เอาผิดเจ้าของเรือ-ชาวต่างชาติ #ฝรั่งจับปลานกแก้ว

สิ่งแวดล้อม
14:21
จำนวนผู้ชม 688
เอาผิดเจ้าของเรือ-ชาวต่างชาติ #ฝรั่งจับปลานกแก้ว
ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ข้ามคืน #ฝรั่งจับปลานกแก้ว ตามตัวเจ้าของเรือ-คนเรือ" เอวาริน" อยู่ระหว่างการสอบปากคำ ส่วนนักท่องเที่ยวที่ถือปลานกแก้ว ในเกาะพีพีเล พบข้อมูลเช็กเอ้าท์ออกจากพี่พัก 10 ส.ค.ที่ผ่านมา เร่งประสานตม.-ตร.ท่องเที่ยวตามตัว ส่อโดนหลายข้อหา

กรณีคลิปชาวต่างชาติล่าปลานกแก้ว อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณในวงกว้าง วันนี้ (12 ส.ค.2565) ในโลกออนไลน์แฮชแท็กคำว่า ฝรั่งจับปลานกแก้ว ยังติดคำค้นยอดนิยมอันดับหนึ่งในทวิตเตอร์ข้ามวัน

ตามหาบุคคลคนนี้ให้เจอโดยเร็วที่สุด เพื่อที่เขาจะไม่ทำความเสียหายให้กับทรัพยากรของประเทศไทยไปมากกว่านี้ ถ้าจับได้ต้องเนรเทศสถานเดียว

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ประกาศกร้าว พร้อมกับสั่งการให้ นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตรวจสอบประเด็นนี้โดยด่วน

เนื่องจากพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวดังกล่าวจับนั้นอยู่ในเกาะพีพเล เขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ซึ่งมีความผิดทางกฎหมาย และการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศท้องทะเลของไทยเป็นอย่างมาก

นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสออนไลน์ว่า กรมอุทยานฯ ส่งเจ้าหน้าที่เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เกาะพีพี จ.กระบี่แล้ว เพื่อให้ติดตามตัวเจ้าของเรือชื่อเอวาริน คนเรือ ซึ่งได้เข้ามาแล้ว เจ้าหน้าที่อยู่อยู่ระหว่างการสอบสวน

ส่วนนักท่องเที่ยวที่ถือปลานกแก้ว ซึ่งถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย เพราะการจับสัตว์น้ำในเขตอุทยานฯ มีความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานฯ ขณะนี้ทราบมาว่านักท่องเที่ยว คนนี้เช็กเอ๊าท์ออกจากทีพักตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา และยังอยู่ระหว่างการติดตามตัว เบื้องต้นอาจจะประสานกับตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ให้ติดตามนักท่องเที่ยวคนนี้ 

อ่านข่าวเพิ่ม ตามหาชาวต่างชาติลอบจับ "ปลานกแก้ว" เกาะพีพีเล

ภาพประกอบข่าว เอาผิดเจ้าของเรือ-ชาวต่างชาติ #ฝรั่งจับปลานกแก้ว

 

นอกจากนี้ปลานกแก้ว ถือเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศในแนวปะการัง และนับวันจะลดปริมาณลงแล้วด้วย หากใครทราบเบาะแส ให้แจ้งมาที่ อช.หาดนพรัตน์ธาราฯ ได้ทันที สำหรับกรณีที่เป็นประเด็นในโซเชียล การกระทำดังกล่าวมีความผิดตามพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ดังนี้

  • มาตรา 19 (2) ฐานเก็บหานำออกไป ทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายซึ่งทรัพยากรธรรมชาติอื่น หรือกระทำการอื่นใดอันส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
  • มาตรา 19 (3) ฐานล่อหรือนำสัตว์ป่าออกไปหรือกระทำให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ป่าด้วยประการใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
  • มาตรา 19 (7) ฐานนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใด ๆ เข้าไปในอุทยานแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
  • มาตรา 20 ฐานบุคคล ซึ่งเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้สั่งให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
  • มาตรา 40 ผู้ใดกระทำการหรืองดเว้นกระทำการไม่ว่าจงใจ หรือประมาทเลินเล่อ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติ ผู้นั้นต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น

สำหรับปลานกแก้ว  เป็นปลาทะเลขนาดกลางชนิดหนึ่ง มีเกล็ดขนาดใหญ่ จะงอยมีปากยืดหดได้ ปากคล้ายนกแก้ว (เป็นที่มาของชื่อปลานกแก้ว) เนื่องจากปลานกแก้วมีรูปร่าง ลักษณะและสีสันสวยงาม จึงมีผู้นิยมจับมาดูเล่นและนำมาเป็นอาหาร ทำให้ประชากรปลานกแก้วลดลง ส่งผลกระทบระบบนิเวศโดยรวมของทะเลบริเวณนั้นก็จะเสียสมดุลไปอย่างมาก ปะการังตายมากขึ้น ฟื้นตัวช้า และเมื่อเกิดการฟอกสีเนื่องจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น ก็จะฟื้นตัวยากหรือตายไปอย่างถาวร