จับตา! อดีตผู้นำศรีลังกา "โกตาบายา" ขอเดินทางเข้าไทย

ต่างประเทศ
11 ส.ค. 65
08:04
435
Logo Thai PBS
จับตา! อดีตผู้นำศรีลังกา "โกตาบายา" ขอเดินทางเข้าไทย
อ่านข่าวให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

"โกตาบายา ราจาปักษา" อดีตผู้นำของศรีลังกาขอเดินทางเข้าไทย คาดว่าอาจเดินทางมาถึงในวันนี้ (11 ส.ค.) ขณะที่วิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกายังไม่คลี่คลาย ล่าสุดมีการประกาศขึ้นราคาค่าไฟถึง 264%

เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2565 สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนัก รายงานว่า โกตาบายา ราจาปักษา อดีตประธานาธิบดีศรีลังกา ขอเดินทางเข้าประเทศไทย ซึ่งจะเป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศที่ 2 ที่เป็นจุดหมายของเขา โดยคาดว่าจะเดินทางจากสิงคโปร์เข้าไทยในวันนี้ (11 ส.ค.)

สำนักข่าว AFP รายงานอ้างแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับราจาปักษา ว่า เหตุผลที่ต้องเดินทางออกจากสิงคโปร์ เป็นเพราะวีซ่าหมดอายุในวันที่ 11 ส.ค. ซึ่งอดีตผู้นำศรีลังกายื่นขอต่อวีซ่าแล้ว แต่จนถึงเช้าวันที่ 10 ส.ค.ยังไม่ได้รับการอนุมัติ สอดคล้องกับเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลสิงคโปร์ออกมายืนยันว่าไม่ได้ให้สิทธิพิเศษ หรือความคุ้มกันใดๆ แก่อดีตผู้นำศรีลังกา

ราจาปักษา หลบหนีออกนอกประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางการประท้วงที่รุนแรง โดยเขาและครอบครัวไม่ประสบความสำเร็จในการเข้าใช้สนามบินพลเรือนในขณะนั้น จึงต้องใช้เครื่องบินทหารบินไปลงที่มัลดีฟส์ จากนั้นบินต่อไปยังสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 14 ก.ค. และประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีในเวลาต่อมา กลายเป็นประมุขของศรีลังกาคนแรกที่ลาออกกลางเทอม

ก่อนหน้านี้ รานิล วิกรมสิงเห อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้กลายเป็นประธานาธิบดีศรีลังกา ระบุว่า ราจาปักษายังไม่ควรกลับประเทศในตอนนี้ อีกทั้งยังให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติว่า รัฐบาลชุดก่อนปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวิกฤตเศรษฐกิจ

สำหรับ วิกรมสิงเห ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานาธิบดี เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้วถึง 6 วาระ และอยู่ในการเมืองศรีลังกามากว่า 45 ปี การรับตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งนี้คาดว่าเขาจะนั่งเก้าอี้บริหารประเทศไปจนหมดวาระในเดือน พ.ย.2024

ท่าทีไทยหลัง "โกตาบายา" ขอเข้าประเทศ

นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า การเดินทางเข้าประเทศไทยของอดีตประธานาธิบดีศรีลังกา เป็นการร้องขอจากรัฐบาลศรีลังกาชุดปัจจุบัน โดยไทยพิจารณาคำขอดังกล่าวบนพื้นฐานของความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างไทยกับศรีลังกา

ขณะนี้ยังไม่ทราบระยะเวลาที่อดีตประธานาธิบดีศรีลังกาจะพำนักอยู่ในไทย แต่เป็นผู้ถือหนังสือเดินทางทูต ซึ่งได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราไม่เกิน 90 วัน พร้อมยืนยันว่าการเดินทางมาครั้งนี้เป็นการพำนักชั่วคราว และฝ่ายศรีลังกาแจ้งว่าโกตาบายาไม่มีเจตนาจะขอลี้ภัยทางการเมือง โดยจะเดินทางไปยังประเทศอื่นต่อไป

ขณะที่นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ชี้แจงว่า อดีตประธานาธิบดีศรีลังกาจะสามารถอยู่ในไทยได้ไม่เกิน 90 วัน จะพำนักในโรงแรม บ้านเช่า หรือห้องเช่าได้ทั้งสิ้น โดยยอมรับว่ามีเรื่องหนึ่งที่อาจเป็นประเด็นขึ้นมาได้คือชาวศรีลังกาในไทย พร้อมทั้งย้ำว่าไทยสามารถปฏิเสธการเข้าเมืองได้ในฐานะเจ้าของประเทศ แต่สิ่งสำคัญคือต้องไม่สร้างปัญหาให้กับไทย ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีสิ่งบอกเหตุถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้น

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การอนุญาตให้อดีตประธานาธิบดีศรีลังกาเดินทางเข้าไทยเป็นเรื่องของมนุษยธรรม โดยมีการสัญญาว่าจะขอพำนักอยู่ชั่วคราว ไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่มีการพบปะกันและจะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ

อ่านข่าว : นายกฯ ชี้ช่วยอดีตผู้นำศรีลังกาเพื่อมนุษยธรรม 

ศรีลังกาขึ้นค่าไฟ 264% แก้ขาดทุนสะสม

ส่วนสถานการณ์ในศรีลังกา ชาวศรีลังกายังคงเดินหน้าประท้วงรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งใหม่ และปล่อยตัวผู้ประท้วงที่ถูกจับกุม ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกา ล่าสุดบริษัท Ceylon Electricity Board ซึ่งเป็นบริษัทไฟฟ้าผูกขาดเจ้าเดียวในศรีลังกา ประกาศขึ้นราคาค่าไฟ 264% สำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟในปริมาณน้อย ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟมากกว่าจะเผชิญสัดส่วนราคาที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่า ลดหลั่นกันไป

ดังนั้น ประมาณ 2 ใน 3 ของ 7.8 ล้านครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าเดือนละไม่ถึง 90 กิโลวัตต์ จะได้รับผลกระทบมากที่สุด ปัจจุบันจ่ายค่าไฟอยู่หน่วยละ 2.5 รูปี หรือราว 25 สตางค์ จะเพิ่มขึ้นเป็นหน่วยละ 8 รูปี หรือ 80 สตางค์ เท่ากับค่าไฟขึ้นร่วม 3 เท่าตัว ส่วนบ้านหรือกิจการที่ใช้ไฟมากจะจ่ายแพงขึ้นประมาณ 80%

ความเคลื่อนไหวนี้เป็นความพยายามชดเชยตัวเลขการขาดทุนของบริษัทไฟฟ้าศรีลังกา ซึ่งขาดทุนสะสม 616 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 2.18 หมื่นล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ทางบริษัทขอขึ้นค่าไฟสูงถึง 835% แต่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดเพดานให้ขึ้นได้ 264%

 

อ่านข่าวอื่นๆ

"เอฟบีไอ" บุกค้นเอกสารลับทำเนียบขาวในบ้าน "ทรัมป์"

จีนพบผู้ติดเชื้อ "เลย์วี" ไวรัสชนิดใหม่ติดจากสัตว์สู่คน 35 คน

ไขปริศนา! คางคกไทยรอดตายบิน 6,000 ไมล์ไกลถึงเวลส์

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวสำหรับคุณ

เรื่องที่คุณอาจจะสนใจ