"สกลธี" ดันเกษตรวิถีใหม่ แก้ปัญหาปากท้องคนกรุงเทพฯ

การเมือง
12 เม.ย. 65
11:34
245
Logo Thai PBS
"สกลธี" ดันเกษตรวิถีใหม่ แก้ปัญหาปากท้องคนกรุงเทพฯ
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
"สกลธี" ชูทางออกปัญหาปากท้องคน กทม. นำแนวคิด Smart Farming การเกษตรต้นทุนต่ำ ประหยัดค่าไฟ มาสร้างงานสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ให้ชุมชนและประชาชน สนับสนุนองค์ความรู้ ต้นทุน และช่องทางจำหน่าย ให้ทุกบ้านทำการเกษตรเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริม

วันนี้ (12 เม.ย.2565) นายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัคร รับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 3 เปิดเวทีเสวนาหาทางออกให้กับปัญหาปากท้องคน กทม. นำแนวคิด Smart Farming มาต่อยอดเป็นนโยบายสร้างงานสร้างอาชีพ โดยยก Res-Q Farm ฟาร์มทดลองขนาด 9 ไร่ ในย่านคลองสามวา เป็นต้นแบบเกษตรกรรมวิถีใหม่ที่ไม่ใช้สารเคมี สามารถลดต้นทุน และสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ โดยมีนายวีระ สรแสดง เจ้าของ Res-Q Farm มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ โดยนายสกลธีพร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชน รวมถึงกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ในชุมชน 

 

 

นายสกลธี กล่าวว่า มองว่าพื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯ หลายแห่งยังเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งมักประสบปัญหาด้านต้นทุนและผลผลิต การส่งเสริมให้เกษตรกร รวมไปถึงคนทำงานที่สนใจการเกษตรวิถีใหม่ได้มีความรู้และเข้าใจการทำเกษตรกรรมแบบ Smart Farming ที่สามารถทำได้ไม่ยาก จะช่วยลดปัญหาตรงนี้ลงได้ ซึ่งได้เลือก Res-Q Farm เป็นฟาร์มต้นแบบ ซึ่งสามารถเปลี่ยนพื้นที่ที่มีปัญหา ทั้งที่ดินต่ำกว่าถนน น้ำท่วม ไม่มีไฟฟ้า และดินไม่ดี ให้เป็นฟาร์มแบบออร์แกนิก ไม่ใช้สารเคมี และเน้นพลังงานสะอาดในการบริหารจัดการ 

นำวัสดุเหลือใช้ อย่างเช่น มอเตอร์เครื่องซักผ้า มอเตอร์ตู้เย็น อุปกรณ์รถยนต์ มาประยุกต์สร้างสรรค์เป็นเครื่องมือต่างๆ และใช้พลังงานจากโซลาร์เซลเป็นหลัก ทำให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดค่าไฟฟ้า ทั้งยังสร้างรายได้ด้วยการส่งขายและแปรรูปเป็นอาหาร  

เมื่อครั้งยังเป็นรองผู้ว่าฯ ผมได้นำแนวคิดนี้ไปทดลองทำเป็นแปลงเกษตรและบรรจุสอนเป็นวิชาที่โรงเรียนฝึกอาชีพของกรุงเทพฯ (หนองจอก) พร้อมกับทำเป็นศูนย์การฝึกอาชีพของคนพิการทุกประเภทด้วย ซึ่งคาดว่าจะทำการเรียนการสอนได้ในเร็ววันนี้ 

 

นายสกลธี กล่าวว่า โมเดล Smart Farming นี้ผมจะต่อยอดไปสู่การสนับสนุนให้ชาวกรุงเทพฯ นำความรู้เรื่อง Smart Farming ไปใช้ในการปลูกพืชผักในพื้นที่ของตัวเอง อาจจะเป็นสวนหลังบ้าน ระเบียงบ้าน หรือในลานจอดรถ เพื่อสร้างรายได้จุนเจือครอบครัว เน้นปลูกผักไฮโดรโปนิกส์หลายชนิด

รวมถึงพืชผักที่มีราคาดีอย่าง โรสแมรี่ ออริกาโน่ ผักเคล เห็ด ชาทาร์รากอน โดยมีฝ่ายพัฒนาชุมชนของกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต ให้การสนับสนุนช่วยเหลือ ทั้งการให้ความรู้ สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ และหาช่องทางการจำหน่ายให้ เป็นการให้ให้ทุกบ้านสามารถทำการเกษตรเป็นอาชีพ ทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริมได้อย่างครบวงจร

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ชัชชาติ" ผุดไอเดียรถเมล์ กทม. มั่นใจแก้ทางม้าลาย-ทางเท้าได้ทันที

"อัศวิน" เดินหน้าพัฒนาชุมขนเข็มแข็ง หนุนเศรษฐกิจฐานราก

ตัดสิทธิผู้รับสมัครรับเลือกตั้ง "ผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก." 4 คน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง