เตือนพายุ “คมปาซุ” อีสานฝนตกหนัก เฝ้าระวังน้ำหลาก-ดินถล่ม

ภัยพิบัติ
13 ต.ค. 64
07:39
1,200
Logo Thai PBS
เตือนพายุ “คมปาซุ” อีสานฝนตกหนัก เฝ้าระวังน้ำหลาก-ดินถล่ม
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศพายุโซนร้อนกำลังแรง “คมปาซุ” คาดว่าเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนาม 13-14 ต.ค. กระทบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ขณะที่ร่องมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ส่งผลให้ทั่วไทยยังมีฝน กอนช.เตือนพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังน้ำหลาก ดินถล่ม

วันนี้ (13 ต.ค.2564) เวลา 04.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง พายุโซนร้อนกำลังแรง “คมปาซุ” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 19.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.9 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำประเทศจีน และขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 13-14 ต.ค.2564 หลังจากนี้จะอ่อนกำลังลงตามลำดับ ทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นอกจากนี้ ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

เตือน 4 จังหวัดอีสานเจอฝนเพิ่ม

ขณะที่นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการส่วนพยากรณ์อากาศกลาง กองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า พายุโซนร้อน “คมปาซุ” เป็นชื่อภาษาญี่ปุ่น แปลว่ากลุ่มดาววงเวียน คาดว่าวันนี้จะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำประเทศจีน และวันที่ 14 ต.ค. จะขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบน จากนั้นจะอ่อนกำลังลงบริเวณตอนบนของลาว ทำให้มีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ที่ จ.หนองคาย จ.บึงกาฬ จ.สกลนคร จ.นครพนม อย่างไรก็ตาม มีมวลอากาศเย็นทำให้พายุเคลื่อนตัวได้ช้าลง หรือสลายตัวก่อนขึ้นฝั่งเวียดนาม

ทั้งนี้ คาดว่าในวันที่ 17-18 ต.ค.นี้ ภาคเหนือและภาคตะวันเฉียงเหนือตอนบนจะมีฝนตกลดลง ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันตกได้รับอิทธิผลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุม ทำให้ในช่วง 1-2 วัน จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณดังกล่าว รวมทั้งภาคตะวันออก จ.ระยอง จ.จันทบุรี และ จ.ตราด

เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่ม

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์ (ONE MAP) ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากของกรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยากรธรณี ซึ่งได้ประกาศพื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงอุทกภัย ในช่วงวันที่ 11-16 ต.ค.2564 ตามประกาศกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ฉบับที่ 22/2564 เมื่อวันที่ 9 ต.ค.2564 จึงเน้นย้ำให้ติดตามสถานการณ์ โดยมีพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังในช่วงวันที่ 13-20 ต.ค.2564 ดังนี้

  • เฝ้าระวังน้ำหลาก ดินถล่ม บริเวณภาคตะวันออก จ.นครนายก จ.ปราจีนบุรี จ.สระแก้ว จ.จันทบุรี และ จ.ตราด ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี จ.ราชบุรี และ จ.เพชรบุรี ภาคใต้ จ.ระนอง และ จ.พังงา
  • เฝ้าระวังระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงน้ำล้น กระทบพื้นที่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ( จ.นครราชสีมา จ.สุรินทร์ จ.บุรีรัมย์ จ.ศรีสะเกษ และ จ.สกลนคร) ภาคตะวันออก (จ.นครนายก จ.ปราจีนบุรี จ.สระแก้ว จ.ชลบุรี จ.ระยอง จ.จันทบุรี และ จ.ตราด) ภาคกลาง ( จ.นครสวรรค์ จ.ลพบุรี และ จ.สระบุรี) ภาคตะวันตก (จ.กาญจนบุรี จ.ราชบุรี และ จ.เพชรบุรี)
  • เฝ้าระวังระดับน้ำล้นตลิ่ง และสถานการณ์น้ำท่วมขังบริเวณที่ลุ่มต่ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณแม่น้ำมูล อ.ประโคนชัย อ.สตึก และ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ อ.ชุมพลบุรี และ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ อ.เมืองศรีสะเกษ และ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ, ภาคกลาง บริเวณแม่น้ำป่าสัก อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา และ อ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี แม่น้ำลพบุรี อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี แม่น้ำท่าจีน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง