ผล DNA กระดูก-เลือดในเครื่องบิน F-5 ตกเป็น “นกปากห่าง"

สิ่งแวดล้อม
11:29
จำนวนผู้ชม 4,147
ผล DNA กระดูก-เลือดในเครื่องบิน F-5 ตกเป็น “นกปากห่าง"
ศูนย์นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า ไขคำตอบเลือด-กระดูกจากชิ้นส่วนเครื่องบิน F-5 ที่ตกระหว่างฝึกบินที่ จ.ลพบุรี เป็น “นกปากห่าง” สัน นิษฐานเครื่องบินต่ำเจอนกพุ่งชน แนะกองทัพอากาศทำแผนที่เสี่ยงนกอพยพเลี่ยงความสูญเสีย หลังพบรอบ 10 ปีนกปากห่างกระจายหาแหล่งอาศัยใหม่

วันนี้ (28 ธ.ค.2564) ดร.กณิตา อุ่ยถาวร ผอ.ศูนย์นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสออนไลน์ว่า หลังจากศูนย์นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า ได้รับการประสานงานจากกองทัพอากาศนำชิ้นส่วนเครื่องบิน F-5 ที่ตกเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ จ.ลพบุรี เพื่อนำมาตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า เนื่องจากกองทัพอากาศรายงานเหตุเครื่องบินตก และสันนิษฐานว่าเกิดจากการบินชนนกขนาดใหญ่ จนทำให้เครื่องตก และนักบินได้รับบาดเจ็บ เพราะจากรายงานเป็นการฝึกบินต่ำ จึงมีโอกาสเผชิญนกที่บินได้

ผลดีเอ็นเอกระดูก-เลือดใน F-5 ตกเป็น “นกปากห่าง”

ดร.กณิตา กล่าวว่า การหาคำตอบครั้งนี้ถือว่ามีความท้าทายงานนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า และเป็นงานแรก นอกเหนือการนำไปใช้ประกอบในคดีสัตว์ป่า หาคนทำผิดไปลงโทษตามกฎหมาย แต่งานชิ้นนี้ ต้องหาว่าเป็นสัตว์ชนิดไหนที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุเครื่องบิน F-5 ตกได้ ทางทีมต้องค้นหาข้อมูลต่างๆ และข้อสันนิษฐาน ประกอบการทำงานในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และทำข้อเสนอแนะแก้ปัญหาที่เหมาะสมในอนาคต

ภาพประกอบข่าว ผล DNA กระดูก-เลือดในเครื่องบิน F-5 ตกเป็น “นกปากห่าง
ชิ้นส่วน F-5 ที่ทางกองทัพอากาศ นำมาให้เก็บตัวอย่างเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. มีเศษกระดูกของสัตว์บางชนิดที่เก็บตัวอย่างได้เท่าเสี้ยวปลายเล็บ หรือประมาณ 25 มม. และอีกตัวอย่างเป็นหยดเลือดที่ติดค้างอยู่ หลังจากนำไปสังเคราะห์ดีเอ็นเอในห้องปฏิบัติการ ยืนยันผลว่าเป็นดีเอ็นเอของนกปากห่าง

แนะศึกษาเส้นทางบินเสี่ยงนกอพยพเลี่ยง

ผอ.ศูนย์นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ กล่าวว่า ขณะนี้ศูนย์ได้ส่งรายงานผลการตรวจสอบทาง การให้กับทางกองทัพอากาศแล้วว่า ตัวอย่างที่นำมาตรวจพบว่าเป็นนกปากห่าง ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ F-5 ตก แต่ไม่สามารถแยกแยะว่าเป็นนกเพศไหน เนื่องจากการปะทะกันด้วยความแรงและเร็ว ทำให้ชิ้นเนื้อแหลกเหลว ไม่เจอแม้แต่เส้นขนนกตกหลงเหลือใน F-5

ผอ.ศูนย์นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กล่าวอีกว่า จากข้อมูลที่นายไกรรัตน์ เอี่ยมอำไพ จากกลุ่มวิจัยสัตว์ป่า กรมอุทยานฯ พบว่านกปากห่าง เป็นนกขนาดใหญ่ เดิมเคยเป็นนกอพยพจากบังกลาเทศ อินเดีย และอพยพเข้าไทยมาตั้งแต่ปี 2547

ภาพประกอบข่าว ผล DNA กระดูก-เลือดในเครื่องบิน F-5 ตกเป็น “นกปากห่าง

 

จากนั้นพบมีการปรับพฤติกรรม และตั้งถิ่นอาศัยในพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางตั้งแต่ จ.ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี จนกลายเป็นนกประจำถิ่น มีการแพร่ประชากรจำนวนมาก ก่อนหน้านี้ กรมอุทยานฯ เคยมีการทำแผนที่อาศัยของนกอพยพกลุ่มนี้ไว้ เนื่องจากเคยมีรายงานระบาดของไข้หวัดนก

ข้อค้นพบในช่วง10 ปีพบนกปากห่างเริ่มกระจายทำรังวางไข่ หรือหาถิ่นอาศัยใหม่ในพื้นที่ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม สภาพภูมิอากาศ ที่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้นกปากห่างเปลี่ยนเส้นทางการบิน และกระจายไปหาถิ่นอาศัยใหม่
ภาพประกอบข่าว ผล DNA กระดูก-เลือดในเครื่องบิน F-5 ตกเป็น “นกปากห่าง

 

ดร.กณิตา กล่าวอีกว่า โอกาสที่จะมีนกปากห่างเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนกิจกรรมของมนุษย์ เช่นกิจกรรมการฝึกบินของกองทัพอากาศ จึงมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีกได้ในอนาคต ดังนั้นอาจจะต้องหาทางจัดการปัญหา และควรต้องศึกษานกปากห่างในเชิงนิเวศวิทยาเพิ่มเติม

น่าสังเกตว่าการอพยพในช่วงฤดูหนาวช่วงระหว่าง พ.ย.-ก.พ. เป็นช่วงที่เกิดเหตุ F-5 เป็นช่วงเริ่มต้นทำรังวางไข่ในพื้นที่จ.ลพบุรี เพราะถ้ามีข้อมูลนี้ ก็อาจจะหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งนก และคน
ภาพประกอบข่าว ผล DNA กระดูก-เลือดในเครื่องบิน F-5 ตกเป็น “นกปากห่าง

 

สำหรับอุบัติเหตุเครื่องบินขับไล่ F-5 จากกองบิน 21 จ.อุบลราชธานี ตกในพื้นที่ ต.บัวชุม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ระหว่างกองทัพอากาศจัดแข่งขันการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธี มีนักบินทำการบิน 1 คน สามารถดีดตัวออกจากเครื่องบินได้รับบาดเจ็บ

โดยนักบิน ระบุว่า มีวัตถุแข็งมาชน จึงสละเครื่องบิน แต่เพราะด้วยความเร็วของเครื่องบิน บวกกับความแรงของลม ที่มีความเร็วถึง 400 น็อต หรือประมาณ 1,000 กม.ต่อชม.ที่ทะลุผ่านเข้ามายังห้องนักบิน ทำให้ไม่สามารถควบคุมเครื่องได้ จึงตัดสินใจดีดตัวออกจากเครื่องบิน 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทอ.เผยเครื่องบิน F-5 ตก คาดนกใหญ่บินชน

ด่วน! เครื่องบิน F5 ตกที่ อ.ชัยบาดาล ขณะฝึกทางยุทธวิธี