"โอฬาร" มองเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.วัดพลังกลุ่มการเมือง

การเมือง
21 พ.ค. 65
07:00
393
Logo Thai PBS
"โอฬาร" มองเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.วัดพลังกลุ่มการเมือง
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
อาจารย์รัฐศาสตร์ ม.บูรพา มองว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.จะทำให้เห็นว่า กลุ่มการเมืองหลากหลายกลุ่มในกรุงเทพฯ มีจำนวนเท่าไหร่ และในพื้นที่กรุงเทพฯ มีกลุ่มการเมืองฝั่งไหนมากที่สุด

วันนี้ (20 พ.ค.2565) นายโอฬาร ถิ่นบางเตียว ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่า จากการประเมินจากโพลและการเก็บข้อมูลเอง เชื่อว่าคะแนนจะไม่พลิกโผไปมากกว่านี้ ผู้ที่มีคะแนนนิยมนำอยู่ จะคว้าชัยชนะได้ ซึ่งยุทธศาสตร์ "ไม่เลือกเรา เขามาแน่" ใช้ไม่ได้แล้วในยุคปัจจุบันที่มีกลุ่มย่อยหลากหลายกลุ่ม

การเลือกตั้งเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เป็นการสู้ 2 ขั้วชัดเจน 1 ต่อ 1 ระหว่าง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร กับ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ แต่ครั้งนี้ แม้จะยังมี 2 ขั้วเหมือนเดิม แต่ขั้วหนึ่งแตกตัวเองออกเป็น 4 กลุ่มย่อย คิดว่ายุทธศาสตร์ดังกล่าวเหล่าบรรดาแกนนำน่าจะไม่ร่วมด้วย

นายโอฬาร ระบุว่า การเลือกผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้ สะท้อนถึงภาพความขัดแย้งในการเมืองไทยได้อย่างชัดเจน คือแบ่งออกเป็น 2 ขั้วใหญ่ และใน 2 ขั้วนี้ ยังแบ่งออกเป็น 6 กลุ่มย่อยที่สะท้อนกลุ่มพลังทางการเมืองต่าง ๆ

ทั้งฝ่ายประชาธิปไตย หรือ ฝ่ายเสรีนิยม อย่างเพื่อไทย กับ ก้าวไกล หรือ กลุ่มชัชชาติ กลุ่มวิโรจน์ ขณะที่กลุ่มอนุรักษ์นิยม คือ ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ กปปส. และพันธมิตร

ความน่าสนใจของการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่เป็นตัวแทนของพลังทางการเมืองของกลุ่มต่าง ๆ ข้างต้น มันเป็นการพิสูจน์ว่า ปัจจุบันแต่ละกลุ่มนั้น มีคะแนนจริง ๆ แค่ไหนอย่างไร ซึ่งคะแนนที่ออกมาก็จะมีผลกับการเลือกตั้งทั่วไป

การเลือกตั้งท้องถิ่น เป็นรากฐานสำคัญในการสร้างการเมืองระดับชาติ ตามหลักการแล้วเป็นการฝึกให้นักการเมืองท้องถิ่นคิดแก้ปัญหาในเชิงนโยบายสำหรับประชาชน เมื่อเข้าใจกระบวนการทำงานในท้องถิ่นแล้ว เมื่อต้องทำงานระดับชาติก็จะทำงานสอดคล้องกันได้ง่ายขึ้น

กลยุทธ์ "เพื่อไทย" หวังผลเลือกตั้งทั่วไป

นายโอฬาร วิเคราะห์การลงสมัคร ส.ก.ของพรรคเพื่อไทยว่า พรรคเพื่อไทยมีบทเรียนบางอย่างกับสังคมกรุงเทพฯ พรรคนี้ถูกลากโยงในเงื่อนไขความขัดแย้งมาโดยตลอด ด้วยภาพจำแบบนี้ ทำให้พรรคต้องประเมินอยู่ตลอดเวลากับสถานการณ์ความรู้สึกกับคนกรุงเทพฯ ดังนั้น ส.ก.เพื่อไทยจึงต้องประเมินและวัดดวงอีกรอบว่า ขณะนี้ความเป็นเพื่อไทยขายในกรุงเทพฯ ได้หรือยัง และภาพจำเดิม ๆ เลือนลางไปหรือยัง

สำหรับ "อุ๊งอิ๊ง" แพทองธาร ชินวัตร ที่ลงพื้นที่ช่วย ส.ก.หาเสียง รศ.โอฬาร มองว่า เป็นการประเมินคะแนนนิยมของพรรคและเป็นการวางยุทธศาสตร์เพื่อเตรียมพร้อมเลือกตั้งครั้งหน้า อีกทั้ง ยังเป็นจุดเติมเต็มให้กับคนรุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบแนวทางของเพื่อไทย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง