สอบเพิ่ม-ค้นบ้าน "จ๊อบ" คดีแตงโม โยงดื่มสุราบนสปีดโบต

อาชญากรรม
14:54
จำนวนผู้ชม 3,350
สอบเพิ่ม-ค้นบ้าน "จ๊อบ" คดีแตงโม โยงดื่มสุราบนสปีดโบต
ตำรวจแถลงคดี "แตงโม" สอบปากคำแล้ว 65 ปาก ค้นบ้าน "จ๊อบ" ตรวจสอบชนิดสุรา และการดื่มบนสปีดโบต หลังพบทิ้งหลักฐานขวดในแม่น้ำเจ้าพระยา ยืนยันใช้เกียรติยศทำคดีตรงไปตรงมา-ไร้คนชี้นำ ตรวจโทรศัพท์-แชท ไม่มีความเชื่อมโยงลักษณะธุระจัดหา ล่อลวง หรือค้าประเวณี

วันนี้ (7 มี.ค.2565) เวลา 14.30 น. ตำรวจภูธรภาค 1 แถลงความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานทางคดี คงไม่สามารถนำสิ่งที่อยู่ในสำนวนคดีมาเล่าให้ฟังได้ แต่จะบอกเล่าถึงประเด็นที่ประชาชนตั้งข้อสงเกต หรือสงสัย โดยจะแถลงความคืบหน้าในทุกวัน เวลา 10.30 น.

ภาพประกอบข่าว สอบเพิ่ม-ค้นบ้าน

 

ขณะที่ พล.ต.ต.อุดร ยอมเจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ในฐานะโฆษกตำรวจภูธรภาค 1 และโฆษกคดีแตงโม กล่าวว่า ที่ผ่านมามีคำถามมากมาย สรุปเบื้องต้นได้สอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง 65 ปาก ทั้งประจักษ์พยาน พยานแวดล้อม พยานบุคคล พยานบอกเล่า

โดยวันนี้ได้สอบนายสันธนะ ประยูรรัตน์ และเจ้าของเรือเพิ่มเติม รวมทั้งนำนายนิทัศน์ กีรติสุทธิสาธร หรือ จ๊อบ ไปตรวจค้นบ้านพักและสอบปากคำเพิ่มเติม โดยเฉพาะประเด็นสุรา หากคนบนเรือดื่มสุราจะตรวจสอบเป็นชนิดใด ประเภทใด ดื่มมากน้อยเพียงใด และส่งผลให้เมา หรือเกิดการทำพฤติกรรม หรือบริบทของคนบนเรือทั้งหมด เป็นสิ่งที่พยายามปะติดปะต่อ

จากภาพในโซเชียลมีเดียเป็นการดื่มไวน์ แต่ยังไม่ได้ข้อมูลว่า วันเกิดเหตุนำเหล้าชนิดใดขึ้นไปบนเรือ ซึ่งมีความแตกต่างในบริบทต่าง ๆ อาจทำให้คนบนเรือเสียอาการ เสียทรง ตอบโจทย์ในสังคมได้หรือไม่ว่าเหล้านำพาให้กระบวนการบนเรือเฉไฉมากกว่าการเกิดอุบัติเหตุ เราพยายามตอบโจทย์ตรงนี้อยู่ นอกจากนี้ยังรอผลชันสูตร เนื้อเยื่อ คาดว่าจะได้ทราบผลเร็ว ๆ นี้

เครื่องดื่มแต่ละชนิดก็จะให้ผลต่อผู้ดื่มที่แตกต่างกัน ตำรวจจำเป็นต้องทราบข้อมูลตรงนี้ เพื่อเอามาวิเคราะห์พฤติกรรมของคนบนเรือ ว่าจะมีบริบทที่นำพาไปในทิศทางที่มากกว่าการเป็นอุบัติเหตุหรือไม่

โดยผลของการตรวจค้นจะมีการสรุปในการแถลงข่าววันพรุ่งนี้ (8 มี.ค.) ส่วนทั้ง 5 คนบนเรือจะมีอาการมึนเมาหรือไม่นั้น ขอยังไม่ระบุ เพราะทั้ง 5 คน ก็มีทนายความ แต่หลักฐานเครืองดื่มที่อยู่บนเรือจะสามารถบ่งชี้ได้ 

ภาพประกอบข่าว สอบเพิ่ม-ค้นบ้าน

ยันบนเรือมีการดื่มสุรา-โยนขวดทิ้ง

ด้าน พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ตอบกรณีการสอบปากคำว่า ขอให้อยู่ในสำนวน การดื่มไวน์ ดื่มแชมเปญ และการดื่มสุรา พบว่าในเรือมีชั้นสำหรับวางขวดเหล้า ซึ่งเรือลำนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการดื่ม เวลาดื่มเหลือจะไว้ในชั้นบนเรือ พอเกิดเหตุครั้งนี้ จึงเกรงว่าถ้ามีสุราหลายชนิดมากไป กลัวว่าจะมีความผิดหรือไม่ และเป็นสาเหตุหรือไม่ จึงนำขวดไปทิ้ง ซึ่งตำรวจได้เก็บหลักฐานว่าทิ้งอะไรไปมากน้อยแค่ไหน ส่วนใครจะดื่มอะไรมากน้อยต้องสอบสวน

ภาพประกอบข่าว สอบเพิ่ม-ค้นบ้าน

 

พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า อย่างที่มีการสงสัยตำรวจก็สงสัย ใครจะเสพอะไร จะดื่มอะไร เป็นรายละเอียดในสำนวน และถ้านำรายละเอียดมาเปิดเผยทั้งหมดจะเสียเปรียบทางคดี

นาทีนี้ ขอให้พนักงานสอบสวนในนาทีนี้ให้ทำหน้าที่ในการเก็บรวบรวมหลักฐาน ในสำนวนคดี ถ้านำมาบอกหมดไม่เหมาะสมในทางคดี

พบ 1 ใน 5 คนพูดโกหก-สอบแยกพูดไม่ตรงกัน 

พล.ต.ต.อุดร ระบุด้วยว่า จากการสอบพยานทั้ง 5 คนที่อยู่บนเรือจนถึงขณะนี้ มีคนที่พูดโกหก เพราะในการสอบแยก มีคนที่พูดไม่ตรงกัน แต่จะมีมากกว่า 1 คนหรือไม่นั้น ยังเปิดเผยไม่ได้ เพราะเป็นส่วนสำคัญของคดี ส่วนจะมีการแจ้งข้อหากระทำการโดยประมาทฯ กับคนบนเรือเพิ่มอีกหรือไม่ ก็มีแนวโน้มประมาณ 50 % แต่ยังต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่จะรวบรวมได้ว่าจะเพียงพอหรือไม่

ทุกคนมีทนายความ ประเด็นไหนที่พูดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือพยานหลักฐานที่ปรากฏในอนาคต นั่นคือจุดตายของคณะทำงานและพนักงานสอบสวนที่อาจจะบกพร่องได้ ต้องมาโฟกัสในแนวทางเดียวกันว่าสิ่งที่ได้มา

สิ่งที่สื่อตอบ หรือสื่อที่ได้ข้อมูลมา หากเป็นประโยชน์พวกเราการันตีความตำรวจมืออาชีพของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังไงต้องนำผู้ต้องหาทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ที่มีพฤติการณ์ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย

พล.ต.ต.อุดร กล่าวว่า กระบวนการตรวจสอบการเช็กข้อมูล ทำตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุและคาดว่าจะสื่อสารกับใครจะเชิญมาสอบสวนทั้งหมด กระบวนการนี้ทำมาแล้ว และทุกคนที่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์ได้นำมาสอบทั้งหมด ขณะนี้ 65 ปาก และเชื่อว่าจะถึง 100 ปาก โดยได้ข้อมูลเป็นประโยชน์มาก เพราะกระบวนการสืบสวนนี้สู้กับที่พี่น้องสื่อมวลชนและโซเชียล จะเฟกส์ ไม่เฟกส์เอามาสอบหมด จะทำอย่างไรแตงโมได้รับความยุติธรรม

พล.ต.ต.อุดร กล่าวว่า ไม่รู้ว่า "นายพล น." เป็นใคร แต่โดยปกติการทำงานของตำรวจจะสื่อสารในทุกหน่วยว่า สิ่งใดที่เป็นประโยชน์กับรูปคดี เชื่อว่าธงของรูปคดี เชื่อด้วยเกียรติยศของผม และเกียรติยศตำรวจไม่มีใครเอาคอตัวเองเข้าไปอยู่ในคุก ใครจะมาสั่งหรือมาชี้นำไม่มีทาง

เตือนคนกุเรืองเฟกส์นิว “แตงโม”

พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า ตอนนี้เกิดกระแสการสร้างข่าวเท็จบ้างจริงบ้าง เรื่องนี้ทำให้สังคมสับสน บางคนฉวยโอกาสกุเรื่อง ตัวเองได้ชื่อเสียง แต่สังคมเกิดความเสียหายและผิดกฎหมาย เมื่อเช้ามีการประชุมตำรวจกำลังติดตามคนกลุ่มนี้อยู่ ติดตามเบาะแสคนกลุ่มนี้ และถ้าไปได้จะจับกุม มาดำเนินคดีเร็วที่สุด

ภาพประกอบข่าว สอบเพิ่ม-ค้นบ้าน


พล.ต.ต.ยิ่งยศ เน้นย้ำว่า การดำเนินการตำรวจตรงไปตรงมา และไม่มีใครมาเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริง เพราะมีหน่วยที่สอบทานหลากหลายทุกมิติ ทั้งทนาย ตำรวจ สื่อมวลชน ไม่อย่างนั้นคงไม่เปิดให้สื่อมาสอบถาม แต่กระแสที่สร้างขอให้เป็นเรื่องจริง และขณะนี้มีคนเอาข้อมูลเท็จมาเผยแพร่ อ้างอิงคนใหญ่ คนโตว่าอยู่เบื้องหลัง

ผมว่าคนที่กล้าเผยแพร่ ขอให้คิดให้ดี และพี่น้องที่เสพสื่อต้องพิจารณาว่าอะไรจริง และอะไรเท็จ นอกจาก พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีอีกหลายกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ที่ตัวเองมาที่มาวันนี้อยากจะมาชี้แจงกรณีมีข่าวเท็จที่เผยแพร่ สร้างเป็นนวนิยายเลยขอให้หยุดเผยแพร่

ตรวจ "โทรศัพท์-แชท" ยังไม่เจอปมธุระจัดหา

พล.ต.ต.อุดร กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุได้ตรวจสอบหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่าง นำ GPS มาจับ หลักฐานดังกล่าวจะบอกได้หมดว่า 5-6 คนสื่อสารกับใครบ้าง ซึ่งอยู่ในสำนวนทั้งหมดแล้ว โดยกลุ่มบุคคลได้สื่อสารถึงเหตุการณ์ "ตกน้ำ ทำอย่างไร" ไม่มีลักษณ์ไปเชิงที่บอกว่า "ผมเอาไปส่งพี่ไม่ได้นะ" ซึ่งไม่มีลักษณะธุระจัดหา หรือล่อลวงนำพา มอมยา หรือค้าประเวณี หลักฐาน ณ วันนี้ไม่มีประเด็นหลัง

เมื่อเช้าได้คุยกับทีมพนักงานสอบสวน โฟกัสขณะนี้ที่อยู่ในลำเรือช่วงเวลาใกล้เกิดเหตุน่าจะประมาณสี่ทุ่มกว่า ๆ ทุกคนในเรือไม่มีลักษณะเต้น หรือต่อสู้บนเรือ เพียงพอกับภาพทางเทคนิคว่าทุกคนไม่ได้ยื้อ หรือฉุดกระชาก เป็นช่วงเวลา 1-2 นาทีก่อนที่แตงโมตกน้ำ ประกอบกับพยานแวดล้อมและพยานบุคคล 

คนนอกร่วมสอบคดีไม่ได้-ไม่มีอำนาจ

พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวถึงกรณีคนนอกร่วมสอบสวน ว่า หากเป็นบุคคล หรือองค์กรที่มีอำนาจตามกฎหมาย และทางญาติโดยชอบด้วยกฎหมายร้องขอ ถือเป็นดุลพินิจที่ตำรวจทำได้ เช่น สภ.เมืองนนทบุรี จะนำนาย ก.ที่เป็นใครไม่รู้ ไม่มีอำนาจตามกฎหมายมาร่วมตรวจนั้นทำไม่ได้ เพราะงานนี้ต้องเป็นธรรมและชอบธรรม ใช้คนที่มีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายระบุไว้มาทำงาน ซึ่ง กมธ.มีหน้าที่เรียกไปชี้แจง แต่ กมธ. ไม่ใช่พนักงานที่จะมานั่งสอบสวนร่วมด้วย

ยืนยันว่าใครที่จะมาตรวจสอบต้องมีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมาย หน้าที่การสอบสวน คือ พนักงานสอบสวน และใครที่มีอำนาจและมีหน้าที่ อาจจะมีพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ มีอำนาจ แต่ไม่มีหน้าที่ที่ สภ.เมืองนนทบุรี ขอเทียบตรงนี้ดีกว่าว่าใครมีอำนาจและหน้าที่ 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

12 วันโซเชียลเกาะติด #แตงโมต้องไม่ตายฟรี คาใจปมคดี