อบต.รางบัว​ โต้เอี่ยวแบคโฮเจาะถังสารเคมีหลังไฟไหม้โรงงาน

สิ่งแวดล้อม
20:50
จำนวนผู้ชม 362
อบต.รางบัว​ โต้เอี่ยวแบคโฮเจาะถังสารเคมีหลังไฟไหม้โรงงาน
อบต.รางบัว​ ยืนยันไม่เกี่ยวข้องปมโรงงานรีไซเคิลขนย้ายกากของเสียไม่เป็นไปตามเงื่อนไข หลังชาวบ้านกังวลภาพรถแบคโฮกดเจาะถังสารเคมี หวั่นรั่วไหลออกนอกโรงงาน พรุ่งนี้กรมควบคุมมลพิษลงพื้นที่เก็บตัวอย่างเพิ่ม

ความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้โรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม แวกซ์ กาเบ็จ จ.ราชบุรี ต่อมามีภาพขณะรถแบคโฮของผู้รับเหมาย้ายถังสารเคมี กดเจาะถังสารเคมี จนชาวบ้านบางส่วนกังวลว่าจะมีสารเคมีตกค้างและกระทบสิ่งแวดล้อม

วันนี้ (29 มิ.ย.2565) นายชัยวัฒน์​ ชาญปรีชา​ ปลัด​ อบต.รางบัว​ อ.​จอมบึง​ จ.ราชบุรี​ ระบุว่า​ เมื่อเกิดเพลิงไหม้​ ทาง​ อบต.มีหน้าที่ส่งรถน้ำเพื่อช่วยควบคุมเพลิงไหม้จนถึงวันที่​ 25​ มิ.ย.ที่ผ่านมา ยืนยันว่า​ ไม่ได้มีการเกี่ยวข้องหรือมีส่วนรู้เห็นกับการเจาะถังกากอุตสาหกรรม หรือขนย้ายออกจากพื้นที่แต่อย่างใด

​เขาอาจจะเขี่ยถังให้พนักงานดับเพลิง​หรือไม่​ เราก็ไม่ทราบ​ แต่เจตนาจะกดถัง​ หรือไม่ได้กด อบต.ไม่ได้รับรู้​ หรือมีส่วนด้วย

สำหรับ​ อบต.รางบัว​ ดำเนินการออกคำสั่งไม่ให้ปล่อยน้ำเสียลงธรรมชาติตามที่​สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 ราชบุรี (สวล.ภาค​ 8) ประสานงานมา​ และแจ้งให้มีการตั้งคันดินป้องกันน้ำไหลและสารเคมีปนเปื้อนออกนอกโรงงาน​ พร้อมแจ้งผู้ประกอบการ​ ซึ่งก็ให้ความร่วมมือ

ภาพประกอบข่าว อบต.รางบัว​ โต้เอี่ยวแบคโฮเจาะถังสารเคมีหลังไฟไหม้โรงงาน

 

ขณะที่วันพรุ่งนี้ (30 มิ.ย.2565) มีรายงานว่า กรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมลงพื้นที่โรงงานดังกล่าว เพื่อเก็บตัวอย่างของดิน และน้ำ ตรวจสอบสารปนเปื้อนอีกครั้ง

โรงงานนี้ประกอบกิจการตั้งแต่ปี​ 2544 และได้ปิดทำการไปแล้วตั้งแต่ปี​ 2561 ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมโรงงานในการควบคุมดูแล​ แต่เมื่อมีเหตุเพลิงไหม้ครั้งล่าสุด​ ทาง​ อบต.น้ำพุ ต้องการให้ สวล.ภาค​ 8​ แนะนำเกี่ยวกับแผนเผชิญเหตุ​กรณีเพลิงไหม้โรงงาน รวมทั้งการเข้าดับเพลิงอย่างเหมาะสม เพื่อความปลอดภัยของชาวบ้านในพื้นที่ในอนาคต​ เนื่องจากที่ผ่านมาพบชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ต้องรักษาพยาบาลจากการระคายเคืองตาและทางเดินหายใจในช่วงเกิดเหตุเพลิงไหม้

ภาพประกอบข่าว อบต.รางบัว​ โต้เอี่ยวแบคโฮเจาะถังสารเคมีหลังไฟไหม้โรงงาน

 

ล่าสุด​เมื่อวันที่​ 28​ มิ.ย.ที่ผ่านมา​ เจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้นำประกาศเรื่องคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการทั้งหมดไปติดไว้บริเวณหน้าโรงงาน​ และให้นำเศษวัสดุจากเพลิงไหม้​ และน้ำที่ใช้ดับเพลิงส่งบำบัด​ กำจัด​ ไม่ให้เกิดการชะล้างไหลออกนอกโรงงานตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม

ตามข้อมูลที่ บริษัท แวกซ์ กาเบ็จ แจ้งต่อกรมควบคุมมลพิษ โรงงานแห่งนี้ มีถังสารเคมี 34,000 ถัง กระจายอยู่ 12 จุดทั่วโรงงาน เช่น ทินเนอร์เกือบ 20,000 ถัง, น้ำมันปนเปื้อน และน้ำเสีย ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบว่า เป็นถังสารเคมีที่มีอยู่เดิม หรือมีการนำเข้ามาเพิ่มเติมภายหลัง

ภาพประกอบข่าว อบต.รางบัว​ โต้เอี่ยวแบคโฮเจาะถังสารเคมีหลังไฟไหม้โรงงาน

 

โรงงานแห่งนี้ มีข้อพิพาทกับชาวบ้านในพื้นที่มาเกือบ 20 ปี ชาวบ้านรอบโรงงาน ร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบทั้งกลิ่นเหม็นและน้ำเสีย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า น้ำใต้ดินในบ่อฝังกลบของโรงงาน อาจจะเป็นที่มาของสารพิษที่ปนเปื้อนในแหล่งน้ำธรรมชาติ จนนำไปสู่การฟ้องร้องคดีสิ่งแวดล้อมแบบกลุ่มครั้งประวัติศาสตร์ และ 2 ปีก่อน ศาลแพ่งตัดสินให้ชาวบ้านชนะคดี ตามมาด้วยคำสั่งให้โรงงานหยุดดำเนินกิจการชั่วคราว