายุ 2 ลูก ลูกแรกพายุโซนร้อน "ไลออนร็อก" จุดนี้ อยู่บริเวณบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ใกล้เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม ส่วนอีกลูก คือพายุโซนร้อน "คมปาซุ" อยู่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกยังไม่มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยในระยะนี้

ทั้งนี้ พายุโซนร้อนไลออนร็อก แม้ยังไม่ขึ้นฝั่ง แต่ช่วงนี้ประเทศไทยจะมีฝน เนื่องจากมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคอีสานตอนบน นั้นหมายความว่า มี 2 ปัจจัยที่ทำให้เกิดฝนตก คือร่องฝนและพายุบางส่วน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่น้ำท่วม

ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมที่ ขณะนี้ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 17 จังหวัด ตั้งแต่ จ.พิษณุโลก ลงมาจังหวัดทางลุ่มเจ้าพระลงมาจนถึง จ.ปทุมธานี

 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ชัยภูมิ จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา และ จ.อุบลราชธานี ทั้งนี้ร่องมรสุมหรือร่องฝน วันนี้พาดผ่าน จ.น้ำท่วม จ.พิษณุโลก จ.นครสวรรค์ ซึ่งฝนเยอะในช่วง 1-2 วันนี้ ส่วนพายุไลออนร็อกปัจจัยที่ 2 ก็ส่งผลกระทบในพื้นที่แถบอีสานตอนบน ซึ่งจะช่วยเติมน้ำในเขื่อนที่มีปริมาณน้ำน้อยได้

ขณะที่สถานการณ์ฝน อิทธิพลของพายุและร่องมรสุมจะทำให้ บริเวณ จ.น่าน จ.อุตรดิตถ์ จ.เลย จ.หนองคาย จ.อุดรธานี จ.บึงกาฬ จ.สกลนคร จ.นครพนม จ.ระยอง จ.จันทบุรี จ.ตราด

 

ส่วนพื้นที่ทางภาคใต้จะมีฝนตกเล็กน้อยถึงตกหนัก หลายพื้นที่ เช่น จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ชุมพร จ.ระนอง จ.สุราษฎ์ธานี จ.พังงา จ.กระบี่ จ.นครศรีธรรมราช จ.ภูเก็ต จ.ตรัง จ.ปัตตานี จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส

ขณะที่วันนี้ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ชัยนาท ปรับลดการระบายน้ำลงสู่ด้านท้ายอ่างฯ ในอัตรา 650 ลบ.ม./วินาที ทำให้แม่น้ำป่าสักบริเวณด้านท้ายเขื่อนลด ที่ อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี อ.แก่งคอย จ.สระบุรี อ.เมืองสระบุรี อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ลดลง 20-30 ซม.

 

ส่วนเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท วันนี้ระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 2,577 ลบ.ม./วินาที ทำให้ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท อ.เมืองอ่างทอง, อ.เมืองสิงห์บุรี, อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา

ในขณะที่บริเวณ อ.บางไทร ที่เป็นจุดวัดน้ำก่อนไหลผ่านลงสู่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,910 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มลดลงเนื่องจากช่วงที่ผ่านมาฝนน้อยและเตรียมพร้อมรับมือพายุที่อาจมีอิทธิพล

อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า วันที่ 13 ต.ค.นี้ ฝนจะเยอะทางภาคอีสานตอนกลาง สีชมพู บางจุดอาจกระทบน้ำท่วมขัง

ขณะที่วันที่ 14 ต.ค.ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ฝนจะเยอะขึ้นอีกช่วงนี้อาจต้องเร่งพร่องน้ำให้เร็วขึ้นอีกมิเช่นนั้นอาจทำให้น้ำในเขื่อนขนาดกลางและขนาดเล็กล้นและไหลมาสมทบพื้นที่เสี่ยงท่วมซ้ำเติม

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง