ล้วงลึก "ชัชชาติ" หลังชนะเลือกตั้ง ลงพื้นที่ 5 วันติดเผชิญหลากปัญหาคนกรุง

การเมือง
14:57
จำนวนผู้ชม 1,524
ล้วงลึก "ชัชชาติ" หลังชนะเลือกตั้ง ลงพื้นที่ 5 วันติดเผชิญหลากปัญหาคนกรุง
ล้วงลึก "ชัชชาติ" หลังชนะเลือกตั้ง ลงพื้นที่ 5 วันติดเผชิญหลากปัญหาชีวิตจริง ย้ำเป้าหมายเปลี่ยนกรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่ได้สำหรับทุกคน แนะ ผอ.เขต-ขรก.ควรอ่านนโยบาย 200 บวก ให้ถ่องแท้

ไทยพีบีเอส สัมภาษณ์ "ชัชชาติ สิทธิ์พันธุ์" เจาะแนวคิดการทำงาน หลังชนะเลือกตั้ง และลงพื้นที่ไปตามสถานที่ต่าง ๆ มาแล้วช่วง 5 วันที่ผ่านมา (23 - 27 พ.ค.2565) โดยเฉพาะการต้องทำงานกับข้าราชการ และ บุคลากร กทม.รวมถึงหลากหลายปัญหาในกรุงเทพฯ ที่สะสมนานหลายปี

ภาพประกอบข่าว ล้วงลึก

 

ช่วงหาเสียง กับ หลังรู้ผลเลือกตั้ง จนถึงวันนี้ ได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. มีความแตกต่างกันอย่างไร ?

ชัชชาติ : แตกต่างกันนะ มาถึงวันนี้ ผมมั่นใจขึ้นว่า เรามาถูกทาง ช่วงแรก เรายังไม่ได้สัมผัสกับประชาชน ยังไม่ได้สัมผัสกับข้าราชการ นโยบายเรายังไม่ได้ถูกอ่านอย่างกว้างขวาง ก็ยังไม่ค่อยมั่นใจ

ภาพประกอบข่าว ล้วงลึก

 

แต่ขณะนี้ได้เริ่มลงพื้นที่ต่อเนื่อง (หลังผลเลือกตั้งจบ) ได้เห็น ได้ยิน คนเริ่มอ่านนโยบายของเรา กลายเป็นเหมือนคนพูดถึงเยอะเลย ทำได้จริงหรือเปล่า เฮ้ย โม้หรือเปล่า อันนี้แหละคือสิ่งที่คิดว่า เรามาถูกทาง คือ ถ้าไม่ดีจริง ผมคิดว่า ไม่มีใครมาอ่าน ไม่มีใครสนใจหรอก คิดว่ามาถูกทาง มั่นใจว่าวิธีนี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม และจะเห็นว่านโยบายเรา ซึ่งหลายคนที่ให้ความเห็นไว้ อาจจะยังไม่ได้อ่านละเอียด

ภาพประกอบข่าว ล้วงลึก

 

ถ้าลองได้อ่านละเอียดผมเชื่อว่า ไม่ใช่นโนบายที่หรูหราเพ้อฝันนะ มันเป็นเรื่องง่าย ๆ เช่น อาหารกลางวันเด็กต้องมีคุณภาพ, การเรียนต้องเรียนฟรีจริง ๆ โครงการแพงสุดก็คือ เรื่องการใช้เทคโนโลยีมาช่วยดูแลการจราจร ประมาณ 3,000 ล้านบาท อย่างเรื่องอื่น ๆ ก็เช่น การเปิดโรงเรียนวันเสาร์- อาทิตย์ ให้เด็กทำกิจกรรมได้ ก็แทบไม่ได้ใช้เงินเลย นอกจากการจ่ายค่าล่วงเวลาของครู ฯลฯ 

ถ้าใครไม่ได้อ่านนโยบาย ก็อาจจะว่า มันโม้ แต่จริง ๆ นโยบายเราถือว่าทำได้จริง

มาวันนี้ คิดว่าเรื่องอะไรทำยากที่สุด ที่มองเห็น ?

ชัชชาติ : ผมว่าเรื่องทุจริตคอรัปชัน ที่มันฝังรากลึกและเป็นเรื่องของคน ซึ่งหากเข้าไปทำงานแล้วจริง ๆ ต้องเชิญองค์กรต่อต้านคอรัปชันมาคุยเลย ผมอาจจะไปหาที่องค์กรฯเอง เดี๋ยวขอพิจารณารูปแบบอีกครั้งก่อน แต่ต้องขอให้มาช่วยระงับเรื่องทุจริต เพิ่มเรื่องความโปร่งใสให้เรา

ผมว่าหัวใจคือการเอาคนนอกเข้ามาช่วยดูตรวจสอบการทำงานของ กทม.ด้วย ต้องมีข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ที่เข้าไปร่วมในการจัดซื้อจัดจ้างใหญ่ ๆ ต้องฉายไฟสปอร์ตไลต์ เข้าไปที่ บ.กรุงเทพธนาคม เพื่อให้เห็นความโปร่งใส เพราะว่าเป็นหน่วยของ กทม.ที่ใช้เงินจำนวนมาก

ผมว่าตรงนี้มีแนวทางต้องเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจับ เพราะฉะนั้นในช่วง 2 สัปดาห์แรก ( หลังเป็นผู้ว่าฯ กทม.เป็นทางการ) การทำงานจะเป็นช่วงการเดินสายหาพันธมิตร ทั้งเรื่องคอรัปชัน, กสทช.ที่ต้องคุยกันระบบนำสายไฟฟ้า-เคเบิลลงใต้ดิน, ซึ่งต้องพูดคุยกับกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ทางหลวงพิเศษ และ รถไฟฟ้ามหานคร (รฟม.) เรื่องการนำพื้นที่ดินไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้นในกรุงเทพฯ ซึ่งจะไปขอให้เขาจับมือร่วมไปกับเรา

ภาพประกอบข่าว ล้วงลึก

 

วางแผนการทำงานกับบุคลากรทั้ง 50 เขตของ กทม.ไว้อย่างไร

ชัชชาติ : ต้องคุยกันเรื่องนโยบายรายเขตมาร่วมกัน นอกเหนือจากนโยบายภาพรวม หลังจากนั้นต้องปรับนโยบายให้สอดคล้องกับความเห็นของข้าราชการ และเริ่มไปพูดคุยรายเขต

ภาพประกอบข่าว ล้วงลึก

 


จะใช้วิธีเชิญประชุมที่ศาลาว่าการ หรือ สัญจรไปทุกเขต ?


ชัชชาติ : การสัญจรก็มีข้อดีเพราะจะได้เห็นว่าสภาพพื้นที่ปัญหาแต่ละเขตเป็นอย่างไร การดูแลเป็นอย่างไร การสาธารณสุข ชุมชนเป็นอย่างไร

ภาพประกอบข่าว ล้วงลึก

 

ถ้าเราอยู่ที่ศูนย์กลางแล้วใช้วิธีการออนไลน์มา ก็จะไม่เห็นภาพชีวิตจริง อาจได้เห็นบรรยากาศและอาจจะได้เจอข้าราชการที่ไม่ใช่ระดับหัวหน้า เจอระดับปฎิบัติการ หรือ กลุ่มลูกจ้าง เพราะจริง ๆ แล้วบางทีข้อมูลก็จะไหลมาจากระดับลูกน้องได้เหมือนกัน

อยากปิดห้องคุยโดยที่ ผอ.เขต ไม่ต้องเข้า เชิญแต่ลูกน้องเข้า ให้คุยกันได้เต็มที่ Free Speech กันเต็มที่ ผมว่าเราสบาย ๆ แต่ ผอ.เขต ต้องไม่เครียดนะ สบาย ๆ ผมว่าเราใช้หลักบริหารแบบนี้เข้ามาร่วมด้วย

 

นโยบายหลักและนโยบายเส้นเลือดฝอยจะสื่อสารให้ ผอ.เขตและบุคลากร กทม. เข้าใจได้อย่างไร ?


ชัชชาติ : ไม่ยากครับ ไม่ยาก อยากให้ ผอ.เขต อ่านทุกเรื่อง ทั้ง 200 เรื่อง และนโยบายเส้นเลือดฝอยตามแต่ละชุมชนไม่ยากแต่ขอให้ใส่ใจในการอ่าน

ภาพประกอบข่าว ล้วงลึก

 

เราเสียเวลาเล่นไลน์มากกว่านี้อีก แล้วเรื่องไหนที่มันแตะหน้าที่เราก็จับขยี้เรื่องนั้นมากหน่อย เช่น ถ้าพูดเรื่องศูนย์สาธารณสุข ผอ.เขต อาจจะไม่ได้มีผลมาก เพราะเป็นเรื่องของทีมแพทย์สาธารณสุข กทม.เป็นหลัก

ภาพประกอบข่าว ล้วงลึก

 

แต่ถ้าผมบอกว่าเรื่องปลูกต้นไม้ล้านต้น ท่าน ผอ.เขตก็ต้องไปดูแล้ว ไปหาที่ปลูกต้นไม้ อันนี้เป็นเรื่องของ ผอ.เขตโดยตรง หรือ เรื่องบริหารจัดการพื้นที่หาบเร่แผงลอยและที่ทำกิน ผอ.เขตก็ต้องไปดูแล้วว่า จะมีจุดไหนทำได้บ้าง

ผมว่าอ่านนโยบายให้สบาย ๆ ให้สนุก เพราะเราไม่ได้มาแต่นโยบาย แต่บอกด้วยว่า ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร อะไรคือแนวคิดนโยบายหลัก Guiding Policy, Action Plan แผนการปฏิบัติงานคืออะไร

ภาพประกอบข่าว ล้วงลึก

 

ผมคิดว่าท่านอ่านไปก่อน บางเรื่องที่เกี่ยวกับท่าน ก็ติ๊กไว้ แต่เรื่องอื่นก็ต้องรู้ไว้ เพราะมันอาจเกี่ยวข้องกับหลายสำนักงาน หรือ หลายเขต ก็ต้องรู้ไว้ แต่ผมไม่ได้บังคับให้อ่านนะ แต่ผมเชื่อว่าถ้าสุดท้ายแล้ว ผู้บริหารมาพร้อมคำตอบอันนี้ไม่ดี คำตอบแบบแข็งไม่ดี

ท่าน ผอ.เขต ต้องช่วยตอบสนองว่า เฮ้ยมันต้องปรับปรุงอะไรหรือไม่ นโยบายที่ให้ไปท่านเห็นว่ามีเรื่องอะไรที่ทำไม่ได้ มีข้อจำกัดตรงไหนต้องบอกมา อยากให้เป็นการสื่อสาร 2 ทาง ไม่ใช่ ครับ ๆ ๆ อย่างเดียว หรือ บังคับให้เอานโยบายเราไปทำ แต่อยากขอฟีดแบ็กขอตอบว่า อยากให้ปรับตรงไหน หรือ ควรจะเพิ่มอะไร จะเป็น 300 นโยบายก็ได้ ถ้าอยากทำ ผมก็ให้ เราต้องคุยกันเพื่อให้เกิดจุดร่วมกัน

แต่จริง ๆ แล้วยืนยันว่า ดีใจมากที่ประกาศนโยบายไว้ 200+ เพราะถ้ามีแค่ 10 นโยบาย ทาง ผอ.เขต จะเหงาเลย เพราะจะมีคนที่ไม่มีนโยบายไปเกี่ยวกับเขา กทม.เรามี 16 สำนัก และยังมีอีก 50 เขต ประชากร 5-6 ล้านคน การจะขับเคลื่อนได้ มันไม่มีทางที่จะขับเคลื่อนได้ด้วยนโยบายไม่กี่นโยบาย จริง ๆ 200 นโยบาย ผมว่ายังน้อยเกินไปด้วย

ภาพประกอบข่าว ล้วงลึก

 

อย่างวันก่อนถูกถามมาว่า ไม่มีนโยบายเรื่องยาเสพติดหรือ ก็เออเราเอะใจว่าไม่ได้เขียน แต่เราก็เขียนไว้ในมิติอื่น เช่น จัดลานกีฬา เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็ก ผมว่านี่คือความสวยงามของการมีแผนที่ละเอียดและเราไม่ได้ต้องรอเวลาฮันนีมูน

ช่วงหาเสียง อ.ชัชชาติ บอกว่า มีความสนุกอีกแบบ มาถึงวันนี้ ได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. ได้เจอปัญหาที่ต้องแก้ของจริง ยังมีความสนุกมากกว่าหรือไม่


ชัชชาติ : ตอนหาเสียงก็ว่าสนุกแล้ว ตอนนี้ เห็นแล้วว่าน่าจะสนุกกว่า เพราะมีคนร่วมเดินทางไปกับเรามากขึ้น หลายคนรู้สึกว่าชีวิตมีความหวัง เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตเขาและหวังว่านโยบายเหล่านี้จะเปลี่ยนชีวิตพวกเขาให้ดีขึ้นได้ ผมว่าพลังนี้สำคัญนะ เช่น ถ้าจะขอให้ช่วยกันปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น

ภาพประกอบข่าว ล้วงลึก

 

จากคนที่เขาโหวตคะแนนให้เรา คนละต้น ก็จะได้ต้นไม้เกือบ 1.4 ล้านต้นแล้ว ใช่ไหม เราจะมีพลังที่จะมาช่วยกันแก้ปัญหา หลาย ๆ คนที่เราเจอ เขาบอกพร้อมที่จะไปกับเรา เป็นมิติใหม่ ผมก็ไม่รู้ ไม่ได้สนใจว่าคน ๆ นั้นพรรคอะไร ที่สนใจคือ คนกรุงเทพฯ ที่จะช่วยกันสร้างเมือง ให้ กรุงเทพฯเป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคนได้จริง ๆ

หลังจากลงหลายพื้นที่ต่อเนื่องมา 5 วัน ในฐานะ ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม.เต็มตัว มองเห็นปรากฏการณ์สำคัญอะไร ?

ชัชชาติ : ผมว่าข้าราชการ กทม. มีความตั้งใจที่อยากแก้ปัญหา ถ้าเราให้ทิศทางเขา ผมว่าทุกคนพร้อมที่จะร่วมมือกัน ชุมชนเองผมว่าทุกคนก็อยากมีพลังที่อยากจะทำเมืองให้ดีขึ้น

ทุกคนเองไม่ได้โกรธแค้นอะไร เพียงแต่เขามากับปัญหา แต่เขาก็พร้อมที่จะร่วมมือเพื่อให้ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งเพื่อคำตอบของเมืองน่าอยู่ นี่คือสิ่งที่ดี

ภาพประกอบข่าว ล้วงลึก

 

ผมคิดว่าปัญหาหลายอย่างไม่ได้ยากที่จะแก้ไข และการลงพื้นที่ก็ไม่ได้หนักใจอะไร คิดว่าช่วยกันทำได้ สื่อสารได้ดี สุดท้ายเราจะเดินไปด้วยกันได้ และไม่มีความขัดแย้งเรื่องพรรคหรืออะไรทุกคนก็มาช่วยกัน

เราบอบช้ำจากความขัดแย้งทะเลาะกันมาเยอะแล้ว มันถึงเวลาที่เราต้องเดินไปด้วยกัน เราต้องเคารพ ส.ก. เพราะเป็นคนที่ประชาชนเลือกมาเหมือนกัน และ ส.ก.เองก็ต้องฟังเราเหมือนกัน เพราะเราก็เป็นคนที่ประชาชนเลือกมาเหมือนกัน ต่างคนต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน

เราเองก็ต้องให้เกียรติ ท่าน ผอ.เขต แต่ละเขต ทั้ง 50 เขต เพราะเป็นข้าราชการที่อยู่ในพื้นที่ ทางสำนักงานเขตข้าราชการบุคลากร ก็ต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้ชุมชน แก้ปัญหาให้เร่งด่วน ชุมชนเองก็ต้องเชื่อใจไว้ใจคนของเขต และต้องช่วยกันดูแลชุมชน ดูแลหน้าบ้านของตัวเองด้วย จะมาหวังให้เขตทำทุกเรื่องแล้วไม่ช่วยกันก็ไม่ได้

ภาพประกอบข่าว ล้วงลึก

 

ผมว่าเราให้เกียรติและทำงานร่วมกัน ผมก็สนุกกับการทำงาน ดูมีความหวังที่จะทำให้กรุงเทพฯ เปลี่ยนไปได้จริง และมันต้องใช้ 3 ประสาน คือ ผู้บริหาร - ข้าราชการ และชุมชนร่วมกัน ผมว่าเราเปลี่ยนกรุงเทพฯ ได้