"มาโน" ยืนยันไทยไม่ประมาทอินโดนีเซีย ในศึกชิงแชมป์อาเซียน | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

"มาโน" ยืนยันไทยไม่ประมาทอินโดนีเซีย ในศึกชิงแชมป์อาเซียน

กีฬา
28 ธ.ค. 64
13:33
325
Logo Thai PBS
"มาโน" ยืนยันไทยไม่ประมาทอินโดนีเซีย ในศึกชิงแชมป์อาเซียน
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
มาโน เผยศึกชิงแชมป์อาเซียน 2020 ทีมชาติไทยไม่ประมาททีมชาติอินโดนีเซีย ไทยจะวิเคราะห์การเล่น หาแผนการเล่น และเลือกผู้เล่นที่ดีที่สุดลงสนามในเกมนี้ และจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเป็นแชมป์

วันนี้ (28 ธ.ค.2564) เอเอฟเอฟ หรือ สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน จัดงานแถลงข่าวก่อนการแข่งขันฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 รอบชิงชนะเลิศ เลกแรก คู่ระหว่างทีมชาติไทย กับ ทีมชาติอินโดนีเซีย

ในรอบรองชนะเลิศ ทีมชาติไทย เอาชนะเวียดนามมาด้วยสกอร์รวม 2-0 ส่วน อินโดนีเซีย ชนะ สิงคโปร์ มาด้วยสกอร์รวม 5-3 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

ทีมชาติไทยส่ง มาโน โพลกิง หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลชายทีมชาติไทย เข้าร่วมการแถลงข่าว

 

ภายในงานแถลงข่าว มาโน โพลกิง กล่าวว่า เรารู้ถึงสถิติของอินโดนีเซียเป็นอย่างดี และพวกเขาเข้าใกล้แชมป์มาหลายครั้ง แต่ไม่ว่าใคร เวลาเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศ ต้องหวังถึงแชมป์อยู่แล้ว

อินโดนีเซียเป็นทีมที่ดี แล้วได้พักมามากกว่าเรา 1 วัน แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรกับทีมชาติไทย เราจะวิเคราะห์การเล่น หาแผนการเล่น และเลือกผู้เล่นที่ดีที่สุดลงสนามในเกมนี้

ไม่ต้องไปคิดถึงสถิติให้มากนัก เพราะทั้งสองทีมควรมาอยู่ในจุดนี้ทั้งคู่ และทีมไทยจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเป็นแชมป์ให้ได้

 

มาโน โพลกิง กล่าวว่า ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องของการเป็นเบอร์ 1 อาเซียน ทีมไทยยังคงมีเป้าหมายในการคว้าแชมป์กลับบ้านให้ได้ ยังเหลือเกมที่ยากอีก 2 เกมรออยู่ และเราจะต้องมีสมาธิกับตรงนั้น

ทั้งนี้ อินโดนีเซีย เป็นทีมที่สามารถเล่นได้หลากหลายรูปแบบ อย่างเกมกับเวียดนาม พวกเขาสามารถเล่นเกมรับได้อย่างดี และเก็บผลเสมอ 0-0 มาได้ ขณะที่เกมอื่น ๆ พวกเขาแสดงให้เห็นว่า มีเกมรุกที่อันตราย

ดังนั้นทีมไทยจะต้องเตรียมพร้อมรับมือและวางแผนให้ดี แน่นอนว่าตอนนี้ กลับมาเป็นเกม 180 นาที ที่ทุกอย่างเท่ากันที่ 0-0 อีกครั้ง ไทยจะต้องเริ่มต้นให้ดีเหมือนเกมเจอกับเวียดนาม เพราะมันจะช่วยให้วางแผนในการเล่นนัดที่สองได้ดี

ตลอด 6 นัดที่ผ่านมา ทีมชาติไทยเป็นฝ่ายที่ครองบอลได้มากกว่าทุกนัด และการครองบอลคือจุดแข็งของทีมอยู่แล้ว คิดว่าไม่ใช่ปัญหาอะไร 

 

สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดในทีมอินโดนีเซียคือ แนวทางการเล่นของพวกเขา เป็นทีมที่อายุน้อยและทำงานกันหนักทั้งทีม

ส่วนตัวโค้ชก็มีประสบการณ์อย่างมาก แต่ทีมชาติไทยก็จะมองที่ทีมตัวเองเท่านั้น มันเป็น 2 เกมที่ยาก แต่จะทำผลงานให้ดีที่สุด เพื่อนำถ้วยแชมป์กลับบ้านให้ได้

สำหรับทีมชาติไทยจะพบกับทีมชาติอินโดนีเซีย ในรอบชิงชนะเลิศ ศึกชิงแชมป์อาเซียน 2020 โดยจะแข่งขัน 2 นัด ในวันที่ 29 ธ.ค.2564 และ 1 ม.ค.2565 ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD และ AIS Play

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ย้อนสถิติ "ไทย-อินโดนีเซีย" รอบชิงศึกอาเซียนคัพ

ไทยทะลุชิงอินโดฯ ผลรวม 2 นัดชนะเวียดนาม 2 ประตู

 

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง