กางฉากทัศน์โควิดปอดอักเสบ-เสียชีวิตพุ่ง ถกศบค.ชุดใหญ่ 19 ส.ค.

สังคม
18:28
จำนวนผู้ชม 19,131
กางฉากทัศน์โควิดปอดอักเสบ-เสียชีวิตพุ่ง ถกศบค.ชุดใหญ่ 19 ส.ค.
ศบค.เปิดฉากทัศน์ป่วยโควิด-19 ใส่ท่อช่วยหายใจ-เสียชีวิตแนวโน้มน่าห่วง กราฟพุ่งเกินฉากทัศน์ แนะฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ส่วนอัตราการครองเตียงทั้งประเทศแค่ 17% ขณะกลุ่มเด็กนักเรียน ติดเชื้อในสถานศึกษาเพียง 5.66% นัดประชุมศบค.ชุดใหญ่ 19 ส.ค.นี้

วันนี้ (4 ส.ค.2565) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงข่าวภายหลังการประชุมศบค.ว่า ตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 2,166 คน ภาพรวมยังทรงตัว ในจำนวนนี้ป่วยหนัก ใส่ท่อช่วยหายใจ 476 คน อาการหนัก 905 คน มีผู้เสียชีวิต 29 คน

ส่วนวัคซีนเข็ม 1 ฉีดจำนวน 57 ล้านคน เข็ม 2 จำนวน 53 ล้านคน และเข็ม 3 ฉีดไป 31 ล้านคน จึงอยากให้มีการฉีดวัคซีนเพิ่มในส่วนของเข็มกระตุ้น เพราะตอนนี้คนที่เจ็บไข้ได้ป่วยอาการหนักหรือไม่หนักจะอยู่ที่วัคซีนเข็มกระตุ้น

นอกจากนี้จะต้องดูเรื่องศักยภาพของโรงพยาบาลสังกัดสาธารณสุข ภาครัฐ และเอกชนอยู่ที่ 17 % ถ้าไม่เกินศักยภาพ ก็ยังสบายใจในระดับหนึ่ง 

ภาพประกอบข่าว กางฉากทัศน์โควิดปอดอักเสบ-เสียชีวิตพุ่ง ถกศบค.ชุดใหญ่ 19 ส.ค.

ปอดอักเสบน่าห่วง-กลุ่มเสี่ยง 608 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า เมื่อดูรายละเอียดแนวโน้มปอดอักเสบ ในรอบ 14 วัน พบว่า มีจำนวนผู้ป่วยใส่ท่อเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนจาก 393 ราย เป็น 476 คน และในช่วงเฉลี่ย 14 วัน มาจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มมากขึ้น ส่วนผู้เสียชีวิต 21 คน เพิ่มมาเป็น 29 คน

ส่วนผู้เสียชีวิต พบว่าอยู่ในกลุ่ม 608 ถึง 97 % หากวิเคราะห์ในจำนวนนี้ผู้เสียชีวิต จะพบว่าเป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นถึง 22 คน

เมื่อดูจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อที่มีการลงทะเบียนแบบ OPSI หรือการตรวจ แบบ ATK แบบเจอ แจก จบ ในสัปดาห์ที่ 30 หรือระหว่าง 24-30 ก.ค. นี้ มีจำนวน 201,554 ราย เฉลี่ยเป็นการติดเชื้อรายวันจะมี 28,793 คน

ดังนั้นคาดการณ์ว่า ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด ในส่วนผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ มีแนวโน้มน่าเป็นห่วง และเพิ่มจำนวนมากขึ้น ดังนั้นกลุ่ม 608 ควรรับวัคซีนเข็มกระตุ้น ส่วนเสียชีวิต ก็แนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

ภาพประกอบข่าว กางฉากทัศน์โควิดปอดอักเสบ-เสียชีวิตพุ่ง ถกศบค.ชุดใหญ่ 19 ส.ค.

ฉากทัศน์คาดการณ์โควิดรายสัปดาห์

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า กรมควบคุมโรคฉายภาพให้เห็น พบว่ารายใหม่ยังอยู่ในเส้นคาดการณ์ (สีเขียว) แต่การใส่ท่อช่วยหายใจไต่ขึ้นไปที่เส้นสีแดง จากเส้นทึบที่เป็นสถานการณ์จริง ตัวเลขกลุ่ม 608 และยังไม่ได้รับวัคซีนแนวโน้มในสัปดาห์ต่อไป และถึงสิ้นปีนี้จะมีตัวเลขเพิ่ม ดังนั้นอยากให้ไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้น

สอดคล้องกับเส้นการเสียชีวิต พบว่ากราฟแตะเส้นประสีแดง เกินฉากทัศน์เสียด้วยซ้ำ ซึ่งแม้แต่รายเดียวเราก็ไม่อยากให้เสียชีวิต
ภาพประกอบข่าว กางฉากทัศน์โควิดปอดอักเสบ-เสียชีวิตพุ่ง ถกศบค.ชุดใหญ่ 19 ส.ค.

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า ส่วนศักยภาพการครองเตียงในสถานพยาบาลทั้งรัฐและเอกชน ไม่ถึง 20 % ส่วนใหญ่ยังอยู่ในกลุ่มสีเขียวเยอะ มีแค่บางพื้นที่ อัตราของเตียงระดับ 3 พบว่า แดงบ้างนิดหน่อย แต่เตียงผู้ป่วยยังสามารถขยายได้

ส่วนยาและเวชภัณฑ์มีเพียงพอ โดยยาโมลนูพิราเวียร์ มีเพียงพอ และการจ่ายยาควรทำโดยแพทย์ โดยรัฐบาลเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ ไม่ควรซื้อยากินเอง เนื่องจากห่วงคุณภาพ และอาจเกิดอันตราย
ภาพประกอบข่าว กางฉากทัศน์โควิดปอดอักเสบ-เสียชีวิตพุ่ง ถกศบค.ชุดใหญ่ 19 ส.ค.

พบนักเรียนติดโควิดจากโรงเรียน 5.66%

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ส่วนการติดเชื้อในสถานศึกษาจากข้อมูลจากกรมอนามัย พบว่า การติดเชื้อผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 18 ปี ในช่วงวันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค.จะมีผู้ป่วยติดเชื้อมากกว่าในช่วงวันที่ 1 เม.ย.-31 ก.ค.นี้ และมีอัตราการติดเชื้อในสถานศึกษาคิดเป็น 10 % และเมื่อมีการสัมภาษณ์การติดเชื้อในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา

จากแบบประเมินพฤติกรรมสุขภาพนักเรียนในสถานการณ์การโควิด-19 ระลอกใหม่ในสถานศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 49,242 คน โดยกรมอนามัย พบว่า นักเรียนติดโควิด ร้อยละ 30.56 ยังไม่เคยติดเชื้อ ร้อยละ 68.53

ทั้งนี้ เมื่อดูมาตราการ 6-7-7 พบว่าได้รับความร่วมมือในส่วนบุคคล และสถานที่เป็นอย่างดี แต่อาจมีข้อจำกัดบางเรื่อง เช่น สังเกตอาการ แต่อย่างการปฎิบัติตามเกณฑ์โควิดฟรีเซ็ตติ้งได้รับความร่วมมือถึง 90 % 

ภาพประกอบข่าว กางฉากทัศน์โควิดปอดอักเสบ-เสียชีวิตพุ่ง ถกศบค.ชุดใหญ่ 19 ส.ค.

 

ส่วนการประเมินการปิดโรงเรียน หลังมีการติดเชื้อในเด็กนักเรียนพบว่าเป็นการติดเชื้อจากอื่นๆ มากที่สุด รองลงมาติดเชื้อจากบุคคลในบ้าน และมีแค่ 5.66 % ที่ติดเชื้อในโรงเรียน

ส่วนอาการป่วยที่พบมากที่สุดในนักเรียน คือ มีไข้ รองลงมาไอ น้ำมูก ปวดตามตัว และหากประเมินว่าเด็กนักเรียน เป็นสาเหตุของการติดเชื้อในครอบครัวหรือไม่ พบว่าเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในครอบครัวแค่ 0.36 %

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. จะเป็นประธานการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในครั้งต่อไปวันที่ 19 ส.ค.นี้ โดยจะนำข้อมูลเข้าพิจารณาและนำไปสู่การปฏิบัติ จึงขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันนำไปดูการดูแลรายบุคคล ชุมชน และสังคม เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าไปได้อย่างดี