สธ.พบป่วย "ฝีดาษลิง" 1 คนต่อเครื่องในไทย สัมผัสเสี่ยง 12 คน

สังคม
13:32
จำนวนผู้ชม 3,150
สธ.พบป่วย "ฝีดาษลิง" 1 คนต่อเครื่องในไทย สัมผัสเสี่ยง 12  คน
สธ.พบชาวต่างชาติเดินทางจากยุโรป แวะต่อเครื่องไปออสเตรเลียติดเชื้อฝีดาษลิง 1 คนใช้เวลาอยู่ในไทย 2 ชม. ติดตาม 12 คนกลุ่มเสี่ยง ส่วน 5 คนต้องสงสัยสรุปเป็นเริม ขณะที่ทั่วโลกพบติดเชื้อ 32 ประเทศ พบผู้ป่วยยืนยัน 406 คน และผู้ป่วยสงสัย 88 คน 494 คน

วันนี้ (30 พ.ค.2565) นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผอ.กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์และแนวทางในการเฝ้าระวัง โรคฝีดาษลิงในประเทศไทยว่า ขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยยืนยันในไทย แต่พบมีชาวต่างชาติ 1 คน ที่บินมาจากประเทศทางยุโรป โดยเดินทางเข้ามาและแวะพักเครื่องระหว่างทางในประเทศไทย หรือทรานซิท ประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อต่อไปยังประเทศออสเตรเลีย โดยขณะนั้นยังไม่มีอาการ แต่ไปพบอาการที่ออสเตรเลียและผลตรวจเป็นโรคฝีดาษลิง

ขณะนี้ได้เฝ้าระวังผู้โดยสารและลูกเรือ 12 คน ซึ่งติดตามอาการแล้ว 7 วัน ยังไม่มีอาการ ต้องติดตามต่อให้ครบ 21 วัน

นพ.จักรรัฐ กล่าวว่า สำหรับการเตรียมพร้อมรับมือเน้นเฝ้าระวังโรคฝีดาษลิง ผู้เดินทางเข้าประเทศ โดยเฉพาะคนที่มาจากประเทศที่มีพบการติดเชื้อ เช่น ไนจีเรีย อังกฤษ แคนาดา สเปน และโปรตุเกส

เปิด 5 เคสผู้ป่วยติดเชื้อโรคเริม

นพ.จักรรัฐ กล่าวถึงกรณีนักท่องเที่ยวต่างชาติมีผื่นและตุ่มหนอง เข้าเกณฑ์ตามนิยามผู้ป่วยสงสัยโรคฝีดาษลิงในไทย จำนวน 3 คน ดังนี้ รายที่ 1 เพศชาย ชาวไอร์แลนด์อายุ 30 ปี อาชีพแพทย์ วันที่ 21 พ.ค.เริ่มมีผื่นที่แขนซ้าย อีก 2 วันถัดมาเริ่มมีไข้ 38.9 รับยาคลินิกเอกชน จ.ภูเก็ต

ขณะที่รายที่ 2 เพศชาย อายุ 27 ปี อาชีพนักแสดง วันที่ 21 พ.ค. เริ่มมีผื่นที่หลังด้านขวาและคอ รับประทานยา อาการไม่ดีขึ้น และรายที่ 3 เพศชาย อายุ 20 ปี นักศึกษา วันที่ 22 พ.ค.เริ่มมีผื่นที่รักแร้ซ้าย รับประทานยา อาการไม่ดีขึ้น โดยทั้ง 3 คนเป็นพี่น้องกัน เดินทางมา จ.ภูเก็ต ยังไม่มีประวัติใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อฝีดาษลิง

และอีก 2 รายที่มีอาการใกล้เคียงกัน เข้ามาเรียนมวยไทยที่ จ.ภูเก็ต ผลจากการเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อเป็นโรคเริม ชนิดติดต่อทางผิวหนัง ไม่ใช่ฝีดาษลิง ซึ่งน่าจะติดต่อจากการใช้อุปกรณ์ร่วมกัน

ภาพประกอบข่าว สธ.พบป่วย

 

แนวทางเฝ้าระวังโรค-จัดการผู้ป่วยฝีดาษลิง

สำหรับแนวทางการเฝ้าระวังโรคฝีดาษลิงในไทย นิยามผู้ป่วยสงสัยจะมีอาการ ดังนี้ มีผื่นกระจายตามใบหน้า ลำตัว ลักษณะเป็นตุ่มนูน ตุ่มน้ำใส ตุ่มหนอง ตุ่มตกสะเก็ด โดยผู้ที่ป่วยสงสัยต้องมีประวัติเชื่อมโยงภายใน 21 วัน มีประวัติเดินทางมาจากประเทศที่มีการรายงานการระบาดของโรคฝีดาษลิง ภายในประเทศที่มีการระบาด รวมถึงมีประวัติร่วมกิจกรรมในงานที่พบผู้ป่วยฝีดาษลิง และมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับประเภทสัตว์ฟันแทะ ลิง หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนำเข้าจากทวีปแอฟริกา

และนิยามผู้ป่วยเข้าข่ายโรคฝีดาษลิง ที่มีประวัติใกล้ชิดสัมผัสผู้ป่วย มีดังนี้ สัมผัสผิวหนังผู้ป่วยโดยตรง หรือสัมผัสสิ่งของที่อาจมีเชื้อปนเปื้อนของผู้ป่วย รวมทั้งเสื้อผ้าผู้ป่วย ผู้สัมผัสร่วมบ้าน ที่อาศัยอยู่ในห้องเดียวกันกับผู้ป่วย และอยู่ใกล้ชิดกัน

สำหรับแนวทางจัดการผู้ป่วย ผู้ป่วยสงสัยและเข้าข่ายโรคฝีดาษลิง ต้องตรวจเชื้อตามแนวทางที่กำหนด รับการรักษา ตรวจสอบประวัติเสี่ยง สอบสวนโรคและพิจารณาแยกกัก จนกว่าจะตรวจเชื้อไม่พบ ส่วนผู้ป่วยยืนยันโรคฝีดาษวานร จะต้องรับการรักษาและพิจารณาแยกกักตัว 21 วันนับจากวันที่เริ่มป่วย

ภาพประกอบข่าว สธ.พบป่วย

 

ป่วยยืนยันใน 32 ประเทศ 

สำหรับสถานการณ์โรคฝีดาษลิงทั่วโลก ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค.- 29 พ.ค.65 พบผู้ป่วยยืนยัน 406 คน และผู้ป่วยสงสัย 88 คน รวม 494 คน ใน 32 ประเทศ ขณะที่อังกฤษ เยอรมัน สเปน โปรตุเกส แคนาดา เป็น 5 ประเทศที่พบว่ามีผู้ติดเชื้อ 5 อันดับแรกของโลกที่อยู่นอกทวีปแอฟริกา 

ภาพประกอบข่าว สธ.พบป่วย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พบข้อมูล "ฝีดาษลิง 2022" เปลี่ยนแปลงเร็วกว่าไวรัสปกติ 10 เท่า

"ฝีดาษลิง" ลามเพิ่ม WHO ชี้ทั่วโลกติดเชื้อ-ต้องสงสัยกว่า 250 คน