ชี้รอยแผล "ฉลามหัวบาตร" กัดเด็กชาย 8 ขวบหาดกมลา

สิ่งแวดล้อม
17:56
จำนวนผู้ชม 1,158
ชี้รอยแผล "ฉลามหัวบาตร" กัดเด็กชาย 8 ขวบหาดกมลา
นักวิชาการสัตว์ทะเล ทช.-ผู้เชี่ยวชาญ ชี้ฉลามหัวบาตร กัดเด็กลูกครึ่งไทย-ยูเครน ขณะเล่นน้ำบริเวณหาดกมลา จ.ภูเก็ต เย็บ 33 เข็ม ระบุไม่ใช่ปลาสาก ตามที่เด็กเข้าใจ เนื่องจากบาดแผลมีรอยฟันบน-ฟันล่าง บ่งชี้ถูกฉลามงับ เจ้าตัวเล่านาทีต่อสู้ ใช้หมัดชกสู้จนเลือดสาด
ผมรู้สึกเจ็บขา และเห็นเงาดำวับๆ และพุ่งกัดผม เพราะถ้าเป็นปลาอื่นจะไม่งับ เพราะว่าตรงขามันงับ และฟันล่างของปลาจะคม ตอนที่โดนกัดกำลังว่ายน้ำ รู้ตัวอีกทีเข้าใกล้แล้ว

ด.ช.ณภัทร คริสแตลโกล หรือน้องอเล็กซ์ วัย 8 ขวบลูกครึ่งไทย-ยูเครน ถูกสัตว์ในทะเลกัด เล่าเหตุการณ์ขณะลงเล่นน้ำบริเวณชายหาดกมลา ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา และถูกสัตว์ในทะเลกัด ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาขวาส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่ด.ช.ณภัทร มั่นใจว่าปลาที่จู่โจมเป็นแค่ปลาสาก

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ต่อสู้กับปลาหรือไม่ ด.ช.ณภัทร กล่าวว่า หลังจากเห็นเป็นเงาดำๆ พุ่งเข้ามาจึงได้สู้อยู่ 1 นาที โดยใช้มือต่อยเข้าไปที่จมูกและตาของปลา รวมทั้งตีไปที่ลำตัว ตอนนั้นคิดว่าน่าจะเป็นปลาสาก เพราะฟันด้านล่างของปลาสากจะคม ตัวจะมีสีดำอยู่ใต้น้ำ ต่างจากฉลามที่มีตัวใหญ่ และหากเข้ามากัดก็น่าจะรู้ตัวก่อน

ภาพประกอบข่าว ชี้รอยแผล

 

ด.ช.ณภัทร กล่าวอีกว่า เหตุที่เชื่อว่าเป็นปลาสาก เพราะเคยเห็น และจับตัวปลาสากมาก่อน ตอนที่เอามือฟาดมันไปมีความรู้สึกว่าผิวหนัง เหมือนกับปลาสากที่เคยจับ แต่ก็ไม่ชัดนัก เนื่องเจ็บขามาก จึงรีบว่ายน้ำเข้าฝั่ง

ก่อนที่มันจะพุ่งมาชนที่หลังของอีกครั้ง จึงเอามือฟาดเข้าไปจนเลือดมันออก และตนก็รีบว่ายน้ำเข้าฝั่ง เพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่อยู่บนฝั่ง

ตอนแรกไม่มีใครเชื่อกระทั่งเห็นเลือดที่ขา ก็รีบน้ำตัวไปโรงพยาบาลทำแผลเย็บไป 33 เข็ม หลังจากนี้ก็จะคงเล่นน้ำตามปกติ ไม่ได้กลัวแต่อย่างไรแต่มีโมโหบ้างที่ถูกปลากัด

ภาพประกอบข่าว ชี้รอยแผล

รองผู้ว่าฯภูเก็ตเข้าเยี่ยม-ปักป้ายเตือนนักท่องเที่ยว 

ขณะที่วันนี้ (2 พ.ค.) นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมนายก้องเกียรติกิตติวัฒนาวงศ์ ผอ.ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลภาคใต้ตอนบน (อันดามัน) ตัวแทนจากประมงจังหวัดภูเก็ตตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ตเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต(TAC) และนายเดวิด มาร์ติน ชาวฝรั่งเศส ช่างภาพใต้น้ำ ละผู้เชี่ยวชาญฉลามกลุ่มอนุรักษ์ OceonForAll ได้ร่วมพูดคุยกับเด็กชายอเล็กซ์ และครอบครัว 

นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดบริเวณชายหาดกมลา หน้าสถานีตำรวจภูธรกมลาห่างจากชายฝั่งไปป 100เมตร มีระดับน้ำลึกประมาณ 1 เมตร ในส่วนของบาดแผล จากการพูดคุยกับผอ.ศูนย์วิจัยฯ และผู้เชี่ยวชาญรวมผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ มีการวินิจฉัยว่าสัตว์ทะเลที่กัดขามี 2 ชนิด คือฉลาม และปลาสาก

น้องที่ถูกกัดคิดว่าเป็นปลาสาก แต่ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบยืนยันว่าไม่ใช่ปลาสาก แต่เป็นฉลาม จากนี้จะติดป้ายเตือนให้ระวังในการลงเล่นน้ำบริเวณดังกล่าว และให้มีไลฟ์การ์ด คอยดูแลการลงเล่นน้ำของนักท่องเที่ยว 
ภาพประกอบข่าว ชี้รอยแผล

นักวิชาการด้านสัตว์ทะเลชี้บาดแผลฉลามกัด

ขณะที่ นายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผอ.ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลภาคใต้ตอนบน(อันดามัน) กล่าวว่า สาเหตุที่มั่นใจว่าบาดแผล เกิดจากถูกฉลามกัดว่าได้มีการวินิจฉัยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านฉลาม และดูร่องรอยของบาดแผล จึงตัดปลาสากออกไป เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่ใช่แหล่งหากินของปลาสาก

รวมถึงร่องรอยของบาดแผลที่สำคัญที่บ่งบอกว่าเป็นฉลามคือมีร่องรอยของฟันบน และฟันล่างตรงบาดแผลที่ขาขวา ซึ่งเป็นลักษณะของมีคมทั้ง 2 ด้านเป็นการงับทั้งฟันบน และฟันล่าง

ประกอบกับจุดเกิดเป็นเซิร์ฟโซน ซึงปกติฉลามจะหากินบริเวณนี้อยู่แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากตัวของฉลาม เห็นมีการเคลื่อนไหวบริเวณที่น้ำขุ่น และเข้าทดสอบดูว่าใช่อาหารหรือไม่ แต่เมื่อกัดลงไปแล้วพบว่าไม่ใช่ ก็ไม่มีการโจมตีซ้ำ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดน้อยครั้งมาก

เบื้องต้นสงสัยฉลามอยู่ 2 ชนิดคือฉลามหัวบาตร หรือ BlueShark กับฉลามครีบดำ แต่ให้น้ำหนักไปทางฉลามหัวบาตรมากกว่าทั้งนี้ยังไม่ยืนยันว่าชนิดใดกันแน่

 

ภาพประกอบข่าว ชี้รอยแผล